10 เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

Dehumidifier ยี่ห้อไหนดี เครื่องดูดความชื้น หรือ Dehumidifier เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยลดความชื้นส่วนเกินภายในห้อง เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกบ่อย ห้องมีกลิ่นอับ เสื้อผ้าแห้งช้า ผนังหรือพื้นห้องรู้สึกชื้น หรือมีของใช้ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เสื้อผ้า หนังสือ เครื่องนอน กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท

การเลือก เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี จึงควรดูจากลักษณะการใช้งานจริงเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากยี่ห้อหรือราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว เช่น ใช้ในห้องเล็กหรือห้องใหญ่ ต้องการเปิดตอนนอนหรือไม่ ระดับเสียงเหมาะกับการพักผ่อนแค่ไหน ถังน้ำมีความจุเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ และต้องย้ายเครื่องไปใช้หลายห้องหรือวางประจำที่ใดที่หนึ่ง เพราะแต่ละรุ่นมีขนาด ความสามารถในการดูดความชื้น ระดับเสียง ฟังก์ชันเสริม และความสะดวกในการดูแลรักษาแตกต่างกัน

บทความนี้จึงรวบรวม 10 เครื่องดูดความชื้น น่าใช้ ในปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณเปรียบเทียบตัวเลือกได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นสำหรับห้องนอน ห้องทำงาน คอนโด ห้องแต่งตัว หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสะสม โดยพิจารณาจากขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม ความสามารถในการดูดความชื้น ความจุถังน้ำ ระดับเสียง ฟังก์ชันใช้งาน และความคุ้มค่า เพื่อให้เลือกเครื่องดูดความชื้นที่เหมาะกับพื้นที่และรูปแบบการใช้งานของคุณได้มากขึ้น

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอิสระ การจัดอันดับมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ่านเท่านั้น และ เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์แนะนำเล็กน้อย โดยไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า

10 เครื่องดูดความชื้น ( dehumidifier ) ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

  1. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2
  2. เครื่องลดความชื้น Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier 22L
  3. เครื่องลดความชื้น LG MD16GQSA1.ATH
  4. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1612L2
  5. เครื่องลดความชื้น Bwell รุ่น BDH-53A
  6. เครื่องลดความชื้น SHARP รุ่น DW-D20A-W
  7. เครื่องดูดความชื้น Levoit Humidifier Dual 150 Ultrasonic Smart
  8. เครื่องดูดความชื้น Simplus Dehumidifiers
  9. เครื่องดูดความชื้น Simplus
  10. เครื่องดูดความชื้น HANABISHI รุ่น HDF-20M

1. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2

เครื่องดูดความชิ้น จากแบรนด์ HOMEMATE ที่มาพร้อมการออกแบบสุดเรียบหรู และสเปกโดยรวมระดับพรีเมี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นเครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน30 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง330 x 230 x 504 มิลลิเมตร
น้ำหนัก1,300 กรัม
กำลังไฟฟ้า600 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน45 เดซิเบล

รุ่นแรกเป็น เครื่องดูดความชื้น ประสิทธิภาพสูง ที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้ ด้วยความรู้สึกที่สบายมากยิ่งขึ้น จากการออกแบบมาพร้อมองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม ซึ่งทำให้ตัวสินค้าสามารถรองรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ถึง 30 ตารางเมตร ด้วยการใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานเพียง 600 วัตต์ และส่งเสียงรบกวนออกมาในระดับที่ต่ำเพียง 45 เดซิเบลเท่านั้น

