10 หม้อทอดไร้น้ำมัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

10-หม้อทอดไร้น้ำมัน-ยี่ห้อไหนดีหม้อทอดไร้น้ำมัน ช่วยให้การเตรียมอาหารทอด อบ ปิ้ง ย่าง และอุ่นอาหารทำได้สะดวกขึ้น โดยใช้ลมร้อนหมุนเวียนภายในตะกร้าแทนการทอดวัตถุดิบในน้ำมันปริมาณมาก ผู้ใช้สามารถเลือกอุณหภูมิและตั้งเวลาให้เหมาะกับเมนู ส่วนบางรุ่นมีโปรแกรมอัตโนมัติ หน้าต่างสำหรับดูอาหาร หรือฟังก์ชันนึ่งเพิ่มเติม

ปัจจุบันหม้อทอดไร้น้ำมันมีให้เลือกตั้งแต่ขนาดประมาณ 2–3 ลิตรสำหรับทำอาหารครั้งละไม่มาก ไปจนถึงขนาด 7 ลิตรขึ้นไปสำหรับผู้ที่ต้องการใส่อาหารหลายชิ้นพร้อมกัน นอกจากความจุแล้ว ยังควรดูขนาดตัวเครื่อง กำลังไฟ ช่วงอุณหภูมิ รูปแบบการควบคุม และความสะดวกในการถอดล้างร่วมกันด้วย

บทความนี้รวบรวมหม้อทอดไร้น้ำมัน 10 รุ่นจากหลายยี่ห้อ พร้อมเปรียบเทียบข้อมูลสำคัญ เพื่อช่วยให้เลือกรุ่นที่เข้ากับปริมาณอาหาร พื้นที่ครัว และรูปแบบการใช้งานภายในบ้านได้ง่ายขึ้น

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอิสระ การจัดอันดับมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ่านเท่านั้น และ เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์แนะนำเล็กน้อย โดยไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า

หม้อทอดไร้น้ำมัน คือ

หม้อทอดไร้น้ำมัน หรือ หม้อทอดลมร้อน (Air Fryer) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ชุดทำความร้อนร่วมกับพัดลม เพื่อหมุนเวียนลมร้อนรอบวัตถุดิบภายในตะกร้า วิธีนี้ช่วยให้อาหารสุกและเกิดสีบริเวณผิวด้านนอก โดยใช้น้ำมันน้อยกว่าการทอดแบบน้ำมันท่วม หรืออาจไม่ต้องเติมน้ำมันในบางเมนู

นอกจากการทอดด้วยลมร้อนแล้ว หลายรุ่นยังใช้สำหรับอุ่น อบ ปิ้ง หรือย่างอาหารได้ แต่ความสามารถจะแตกต่างกันตามช่วงอุณหภูมิ กำลังไฟ รูปทรงตะกร้า และโปรแกรมของแต่ละรุ่น

เนื้อสัมผัสของอาหารจากหม้อทอดไร้น้ำมันอาจไม่เหมือนกับการทอดในน้ำมันทั้งหมด โดยผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับประเภทวัตถุดิบ ปริมาณอาหาร การจัดวาง และการตั้งอุณหภูมิกับเวลา

10 หม้อทอดไร้น้ํามัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

  1. หม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor รุ่น AF20M-YE01A
  2. หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips AirFryer 2000 Series
  3. หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal EY855D68
  4. หม้อทอดไร้น้ำมัน HAFELE
  5. หม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor รุ่น AF-35M01A
  6. หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips AirFryer 1000 Series
  7. หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น EY831
  8. หม้อทอดไร้น้ำมัน LocknLock รุ่น EJF881
  9. หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA KW-818
  10. หม้อทอดไร้น้ำมัน SMARTHOME รุ่น AF601

Preview

Gaabor หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น GA-M6A

1

PHILIPS Premium HD9860/91

2

Philips Essential Airfryer HD9200/91

3

Tefal FX202D66

4

Gaabor หม้อทอดไร้น้ำมัน รุ่น GA-M35A

5

Tefal EY201866

6

Xiaomi Mi Smart Air Fryer 3.5L

7

OTTO CO-725

8

Haier HAF-K40W

9

Seagull Crispy Air Fryer

10

ยี่ห้อ/รุ่น

Gaabor รุ่น AF20M-YE01A

Philips AirFryer 2000 Series

Tefal EY855D68

หม้อทอดไร้น้ำมัน HAFELE

Gaabor GA-M35A

Philips AirFryer 1000 Series

Tefal รุ่น EY831

LocknLock รุ่น EJF881

KASHIWA KW-818

SMARTHOME รุ่น AF601

ความจุ

2 ลิตร


4.2 ลิตร

7.5 ลิตร

5.7 ลิตร

4 ลิตร

4.2 ลิตร

7 ลิตร

7 ลิตร

3 ลิตร

5.5 ลิตร

ควบคุมอุณหภูมิ

–

60 – 200 °C

80 – 200 °C

80-200 °C

–

80 – 200 °C

80-240 °C

–

80 – 200 °C

80 – 200 °C

ขนาด

212 x 270 x 204 มิลลิเมตร

433 x 321 x 315 มิลลิเมตร

39 x 30.5 x 31.5 ซม.

315×380×325 มม.

210 x 310 x 273 มิลลิเมตร

36.8 x 27.3 x 29.3 เซนติเมตร

–

–

–

–

ลิงค์สินค้า

หม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor รุ่น AF20M-YE01A

หม้อทอดไร้น้ำมัน ดีไซน์หรูหรา ด้ามจับกันความร้อน
ลมไซโคลนให้ความร้อนทั่วถึง 360 องศา
ปรับได้ทั้งอุณภูมิและเวลา

ยี่ห้อ/รุ่นGaabor รุ่น AF20M-YE01A
ความจุ2 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ–
ขนาด212 x 270 x 204 มิลลิเมตร

Gaabor AF20M-YE01A หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดเล็ก ที่เหมาะกับผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว มีพื้นที่ครัวจำกัด หรือทำอาหารครั้งละไม่มาก ความจุ 2 ลิตร สามารถทำเมนูง่ายๆ ในแต่ละวัน ด้วยตัวเครื่องที่ออกแบบมาให้กะทัดรัด จึงวางบนเคาน์เตอร์ได้โดยไม่เปลืองพื้นที่

ระบบหมุนเวียนลมร้อน 360° Cyclone Air ช่วยกระจายความร้อนภายในหม้อ พร้อมกำลังไฟ 900 วัตต์ สามารถปรับเวลาและอุณหภูมิให้เหมาะกับอาหารแต่ละประเภทได้ เมื่อครบเวลาจะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ส่วนภายในเคลือบ Non-stick ช่วยลดปัญหาอาหารติดและทำความสะอาดได้สะดวกขึ้น

ข้อดี

  • ความจุ 2 ลิตรเพียงพอต่อการใช้งานในครัวขนาดเล็ก ให้พลังความร้อนเต็มกำลัง 900 วัตต์
  • เทคโนโลยี 360° Cyclone Air ช่วยให้อาหารกรอบนอก นุ่มใน
  • ผิวหม้อเคลือบ Non-stick ป้องกันการติด ทำความสะอาดได้รวดเร็ว

ข้อควรพิจารณา

  • ความจุ 2 ลิตรอาจต้องแบ่งทำหลายรอบเมื่อต้องการใส่อาหารชิ้นใหญ่หรือหลายชิ้นพร้อมกัน

หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips AirFryer 2000 Series

หม้อทอดไร้น้ำมัน จากแบรนด์ Philips ที่มาพร้อมทั้งความหรูหราในการออกแบบ และฟังก์ชันในการใช้งานที่ครอบคลุม

ยี่ห้อ/รุ่นPhilips AirFryer 2000 Series
ความจุ4.2 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ60 – 200 °C
ขนาด433 x 321 x 315 มิลลิเมตร

ถัดมาคือ Philips AirFryer 2000 Series รุ่นขนาดกลางที่เหมาะกับการทำอาหารประจำวัน ความจุ 4.2 ลิตรสามารถใส่วัตถุดิบได้มากกว่ารุ่นขนาดมินิ จึงเหมาะกับคู่รัก ครอบครัวขนาดเล็ก หรือคนที่ต้องการทำอาหารหลายชิ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องแบ่งหลายรอบ

หม้อทอดมีกำลังไฟ 1,500 วัตต์ และปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 60–200 องศาเซลเซียส จึงใช้ได้ทั้งการอุ่น อบ และทอดด้วยลมร้อน ด้านหน้ามีหน้าจอแสดงผลพร้อมโหมดสำหรับเมนูประเภทต่าง ๆ ช่วยลดขั้นตอนการตั้งค่าในเมนูที่ทำเป็นประจำ ขนาดของรุ่นนี้อยู่ที่ 433 × 321 × 315 มิลลิเมตร จึงควรเตรียมพื้นที่บนเคาน์เตอร์ให้เพียงพอ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความจุระดับกลางและชอบการควบคุมผ่านหน้าจอมากกว่าปุ่มหมุน

ข้อดี

  • หมดการใช้งานที่หลากหลายและครบครัน
  • การออกแบบที่ทันสมัยและสีที่เน้นความหรูหรา
  • การออกแบบที่ทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อควรพิจารณา

  • ✘

หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal EY855D68

หม้อทอดขนาดใหญ่ 7.5 ลิตรจากแบรนด์ Tefal ที่ให้คุณใช้งานได้สะดวก ด้วยฟังก์ชันอัตโนมัติแบบ 8 โปรแกรม

ยี่ห้อ/รุ่นTefal EY855D68
ความจุ7.5 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ80 – 200 °C
ขนาด–

Tefal EY855D68 เหมาะกับครอบครัวที่ทำอาหารครั้งละมาก หรือชอบเตรียมอาหารสำหรับหลายคน ความจุ 7.5 ลิตรช่วยให้วางวัตถุดิบได้มากกว่าหม้อทอดขนาดทั่วไป จึงใช้กับไก่ชิ้นใหญ่ อาหารแช่แข็ง หรือเมนูที่ต้องทำหลายชิ้นพร้อมกันได้สะดวกขึ้น

รุ่นนี้ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80–200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาได้นานสูงสุด 60 นาที มีโปรแกรมอัตโนมัติให้เลือก 8 รูปแบบ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการตั้งค่าตามประเภทอาหารโดยไม่ต้องจำอุณหภูมิและเวลาด้วยตัวเองทุกครั้ง เมื่อครบเวลาจะมีเสียงแจ้งเตือน พร้อมระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ ตะกร้าเคลือบสารกันติดช่วยให้ล้างคราบอาหารได้สะดวก รุ่นนี้เหมาะกับบ้านที่ให้ความสำคัญกับความจุและทำอาหารสำหรับสมาชิกหลายคนเป็นประจำ