โดยในส่วนของฟังก์ชัน การทำงานของตัวเครื่องนั้น จะมีการปรับเปลี่ยนระดับตามความเหมาะสมของสถานการณ์แบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานจริงของเราได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่เรื่องของการเคลื่อนย้ายและทำความสะอาด รุ่นนี้ก็ยังมีการออกแบบมาให้สามารถตอบโจทย์ได้ดี และอำนวยความสะดวกในส่วนนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ด้วยดีไซน์การออกแบบที่มีความทันสมัย และการเลือกใช้งานสีที่เน้นความหรูหราในทุกส่วน ก็ช่วยให้การจัดวางจะทำได้ดีกับทุกมุมและบ้านทุกสไตล์ด้วยในเวลาเดียวกัน

ข้อดี

  • เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่
  • การออกแบบภายนอกสุดทันสมัย
  • การทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายได้ง่าย

ข้อเสีย

  • ✘

2. เครื่องลดความชื้น Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier 22L

อุปกรณ์ดูดความชื้น พร้อมการออกแบบสุดทันสมัย จากแบรนด์ Xiaomi ที่ให้คุณสามารถเชื่อมต่อและใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกสบาย

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Youpin NEW Widetech Internet Dehumidifier
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน–
ขนาดตัวเครื่อง–
น้ำหนัก1,250 กรัม
กำลังไฟฟ้า450 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน41 เดซิเบล

Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier 22L จัดเป็นตัวเลือกของสินค้า ที่มีการออกแบบภายนอกมาอย่างสวยงามทันสมัย ช่วยให้ภาพรวมจะสามารถใช้งานได้อย่างลงตัว และจัดวางได้อย่างเหมาะสมกับทุกมุมของบ้าน สำหรับในส่วนของรายละเอียดด้านการใช้งานของสินค้า จะมีการทำออกมาให้เหมาะสมสำหรับทุกพื้นที่ ด้วยการใช้งานองค์ประกอบของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้งานถังเก็บน้ำขนาด 4.5 ลิตร

การใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงาน 450 วัตต์ หรือแม้แต่การเลือกปรับระดับอุณหภูมิในการทำงาน ที่จะสามารถทำได้อย่างหลากหลาย รวมไปถึงในด้านของคุณสมบัติการดูดความชื้น ก็ยังจะสามารถตอบโจทย์ภายในบ้านทั่วไปได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานของคุณได้มากยิ่งขึ้น ทางแบรนด์จึงยังได้มีการออกแบบระบบสั่งการการทำงานต่าง ๆ มาให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว ผ่านทางสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน

ข้อดี

  • การออกแบบสุดทันสมัย
  • การสั่งการการทำงานที่ง่ายดายผ่านทางสมาร์ทโฟน
  • โหมดการใช้งานตามสถานการณ์ที่หลากหลาย

ข้อเสีย

  • ✘

3. เครื่องดูดความชื้น LG MD16GQSA1.ATH

เครื่องดูดความชื้น รุ่นขนาด 16 ลิตรจากแบรนด์ LG ที่มาพร้อมความสามารถในการทำงานระดับยอดเยี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นLG MD16GQSA1.ATH
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน–
ขนาดตัวเครื่อง–
น้ำหนัก–
กำลังไฟฟ้า–
ระดับของเสียงรบกวน33 เดซิเบล

LG MD16GQSA1.ATH เป็นสินค้ารุ่นระดับสูงที่ถูกออกแบบมา ให้คุณสามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากรายละเอียดการทำงานโดยรวม ที่ได้ถูกติดตั้งมาให้ของตัวสินค้า และการที่สามารถรองรับการดูดความชื้นได้ที่ระดับ 16 ลิตร โดยสิ่งที่ถือเป็นความน่าสนใจหลัก ๆ ในรุ่นนี้ จะเป็นเรื่องของการทำงาน ที่จะส่งออกระดับเสียงมาเพียง 33 เดซิเบล ซึ่งจะเป็นช่วงของระดับเสียง ที่จะไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณเลยแม้แต่น้อย

ข้อดี

  • ระดับเสียงรบกวนค่อนข้างต่ำ
  • ขนาดความจุการดูดความชื้นสูงถึง 16 ลิตร
  • ประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง

ข้อเสีย

  • ✘

4. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1612L2

เครื่องลดความชื้น จากแบรนด์ HOMEMATE สำหรับห้องขนาด 15 ตารางเมตร ที่สามารถกรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการทำงาน

ยี่ห้อ / รุ่นHOMEMATE HOM-1612L2
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน15 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง256 x 203 x 415 มิลลิเมตร
น้ำหนัก10,000 กรัม
กำลังไฟฟ้า175 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน42 เดซิเบล

HOMEMATE HOM-1612L2 นับเป็นหนึ่ง ในตัวเลือกของสินค้า ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจในการใช้งานอยู่ไม่น้อย จากการเป็นสินค้าที่ถูกออกแบบมา สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดประมาณ 15 ตารางเมตร แต่ใช้กำลังไฟฟ้า ในการทำงานที่ระดับต่ำเพียง 175 วัตต์ ส่งผลให้คุณจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับการใช้งานต่อเรื่องได้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับ การสั่งการสิ่งต่าง ๆ จะสามารถทำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการใช้งานหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสของตัวสินค้า ซึ่งสามารถปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับความชื้น หรือโปรแกรมในการทำงานได้อย่างหลากหลาย ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อให้คุณสามารถใช้งานดูแลสุขภาพภายในบ้านได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น รุ่นนี้ จึงยังได้มีการติดตั้งแผ่นกรองแบบ HEPA Filter สำหรับการใช้เพื่อกรองอากาศภายในบ้าน ร่วมกันกับระบบดูดความชื้นมาให้อีกด้วย

ข้อดี

  • การสั่งการการทำงานที่สะดวกสบายผ่านหน้าจอสัมผัส
  • การติดตั้งแผ่นกรอง HEPA Filter
  • โหมดการทำงานที่หลากหลาย

ข้อเสีย

  • ✘

5. เครื่องลดความชื้น Bwell รุ่น BDH-53A

เครื่องลดความชื้นรองรับพื้นที่ 40–80 ตร.ม. ลดความชื้นสูงสุด 53 ลิตรต่อวัน

ยี่ห้อ / รุ่นBwell BDH-53
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน40 ถึง 80 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง390 x 268 x 612 มม.
น้ำหนัก17.9 กก.
กำลังไฟฟ้า980 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน–

Bwell BDH-53A เป็นเครื่องลดความชื้นที่ตอบโจทย์คุณที่ต้องการควบคุมความชื้นในห้องขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องซักรีด หอพัก หรือสำนักงาน โดยรองรับพื้นที่ 40–80 ตร.ม. และกำจัดความชื้นได้สูงสุด 53 ลิตรต่อวัน ตัวเครื่องใช้ระบบคอมเพรสเซอร์สำหรับดูดความชื้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมถังน้ำความจุ 7.1 ลิตร และสามารถระบายน้ำได้ 2 ทาง ทั้งเก็บในถังหรือระบายต่อเนื่องผ่านช่องต่อสายยาง

รุ่นนี้น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเครื่องลดความชื้นที่ควบคุมได้สะดวก เพราะมีหน้าจอ Digital แสดงระดับความชื้น แผงควบคุมอยู่ด้านบนเครื่อง และเชื่อมต่อ WiFi เพื่อควบคุมผ่านแอปได้ มีโหมดการทำงาน 3 โหมด ได้แก่ Dry, Continue และ Comfort พร้อมปรับแรงลมได้ 3 ระดับ High, Med และ Low อีกทั้งยังตั้งเวลาเปิด-ปิดได้ด้วยฟังก์ชันจับเวลา 24 ชั่วโมง ตัวเครื่องมีขนาด 390 x 268 x 612 มม. น้ำหนัก 17.9 กก. กำลังไฟ 980 วัตต์ และระดับเสียงขณะใช้งาน 47 dB(A)