ข้อดี

  • ขนาดความจุในการประกอบอาหารที่มากสุดถึง 7.5 ลิตร
  • การเคลือบสารที่ทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย
  • โหมดการทำงานอัตโนมัติ 8 โปรแกรม

ข้อเสีย

  • ✘
ShopeeMall campaign November 2025

หม้อทอดไร้น้ำมัน HAFELE

หม้อทอดไร้น้ำมันดิจิตอล 5.7 ลิตร สแตนเลสสตีล 9 เมนูอัตโนมัติ ลมร้อน 360 องศา ปรับอุณหภูมิได้ ตะแกรงเคลือบ Non-stick ล้างจานได้

ยี่ห้อ/รุ่นหม้อทอดไร้น้ำมัน HAFELE
ความจุ5.7 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ80-200 °C
ขนาด315×380×325 มม.

สำหรับบ้านที่ต้องการ หม้อทอด ขนาดกลาง HAFELE ให้ความจุ 5.7 ลิตร รองรับการทำอาหารสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้พอเหมาะ ตัวเครื่องมีขนาด 315 × 380 × 325 มิลลิเมตร ใช้กำลังไฟ 1,700 วัตต์ และควบคุมผ่านหน้าจอ LED แบบสัมผัส จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการตั้งค่าการทำงานได้สะดวกและง่าย

ภายในมีเมนูอัตโนมัติให้เลือก 9 เมนู ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80–200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที ระบบหมุนเวียนลมร้อน 360 องศาช่วยกระจายความร้อนภายในหม้อ ส่วนถาดรองและตะแกรงเคลือบ Non-stick สามารถนำเข้าเครื่องล้างจานได้ นอกจากนี้ยังมีระบบปิดอัตโนมัติ ระบบตัดการทำงานเมื่อความร้อนสูงเกินกำหนด และหยุดทำงานเมื่อดึงตะแกรงออก ช่วยให้ใช้งานและดูแลทำความสะอาดหลังทำอาหารได้สะดวกขึ้น

ข้อดี

  • ระบบหมุนเวียนลมร้อน 360 องศา ช่วยให้อาหารสุกทั่วถึงทุกส่วน
  • ถาดรองและตะแกรงเคลือบ Non-stick
  • มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อความร้อนสูงเกินกำหนดและเมื่อดึงตะแกรงออก

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องมีความลึก 380 มิลลิเมตร ควรเผื่อพื้นที่สำหรับเปิดและดึงตะกร้า

หม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor รุ่น AF-35M01A

หม้อทอดไร้น้ำมัน ดีไซน์สวยทันสมัย ลมไซโคลนให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอ อาหารสีสวย กระจายความร้อนได้ทั่วถึง ทำเมนูได้อย่างหลากหลาย

ยี่ห้อ/รุ่นGaabor รุ่น AF-35M01A
ความจุ4 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ–
ขนาด210 x 310 x 273 มิลลิเมตร

สำหรับคนที่ชอบเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบปุ่มหมุน Gaabor รุ่น AF-35M01A เป็นหม้อทอดขนาด 4 ลิตร ที่ควบคุมเวลาและความร้อนแยกจากกัน จึงไม่ต้องเลื่อนเมนูผ่านหน้าจอ เหมาะกับการทำอาหารในครอบครัวขนาดเล็กหรือใช้เตรียมอาหารประมาณ 3–5 คนตามปริมาณและชนิดของวัตถุดิบ

รุ่นนี้ใช้ระบบ 360° Cyclone Air สำหรับหมุนเวียนลมร้อนภายในหม้อ มีกำลังไฟ 800 วัตต์ และระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อครบเวลาที่ตั้งไว้ ตะกร้าเคลือบสารกันติด ช่วยให้ตักอาหารออกและล้างทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น น้ำหนักประมาณ 2.14 กิโลกรัม และมีขนาด 210 × 310 × 273 มิลลิเมตร จึงเคลื่อนย้ายหรือจัดเก็บได้ไม่ยาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการหม้อทอดขนาดกลาง ใช้ปุ่มหมุน และไม่ได้เน้นโปรแกรมอัตโนมัติหลายรายการ


ข้อดี

  • ดีไซน์กะทัดรัด ใช้งานง่าย
  • จุอาหารได้มากถึง 4 ลิตร
  • กำลังไฟ 800 วัตต์ ช่วยให้อาหารสุกไวทั่วถึง โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย

  • ✘

หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips AirFryer 1000 Series

หม้อทอด Philips รุ่นสุดทันสมัย ที่มาพร้อมความกะทัดรัด และให้คุณสามารถใช้งานได้ดีในทุกวัน

ยี่ห้อ/รุ่นPhilips AirFryer 1000 Series
ความจุ4.2 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ80 – 200 °C
ขนาด36.8 x 27.3 x 29.3 เซนติเมตร

Philips AirFryer 1000 Series เหมาะกับผู้ที่ต้องการหม้อทอดขนาดกลางและชอบเลือกโปรแกรมสำเร็จรูป รุ่นนี้มีความจุ 4.2 ลิตร เหมาะกับการทำอาหารประจำวันในปริมาณไม่มากหรือน้อยเกินไป พร้อมขนาด 36.8 × 27.3 × 29.3 เซนติเมตร ซึ่งยังจัดวางในครัวทั่วไปได้ไม่ยาก

จุดเด่นอยู่ที่โปรแกรมอัตโนมัติ 12 รูปแบบ ช่วยให้เลือกการตั้งค่าตามเมนูได้สะดวกขึ้น โดยปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80–200 องศาเซลเซียส จึงใช้ได้กับอาหารหลายประเภท ทั้งการทอดด้วยลมร้อน อบ ปิ้ง หรืออุ่นอาหาร ชิ้นส่วนที่สัมผัสอาหารสามารถถอดออกเพื่อล้างทำความสะอาดได้ รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการหม้อทอดสำหรับใช้ในแต่ละวัน และอยากได้โปรแกรมสำเร็จรูปมากกว่าการปรับเวลาและอุณหภูมิเองทุกครั้ง

ข้อดี

  • วัสดุในการผลิตที่ปลอดภัยในทุกส่วน
  • การทำความสะอาดที่ง่ายเป็นพิเศษ
  • โปรแกรมการประกอบอาหารอัตโนมัติ 12 รูปแบบ

ข้อเสีย

  • ✘

หม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น EY831

หม้อทอดไร้น้ำมันอินฟราเรด 7 ลิตร ทำความร้อน 2 จุด มีช่องเติมน้ำ หน้าต่างกระจกดูอาหารได้ 8 โปรแกรม ตะกร้าถอดล้างจานได้

ยี่ห้อ/รุ่นหม้อทอดไร้น้ำมัน Tefal รุ่น EY831
ความจุ7 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ80-240 องศาเซลเซียส
ขนาด–

Tefal EY831 ตอบโจทย์ครอบครัวที่กำลังมองหา หม้อทอดไร้น้ำมัน ขนาดใหญ่ และต้องการมองเห็นอาหารระหว่างปรุงโดยไม่ต้องดึงตะกร้าออกบ่อย ๆ ด้วยความจุ 7 ลิตร รองรับอาหารได้สูงสุด 2 กิโลกรัม พร้อมหน้าต่างกระจกและไฟภายใน ช่วยให้ตรวจดูสีและความสุกของอาหารได้สะดวกยิ่งขึ้น

ระบบทำความร้อนใช้เทคโนโลยี Far Infrared ร่วมกับแหล่งความร้อน 2 จุด กำลังไฟ 2,200 วัตต์ และมีช่องเติมน้ำด้านล่างตะกร้าสำหรับเพิ่มไอน้ำระหว่างปรุง สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80–240 องศาเซลเซียส ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที และเลือกใช้งานโปรแกรมอัตโนมัติได้ 8 รูปแบบ หลังจบการทำงานยังมีโหมดอุ่นต่อเนื่อง 20 นาที ส่วนตะกร้าและตะแกรงเคลือบสารกันติดสามารถนำเข้าเครื่องล้างจานได้ จึงเหมาะกับบ้านที่ทำอาหารครั้งละมากและต้องการฟังก์ชันที่หลากหลายกว่าการทอดด้วยลมร้อนทั่วไป

ข้อดี

  • เทคโนโลยีอินฟราเรด Far Infrared พร้อมระบบทำความร้อน 2 จุด ช่วยให้อาหารสุกทั่วถึงและสม่ำเสมอ
  • มีช่องเติมน้ำด้านล่างตะกร้าช่วยเพิ่มไอน้ำให้อาหารไม่แห้ง
  • หน้าต่างกระจกพร้อมไฟด้านในช่วยให้มองเห็นอาหารขณะทำได้สะดวก

ข้อเสีย

  • ✘ 

หม้อทอดไร้น้ำมัน LocknLock รุ่น EJF881

หม้อทอดไร้น้ำมันใช้งานง่าย ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อดึงตะกร้าขณะทำอาหาร

ยี่ห้อ/รุ่นหม้อทอดไร้น้ำมัน LocknLock รุ่น EJF881
ความจุ7 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ–
ขนาด–

LocknLock EJF881 แตกต่างจากหม้อทอดทั่วไปตรงที่รองรับทั้งการทอดด้วยลมร้อนและการนึ่ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำอาหารหลายรูปแบบโดยไม่อยากแยกซื้อเครื่องนึ่งเพิ่ม ความจุ 7 ลิตรช่วยให้ใส่อาหารได้ครั้งละค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับครอบครัวหรือการเตรียมอาหารหลายมื้อ

รุ่นนี้ใช้กำลังไฟ 1,700 วัตต์ในโหมด Air Fryer และ 900 วัตต์ในโหมด Steam มาพร้อมถาดรองน้ำ ตะกร้า ตะแกรงด้านใน และถังใส่น้ำ สามารถปรับระดับตะแกรงตามประเภทหรือขนาดของอาหารได้ การควบคุมออกแบบให้กดใช้งานได้ พร้อมระบบ Auto Stop ที่หยุดการทำงานเมื่อดึงตะกร้าออกระหว่างปรุง รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่อยากสลับระหว่างเมนูทอด อบ และนึ่ง โดยใช้เครื่องครัวเพียงชิ้นเดียว

ข้อดี

  • เทคโนโลยี Active Steam รองรับทั้งทอดและนึ่งได้พร้อมกันในครั้งเดียว
  • ปรับระดับตะแกรงได้ตามความเหมาะสม ใช้งานง่ายด้วยการกดปุ่มเดียว
  • ระบบ Auto Stop ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อดึงตะกร้าออกขณะทำอาหาร