ข้อดี

  • กำจัดความชื้นได้สูงสุด 53 ลิตรต่อวัน พร้อมถังน้ำ 7.1 ลิตร
  • มีโหมด Dry, Continue และ Comfort ให้เลือกตามลักษณะพื้นที่
  • ควบคุมผ่านแอปได้ พร้อมฟังก์ชันตั้งเวลาเปิด-ปิด 24 ชั่วโมง

ข้อเสีย

  • ✘

6. เครื่องลดความชื้น SHARP รุ่น DW-D20A-W

เครื่องลดความชื้น ที่ตอบโจทย์คุณที่ต้องการควบคุมความชื้นในห้อง บ้าน หรือคอนโดมิเนียม พร้อมโหมดลดความชื้นและ Plasmacluster 7000

ยี่ห้อ / รุ่นSHARP รุ่น DW-D20A-W
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน25–50 ตร.ม.
ขนาดตัวเครื่อง297 x 650 x 426 มม.
น้ำหนัก15.5 กก.
กำลังไฟฟ้า–
ระดับของเสียงรบกวน–

SHARP DW-D20A-W เครื่องลดความชื้น ที่ตอบโจทย์คุณที่ต้องการควบคุมความชื้นในห้อง บ้าน หรือคอนโดมิเนียม โดยรองรับพื้นที่ 25–50 ตร.ม. และมีความสามารถในการลดความชื้น 20 ลิตรต่อวัน ที่อุณหภูมิ 30.0°C ความชื้นสัมพัทธ์ 80% ตัวเครื่องมีถังน้ำความจุ 4.2 ลิตร พร้อมทางเลือกระบายน้ำได้ทั้งแบบถังเก็บน้ำและท่อน้ำทิ้ง จึงใช้งานได้ยืดหยุ่นตามพื้นที่ที่วางเครื่อง

รุ่นนี้น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการเครื่องลดความชื้นที่มีฟังก์ชันดูแลห้องและเสื้อผ้าในเครื่องเดียว มีโหมดลดความชื้น 3 ระดับ ได้แก่ สูง ต่ำ และอัตโนมัติ รวมถึง Laundry Mode สำหรับช่วยตากผ้าในร่ม และ Auto Louver Mode ที่ปรับบานเกล็ดช่องลมได้ทั้งแนวนอน 90° และแนวตั้ง 180° นอกจากนี้ยังมี Plasmacluster 7000 ไอออน/ลบ.ซม. หน้าจอแสดงปริมาณความชื้น ตั้งเวลาได้ 2, 4 และ 6 ชั่วโมง พร้อมล้อเลื่อนสำหรับช่วยให้เคลื่อนย้ายตัวเครื่องได้สะดวกขึ้น

ข้อดี

  • ลดความชื้นได้ 20 ลิตรต่อวัน ที่อุณหภูมิ 30.0°C ความชื้นสัมพัทธ์ 80%
  • ระบายน้ำได้ 2 แบบ ทั้งถังเก็บน้ำและท่อน้ำทิ้ง
  • ตั้งเวลาได้ 2, 4 และ 6 ชั่วโมง พร้อมล้อเลื่อนช่วยให้ย้ายตำแหน่งได้ง่ายขึ้น

ข้อเสีย

  • ✘

7. เครื่องลดความชื้น Simplus รุ่น CUSH002

เครื่องเพิ่มความชิ้น ในอากาศพร้อมคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม และการตั้งเวลาการทำงานต่อเนื่องที่รองรับได้ยาวนานถึง 25 ชั่วโมง

ยี่ห้อ / รุ่นเครื่องลดความชื้น Simplus
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน5-15 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง–
น้ำหนัก–
กำลังไฟฟ้า65 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน35 เดซิเบล

เครื่องลดความชื้น Simplus รุ่น CUSH002 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องลดความชื้นขนาดกะทัดรัดแต่มีประสิทธิภาพ เครื่องรุ่นนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าประทับใจหลายประการ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายและเหมาะกับการใช้ในพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง

หนึ่งในจุดเด่นของ Simplus รุ่น CUSH002 คือการใช้งานที่ง่ายดาย เพียงกดปุ่มเดียวก็สามารถเริ่มต้นกำจัดความชื้นได้ทันที เครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่สามารถดูดความชื้นได้ถึง 300 มิลลิลิตรต่อวัน เพียงพอสำหรับใช้ในห้องขนาด 5-15 ตารางเมตร ถังเก็บน้ำของเครื่องมีความจุ 2.5 ลิตร ซึ่งค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง และยังถอดแยกมาเทน้ำและทำความสะอาดได้ง่าย ช่วยป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรีย

เครื่องลดความชื้น Simplus รุ่น CUSH002 เป็นเครื่องลดความชื้น ที่ให้ประสิทธิภาพดี ใช้งานง่าย และเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องเก็บของ เครื่องรุ่นนี้จะช่วยควบคุมระดับความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ป้องกันการเกิดเชื้อรา ไรฝุ่น และกลิ่นอับ ช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพที่ดีและมีความสบายในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น หากคุณต้องการ เครื่องลดความชื้น ที่ใช้งานง่าย กะทัดรัด และราคาไม่แพง เครื่องลดความชื้น Simplus จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

ข้อดี

  • การจัดวางที่ทำได้อย่างประหยัดพื้นที่
  • สามารถใช้งานได้ในทุกพื้นที่
  • เงียบและเสียงรบกวนต่ำ

ข้อเสีย

  • ✘

8. เครื่องลดความชื้น HAFELE Dehumidifier

เครื่องลดความชื้นรุ่นขนาดเล็ก ที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และจัดวางได้อย่างประหยัดพื้นที่

ยี่ห้อ / รุ่นHAFELE Dehumidifier
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน20 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง228 x 150 x 373 มิลลิเมตร
น้ำหนัก2,200 กรัม
กำลังไฟฟ้า45 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน42 เดซิเบล

หากสิ่งที่คุณกำลังมองหา เป็นสินค้ารุ่นขนาดเล็ก สำหรับการใช้งานภายในพื้นที่ที่มีขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร รุ่นนี้จะถือเป็นตัวเลือกที่มีความน่าสนใจอย่างมาก จากการถูกออกแบบมาให้มีขนาด ที่สามารถจัดวางได้อย่างไม่กินพื้นที่มากจนเกินไป และการมีน้ำหนักเบาที่ทำให้การเคลื่อนย้ายการจัดวางสามารถทำได้ง่าย ในขณะที่ในการทำงานโดยรวมของตัวสินค้า จะใช้กำลังไฟฟ้าโดยรวมที่ต่ำเพียง 45 วัตต์เท่านั้น ส่งผลให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับการเปิดทำงานต่อเนื่องได้ดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข้อดี

  • ขนาดความจุของถังเก็บน้ำค่อนข้างสูง
  • การใช้กำลังไฟฟ้าในระดับต่ำเพียง 45 วัตต์
  • เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก

ข้อเสีย

  • ✘

9. เครื่องดูดความชื้น Simplus

เครื่องดูดความชื้น Simplus ที่สามารถใช้งานได้ทั้งภายในพื้้นที่พักอาศัยและออฟฟิต

ยี่ห้อ / รุ่นSimplus Dehumidifiers
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน40–60 ตร.ม.
ขนาดตัวเครื่อง21.6 x 17.1 x 30.8 ซม.
น้ำหนัก1.6 กก.
กำลังไฟฟ้า30 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน40 เดซิเบล

Simplus Dehumidifiers 1L Compact 2 เป็นเครื่องลดความชื้นขนาดกะทัดรัดที่ตอบโจทย์คุณที่ต้องการอุปกรณ์ช่วยดูดความชื้นสำหรับพื้นที่ใช้งานขนาดเล็ก เช่น มุมโต๊ะ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องทำงาน ตัวเครื่องใช้กำลังไฟ 30W ความจุถังน้ำ 1 ลิตร และมีปริมาณการลดความชื้นรายวัน 500 มล. การควบคุมเป็นระบบสัมผัส พร้อมไฟ LED รอบตัวเครื่องที่เปลี่ยนได้ 5 สี