ข้อเสีย

  • ✘

หม้อทอดไร้น้ำมัน KASHIWA KW-818

หม้อทอดไร้น้ำมัน ขนาดกะทัดรัดพร้อมความจุ 3 ลิตร ที่มีการออกแบบระบบต่าง ๆ มาให้ใช้งานทั่วไปได้ดีกับทุกครอบครัว

ยี่ห้อ/รุ่นKASHIWA KW-818
ความจุ3 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ขนาด–

KASHIWA KW-818 เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่วางเครื่องใช้ไฟฟ้าจำกัด หรือต้องการหม้อทอดสำหรับทำอาหารครั้งละไม่มาก ความจุ 3 ลิตรอยู่ระหว่างรุ่นขนาดมินิและขนาดกลาง จึงใช้ทำของทอด อาหารแช่แข็ง หรืออุ่นอาหารในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องใช้หม้อขนาดใหญ่

รุ่นนี้ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80–200 องศาเซลเซียส ส่วนควบคุมออกแบบมาให้ตั้งค่าได้ง่ายตามประเภทอาหาร ตะกร้าสามารถถอดออกเพื่อล้างหลังใช้งาน และมีตัวเลือกสีโทนพาสเทลสำหรับผู้ที่ต้องการให้เข้ากับบรรยากาศของห้องครัว ด้วยความจุ 3 ลิตร รุ่นนี้จึงเหมาะกับผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว คู่รัก หรือครอบครัวขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้ต้องการทำอาหารชิ้นใหญ่หรือปริมาณมากในรอบเดียว

ข้อดี

  • ขนาดกะทัดรัดเหมาะกับการพกพาที
  • การออกแบบมาให้ทำความสะอาดได้ง่าย
  • สีพลาสุเทล สวยงาม

ข้อเสีย

  • ✘

หม้อทอดไร้น้ำมัน SMARTHOME รุ่น AF601

หม้อทอดไร้น้ำมัน 5.5 ลิตร ลมร้อนทั่วถึง ตั้งเวลาได้ 60 นาที ปรับอุณหภูมิได้ ตะกร้าเคลือบ Non-stick

ยี่ห้อ/รุ่นหม้อทอดไร้น้ำมัน SMARTHOME รุ่น AF601
น้ำหนัก5.5 ลิตร
ควบคุมอุณหภูมิ80-200 องศาเซลเซียส
ขนาด–

ปิดท้ายด้วย SMARTHOME AF601 หม้อทอดขนาด 5.5 ลิตรสำหรับผู้ที่ต้องการความจุระดับกลาง สามารถใช้ทำอาหารสำหรับสมาชิกหลายคนหรือเตรียมวัตถุดิบได้มากกว่ารุ่นขนาด 2–3 ลิตร โดยมีกำลังไฟ 1,500 วัตต์

รุ่นนี้ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80–200 องศาเซลเซียส และตั้งเวลาได้นานสูงสุด 60 นาที เมื่อครบเวลาจะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ตัวหม้อผลิตจากเหล็กคาร์บอน SPCC และเคลือบสารกันติด ช่วยลดปัญหาอาหารเกาะตะกร้าและทำให้ล้างได้สะดวกขึ้น ส่วนโครงภายนอกผลิตจากพลาสติก PP ผลิตภัณฑ์ระบุมาตรฐาน มอก. 1641-2552 รุ่นนี้เหมาะกับครัวเรือนที่ต้องการหม้อทอดความจุประมาณ 5 ลิตร ใช้งานพื้นฐานได้ครบ และควบคุมอุณหภูมิกับเวลาได้ตามเมนู

ข้อดี

  • ระบบลมร้อนช่วยให้ความร้อนกระจายทั่วถึงทุกส่วนของอาหารโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน
  • ตะกร้าเคลือบ Non-stick ป้องกันอาหารติด ทำความสะอาดได้ง่าย
  • ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 80-200 องศาเซลเซียส พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติ

ข้อเสีย

  • ✘

หม้อทอดไร้น้ำมัน กับ หม้อทอดไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร?

การใช้งานหม้อทอดไร้น้ํามันทำให้หลายคนเกิดความสงสัยในความแตกต่างระหว่างเครื่องทอดและหม้อไฟฟ้าที่ถูกเรียกกันว่าหม้อทอดน้ำมันนท่วม เป็นหม้อสำหรับการใช้ทอดน้ำมันปริมาณเยอะ ยกตัวอย่างเช่น การทอดเฟรนช์ฟรานส์ หรือการทอดปลา และอื่นๆ ที่คุณสามารถทอดได้อย่างสะดวกรวดเร็วและใส่ลงไปทั้งหมด แล้วได้ความหอมอร่อย กรอบและสวยงามจากการทอดที่มีประสิทธิภาพ ใช้เวลาไม่นานและไม่ต้องคอยกลับไปกลับมาเหมือนกับการทอดแบบทั่วไป หม้อทอดไฟฟ้าจะไม่มีน้ำมันกระเด็นเนื่องจากการออกแบบให้สามารถระบายไอน้ำได้อย่างสะดวก โดยมีวิธีการใช้งานง่ายๆ แค่เพียงใส่น้ำมันลงในหม้อทอด ตั้งค่าอุณหภูมิ พอหม้อทอดร้อนได้ที่และมีเสียงเตือนก็นำวัตถุดิบลงภายในเครื่องทอด หลังจากนั้นเครื่อง ทอดก็จะทำงานโดยอัตโนมัติและสะเด็ดน้ำมันออกให้เรียบร้อย

ส่วนหม้อทอดไร้น้ำมันที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ จะเป็นการใช้น้ำมันที่มีอยู่ภายในตัวของวัตถุดิบ ซึ่งหม้อทอดจะใช้ความร้อนในการดึงน้ำมันออกมาแล้วกระจายไปทอดให้สุก ใช้อากาศสำหรับการถ่ายเทความร้อน แตกต่างจากหม้อทอดไฟฟ้าที่ใช้น้ำมัน โดยเครื่องทอดไร้น้ำมันสามารถที่จะรีดน้ำมันให้ออกจากอาหารได้ทั้งหมดพร้อมคงที่รสชาติเอาไว้เหมือนเดิมและไม่ได้จำกัดแค่เพียงการทอดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในการอบ หรือการอุ่น ได้อีกด้วย โดยหม้อทอดไร้น้ํามัน สามารถที่จะลดน้ำมันได้ถึง 50 – 80% เลยทีเดียว อีกทั้งหม้อทอดยังมีวิธีการใช้งานที่ง่ายและสะดวกอย่างมาก เหมือนกับการใช้ไมโครเวฟทั่วไป

นอกจากรูปแบบการใช้น้ำมันที่เครื่องทอดไร้น้ํามันจะมีประหยัดได้มากกว่าหม้อทอดไฟฟ้าที่เรียกได้ว่าใช้น้ำมันเป็นจำนวนมาก ยังสามารถที่จะถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากมีคราบตกค้างจากน้ำมันที่น้อย แตกต่างจากหม้อทอดไฟฟ้าที่มีการทำความสะอาดที่ยุ่งยาก ตะแกรงต้องมีการขัดอย่างละเอียดเนื่องจากการเกาะติดของน้ำมันและวัตถุดิบนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน หม้อทอดไร้น้ํามัน ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เพียงในกลุ่มคนรักสุขภาพเท่านั้น แต่ยังกระจายความนิยมไปอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับหม้อทอดไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ง่ายเช่นกัน เนื่องจากหม้อทอดไร้น้ํามันเป็นเครื่อง ทอดที่มีความสะดวกสูง อีกทั้งยังใช้งานได้ไม่ยุ่งยาก ทำได้หลากหลาย และง่ายต่อการถอดออกเพื่อทำความสะอาด ส่งผลให้นิยมทั้งในกลุ่มของคนทำงาน นักศึกษาหรือแม่บ้าน ไปจนถึงผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำมัน เป็นต้น

ประเภทของหม้อทอดไร้น้ำมัน

ปัจจุบันหม้อทอดไร้น้ำมันมีให้เลือกซื้อโดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • หม้อทอดไร้น้ำมันแบบใบพาย (Paddle – type Air Fryer)
    เครื่องทอดแบบใบพาย จะเป็นหม้อทอดไร้น้ำมันที่มีการออกแบบให้ใบพายตั้งอยู่ที่ตรงกลาง ซึ่งอาหารจะถูกผ่านการทำงานด้วยใบพายนี้ในการเดินเครื่องเพื่อให้ลมร้อนสามารถกระจายผ่านอาหารได้อย่างทั่วถึง โดยหม้อทอดไร้น้ำมันแบบใบพายจะช่วยให้อาหารที่ออกมามีความสวยงามและน่ารับประทาน สามารถทำได้ทั้งอาหารทอด ซุปหรือแดง มีราคาที่สูงกว่าประเภทอื่นๆ แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก
  • หม้อทอดไร้น้ำมันแบบตะกร้า (Basket – type Air Fryer)
    เครื่อง ทอดแบบตะกร้าหรือหม้อทอดไร้น้ำมันลิ้นชัก ที่กำลังมาแรงอย่างมากในปัจจุบัน โดยประเภทนี้จะมีตะกร้าเพื่อใส่อาหารในการนำเข้าสู่หม้อทอด และลมร้อนจะผ่านในตะกร้ามาเข้าสู่อาหารในระหว่างที่กำลังปรุงอยู่ โดยน้ำมันภายในอาหารจะไหลลงส่วนล่างของเครื่องที่ถูกแยกออกจากตะกร้าเพื่อให้ง่ายต่อการคัดกรอง อาหารออกมาแห้ง น่ารับประทาน อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่แพงอีกด้วย
  • หม้อทอดไร้น้ำมันแบบฮาโลเจน (Halogen Air Fryer)
    หม้อทอดไร้น้ำมันประเภทนี้ จะใช้หลอดไฟฮาโลเจนมาทำงานแทนที่คอยล์ความร้อน มีตะแกรงสำหรับการจัดวางอาหารเพื่อเดินเครื่องและจะดึงน้ำมันส่วนเกินออกไปส่วนล่าง จุดเด่นของหม้อทอดลมร้อนคือสามารถมองทะลุได้เนื่องจากเป็นตู้กระจก อีกทั้งยังมีแสงจากหลอดไฟฮาโลเจนที่ช่วยให้เห็นอาหารชัดเจนนั่นเอง