รุ่นนี้ใช้ระบบลดความชื้นแบบเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมระบบป้องกันเมื่อน้ำเต็ม โดยมีไฟเตือนและปิดเครื่องอัตโนมัติ ตัวถังน้ำมีการระบุวัสดุต้านเชื้อแบคทีเรียซิลเวอร์ไอออน และมีแผ่นกันลื่นใต้ตัวเครื่องเพื่อช่วยให้วางได้มั่นคงขึ้น ระดับเสียงระบุไว้ที่ 40 dBA จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคุณที่กำลังมองหาเครื่องลดความชื้นขนาดเล็ก น้ำหนัก 1.6 กก. ใช้งานไม่ซับซ้อน และตั้งวางในพื้นที่จำกัดได้ง่าย

ข้อดี

  • กำลังไฟ 30W และถังน้ำ 1 ลิตร เหมาะจะวางในพื้นที่จำกัด
  • มีไฟเตือนน้ำเต็มและระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ
  • น้ำหนัก 1.6 กก. เคลื่อนย้ายและจัดวางได้สะดวก

ข้อเสีย

  • ✘

10. เครื่องดูดความชื้น HANABISHI รุ่น HDF-20M

เครื่องดูดความชื้น HANABISHI ที่มาพร้อมการออกแบบสุดเรียบง่าย แต่มีรูปแบบสีที่เป็นเอกลักษณ์

ยี่ห้อ / รุ่นHANABISHI HDF-20M
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน10 ถึง 20 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง222 x 178 x 145 มิลลิเมตร
น้ำหนัก–
กำลังไฟฟ้า–
ระดับของเสียงรบกวน–

สุดท้าย จัดเป็นตัวเลือกของสินค้า ที่ถูกออกแบบมาพร้อมรายละเอียด การใช้งานระดับมาตรฐาน แต่ยังคงมีภาพลักษณ์ของการออกแบบที่โดดเด่น และถูกออกวางจำหน่ายมาในราคาที่จับต้องได้ง่าย สำหรับในส่วนของรายละเอียดการใช้งานของสินค้าตัวนี้ จะประกอบด้วย การรองรับการจัดเก็บน้ำที่ทำได้สูงสุดในความจุระดับ 1 ลิตร, การตั้งเวลาการทำงานได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง

การรองรับการใช้งานได้ดีกับพื้นที่ ที่มีขนาด 10 ถึง 20 ตารางเมตร ไปจนถึงเรื่องของการมีระดับการทำงาน ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลตัวสินค้า ก็ยังจะสามารถทำได้ง่ายและ ช่วยเสริมความมั่นใจ สำหรับการดูแลสุขภาพของคุณได้มากยิ่งขึ้น ด้วยวัสดุที่ลดการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย ในตัวได้อย่างดีด้วยในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญในด้านของสีของสินค้า ก็ยังมีการออกแบบมาอย่างโดดเด่น และมีลักษณะที่แตกต่างออกมาจากรุ่นอื่น ๆ อยู่ไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ข้อดี

  • การลดการสะสมตัวของสิ่งสกปรกได้ดี
  • การออกแบบสีของสินค้าที่โดดเด่น
  • การตั้งเวลาการทำงานได้หลากหลาย

ข้อเสีย

  • ✘

เครื่องดูดความชื้นคืออะไร

เครื่องดูดความชื้น หรือ Dehumidifier คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยลดความชื้นส่วนเกินในอากาศภายในห้อง โดยตัวเครื่องจะดึงอากาศที่มีความชื้นเข้าไปผ่านระบบภายใน แล้วแยกไอน้ำออกมาเก็บไว้ในถังน้ำ หรือระบายออกผ่านท่อ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแต่ละรุ่น จากนั้นจึงปล่อยอากาศที่มีความชื้นลดลงกลับออกมาในห้อง

อุปกรณ์ประเภทนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสะสม เช่น ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องเก็บของ คอนโด ห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือบริเวณที่มักมีกลิ่นอับและเสื้อผ้าแห้งช้า โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหรือพื้นที่ที่มีอากาศชื้นเป็นประจำ การใช้เครื่องดูดความชื้นจะช่วยให้ควบคุมสภาพแวดล้อมภายในห้องได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม เครื่องดูดความชื้น ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนเครื่องฟอกอากาศโดยตรง เพราะจุดประสงค์หลักคือการลดความชื้น ไม่ใช่การกรองฝุ่นหรือสิ่งสกปรกในอากาศ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อควรดูจากขนาดห้อง ปริมาณการดูดความชื้น ความจุถังน้ำ ระดับเสียง และรูปแบบการใช้งาน เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการใช้งานมากที่สุด

วิธีเลือก ซื้อเครื่องดูดความชื้น

เลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง

ก่อนเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้น ควรเริ่มจากขนาดพื้นที่ที่ต้องการใช้งานเป็นอันดับแรก เพราะเครื่องแต่ละรุ่นรองรับพื้นที่ได้ไม่เท่ากัน หากใช้งานในห้องนอน ห้องทำงาน หรือคอนโดขนาดเล็ก อาจไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องขนาดใหญ่เกินไป เพราะอาจกินพื้นที่และใช้พลังงานมากกว่าที่จำเป็น

แต่ถ้าต้องการใช้ในห้องขนาดใหญ่ ห้องเก็บของ ห้องแต่งตัว หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสะสมมาก ควรเลือกรุ่นที่รองรับพื้นที่ได้กว้างขึ้น เพื่อให้ตัวเครื่องทำงานได้เหมาะสมกับสภาพห้อง หากเลือกเครื่องเล็กเกินไป เครื่องอาจต้องทำงานต่อเนื่องนานขึ้น และลดความชื้นได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ดูปริมาณการดูดความชื้นและความจุถังน้ำ

นอกจากขนาดพื้นที่แล้ว ควรดูปริมาณการดูดความชื้นของเครื่องด้วย โดยทั่วไปจะระบุเป็นลิตรต่อวัน ยิ่งตัวเลขสูงก็ยิ่งเหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นมาก หรือห้องที่ต้องการลดความชื้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ห้องที่อับง่าย ห้องใกล้ห้องน้ำ หรือห้องที่ตากผ้าในร่มเป็นประจำ

อีกจุดที่ควรพิจารณาคือความจุถังน้ำ หากถังน้ำมีขนาดเล็ก อาจต้องเทน้ำออกบ่อย โดยเฉพาะในช่วงที่ความชื้นสูง ส่วนรุ่นที่มีถังน้ำขนาดใหญ่หรือมีระบบแจ้งเตือนเมื่อน้ำเต็ม จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการเปิดใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงในแต่ละวัน

เลือกระดับเสียงให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน

เครื่องดูดความชื้น เป็นอุปกรณ์ที่มักเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระดับเสียงจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากต้องการใช้ในห้องนอน ห้องทำงาน หรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงไม่สูงเกินไป เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนหรือการทำงาน

หากใช้งานในพื้นที่ทั่วไป เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องเก็บของ หรือห้องซักผ้า ระดับเสียงอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักเท่ากับประสิทธิภาพในการดูดความชื้น แต่หากต้องเปิดเครื่องตอนกลางคืน หรือเปิดไว้ใกล้บริเวณที่นั่งทำงาน ควรตรวจสอบข้อมูลระดับเสียงของสินค้า และเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริง

พิจารณาขนาด น้