วิธีการเลือกหม้อทอดไร้น้ำมัน

เลือกความจุให้เหมาะกับปริมาณอาหาร

ความจุมีผลต่อจำนวนวัตถุดิบที่ใส่ได้ในแต่ละครั้ง หากทำอาหารครั้งละไม่มากหรืออาศัยอยู่คนเดียว สามารถพิจารณาขนาดประมาณ 2–3 ลิตร ซึ่งใช้พื้นที่วางไม่มากและเหมาะกับเมนูขนาดเล็ก

ความจุประมาณ 4–5.7 ลิตรจะรองรับการทำอาหารสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้มากขึ้น ส่วนขนาด 7–7.5 ลิตรเหมาะกับบ้านที่ต้องการทำอาหารหลายชิ้นพร้อมกัน หรือต้องการลดการแบ่งทำหลายรอบ

พิจารณาขนาดตัวเครื่องและพื้นที่วาง

หม้อทอดที่มีความจุมากมักใช้พื้นที่วางเพิ่มขึ้น จึงควรวัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์ก่อนเลือกซื้อ โดยเผื่อพื้นที่ด้านหน้าไว้สำหรับดึงตะกร้า และไม่ควรวางตัวเครื่องชิดสิ่งของรอบด้านมากเกินไป

ผู้ที่มีครัวขนาดเล็กควรดูทั้งความกว้าง ความลึก และความสูง ไม่ควรพิจารณาจากความจุเพียงอย่างเดียว เพราะหม้อทอดที่มีความจุใกล้กันอาจมีรูปทรงภายนอกแตกต่างกัน

เลือกรูปแบบการควบคุมตามความถนัด

แบบปุ่มหมุนเหมาะกับคนที่ต้องการปรับเวลาและอุณหภูมิด้วยตนเอง การใช้งานตรงไปตรงมาและไม่ต้องเลือกเมนูหลายขั้นตอน

ส่วนแบบดิจิทัลมีหน้าจอแสดงผลและโปรแกรมอัตโนมัติ ช่วยให้ดูค่าการทำงานได้ชัดเจนขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลือกโปรแกรมตามประเภทอาหารได้สะดวก

ทั้งสองรูปแบบสามารถใช้งานได้ดีหากตั้งค่าเหมาะกับอาหาร จึงควรเลือกจากความคุ้นเคยและวิธีควบคุมที่ใช้งานได้สะดวกที่สุด

ดูช่วงอุณหภูมิที่ปรับได้

หลายรุ่นในบทความสามารถปรับอุณหภูมิได้ประมาณ 80–200 องศาเซลเซียส ขณะที่บางรุ่นเริ่มต้นได้ต่ำกว่า หรือเพิ่มความร้อนได้สูงถึง 240 องศาเซลเซียส

ช่วงอุณหภูมิที่กว้างช่วยให้ปรับใช้กับเมนูได้หลากหลายขึ้น ทั้งการอุ่น อบ ปิ้ง ย่าง และทอดด้วยลมร้อน หากทำเมนูทั่วไปเป็นหลัก ช่วงอุณหภูมิประมาณ 80–200 องศาเซลเซียสก็ครอบคลุมการใช้งานได้หลายรูปแบบ

ตรวจสอบกำลังไฟให้สัมพันธ์กับความจุ

หม้อทอดในรายการนี้มีกำลังไฟตั้งแต่ประมาณ 800–2,200 วัตต์ โดยรุ่นขนาดเล็กอาจใช้กำลังไฟน้อยกว่า ส่วนรุ่นความจุมากหรือมีระบบทำความร้อนหลายจุดจะใช้กำลังไฟสูงขึ้น

ไม่ควรเลือกจากกำลังไฟสูงเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูร่วมกับความจุ ระบบทำความร้อน และลักษณะการใช้งาน รวมถึงตรวจสอบเต้ารับและตำแหน่งวางเครื่องให้เหมาะสม

เลือกโปรแกรมที่มีโอกาสได้ใช้งานจริง

โปรแกรมอัตโนมัติช่วยลดขั้นตอนการตั้งเวลาและอุณหภูมิ โดยรุ่นที่รวบรวมไว้มีจำนวนโปรแกรมแตกต่างกัน ตั้งแต่ประมาณ 8–12 รูปแบบ

หากทำเมนูเดิมเป็นประจำ โปรแกรมอัตโนมัติอาจช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการตั้งค่าเอง หม้อทอดแบบปุ่มหมุนหรือรุ่นที่มีโปรแกรมไม่มากก็อาจเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเลือกจากจำนวนโปรแกรมสูงสุดเสมอไป

พิจารณาฟังก์ชันเพิ่มเติม

หม้อทอดบางรุ่นมีหน้าต่างกระจกสำหรับดูอาหารโดยไม่ต้องดึงตะกร้าออก ส่วนบางรุ่นมีช่องเติมน้ำ ฟังก์ชันนึ่ง หรือระบบอุ่นอาหารต่อหลังจบการทำงาน

ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น แต่ควรพิจารณาว่าตรงกับเมนูที่ทำเป็นประจำหรือไม่ หากใช้งานเฉพาะทอด อบ และอุ่นอาหาร ฟังก์ชันพื้นฐานอาจเพียงพอแล้ว

ดูความสะดวกในการทำความสะอาด

ตะกร้า ตะแกรง และถาดรองเป็นส่วนที่ต้องล้างหลังใช้งาน จึงควรเลือกรุ่นที่ถอดออกได้สะดวกและมีผิวเคลือบกันติด เพื่อลดปัญหาเศษอาหารเกาะแน่น

บางรุ่นสามารถนำชิ้นส่วนเข้าเครื่องล้างจานได้ เหมาะกับบ้านที่ใช้เครื่องล้างจานอยู่แล้ว แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนใดรองรับการล้างด้วยเครื่อง และปฏิบัติตามวิธีดูแลที่ระบุไว้

ตรวจสอบระบบตัดการทำงาน

หม้อทอดหลายรุ่นมีระบบปิดอัตโนมัติเมื่อครบเวลาที่ตั้งไว้ บางรุ่นยังหยุดทำงานเมื่อดึงตะกร้าออก หรือมีระบบตัดการทำงานเมื่อความร้อนสูงเกินกำหนด

ควรตรวจสอบระบบเหล่านี้ควบคู่กับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และวิธีใช้งาน เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

หม้อทอดไร้น้ำมันใช้ไฟฟ้าเยอะไหม?

ส่วนใหญ่กินไฟประมาณ 1,200–1,800 วัตต์ แต่ใช้เวลาทำอาหารค่อนข้างสั้น ทำให้ค่าไฟโดยรวมไม่ได้สูงอย่างที่คิด และยังประหยัดกว่าเปิดเตาอบขนาดใหญ่

ทำไมอาหารบางครั้งแห้งเกินไปแม้ตั้งเวลาเท่าคนอื่น?

แต่ละรุ่นมีความแรงลมและอุณหภูมิจริงไม่เท่ากัน จึงควรลดเวลา–ลดไฟลง 10–20% จากสูตรทั่วไป แล้วปรับตามพฤติกรรมการใช้งานของรุ่นนั้น

ใช้กระดาษไขหรือฟอยล์ได้ไหม?

ได้ แต่ต้องเจาะรูหรือเว้นช่องให้ลมร้อนหมุนเวียน ถ้าใช้แบบปิดทึบจะทำให้อาหารไม่กรอบ และอาจทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ

หม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิทัลหรือแบบหมุนปุ่มอันไหนดีกว่า?

– ดิจิทัล: ควบคุมแม่นยำ ตั้งค่าได้ง่าย มีโปรแกรมอัตโนมัติ
– ปุ่มหมุน: แข็งแรง ใช้งานง่าย ไม่ต้องกลัวหน้าจอเสีย เลือกตามความสะดวกและงบประมาณ

รุ่นที่มีหน้าต่างกระจกดูอาหารได้ดีกว่ารุ่นทึบไหม?

สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องเปิดเครื่องระหว่างปรุง ซึ่งช่วยรักษาความร้อน แต่บางรุ่นกระจกอาจมัวหรือเกิดคราบ ทำให้ต้องล้างบ่อย

การทำความสะอาดหม้อทอดไร้น้ำมัน

สำหรับการ ทำความสะอาดหม้อทอดไร้น้ำมัน นั้น เริ่มต้นจากการถอดปลั๊กไฟของเครื่อง ทอด ให้เรียบร้อยพร้อมตรวจเช็คให้มั่นว่าไม่ร้อน หลังจากนั้นให้นำตะแกรงออกและวางเครื่องให้คว่ำลงเพื่อที่จะไปหยิบแผ่นทำความร้อนได้อย่างสะดวก ใช้ฟองน้ำที่มีความนุ่มชุบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพื่อที่จะทำความสะอาดด้านใน ถ้าหากมีเศษอาหารหรือรอยติดค้างให้ใช้แปรงขนนุ่มขัดออกเบาๆ อย่าใช้แปรงที่มีขนแข็งเด็ดขาด หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อย ให้เปิดเครื่องทำงาน 5 นาทีโดยไม่ต้องใส่สิ่งใดเข้าไป เพื่อให้เครื่องนำสิ่งตกค้างต่างๆ ตกลงมาในกระทะ

Author

  • Rada

    ราดา เป็นนักเขียน ที่มีความสนใจ เกี่ยวกับของใช้ในบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้คุณรดาเป็นนักเขียนหลักสำหรับ เว็บไซต์ยอดนิยม สำหรับการรีวิว และ ให้เคล็ดลับ เกี่ยวกับสินค้าและ เครื่องใช้ต่างๆในบ้านอีกด้วย

บทสรุป

การเลือก หม้อทอดไร้น้ำมัน ควรเริ่มจากปริมาณอาหารและจำนวนสมาชิกในบ้านเป็นหลัก ผู้ที่ทำอาหารครั้งละไม่มากอาจเริ่มจากขนาด 2–3 ลิตร ส่วนครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลางอาจพิจารณาความจุราว 4–5.7 ลิตร ขณะที่ผู้ที่ต้องการทำอาหารหลายชิ้นพร้อมกัน ขนาด 7 ลิตรขึ้นไปจะช่วยลดจำนวนรอบในการทำได้

ถัดมาคือรูปแบบการควบคุม ผู้ที่ชอบการใช้งานไม่ซับซ้อน อาจเลือกแบบปุ่มหมุน ส่วนผู้ที่ต้องการโปรแกรมสำเร็จรูปอาจมองหารุ่นดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาร่วมกัน เช่น ช่วงอุณหภูมิ กำลังไฟ ขนาดตัวเครื่อง ระบบตัดการทำงาน และการถอดล้าง เพื่อให้หม้อทอดที่เลือกเข้ากับพื้นที่ครัวและรูปแบบการทำอาหารได้มากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง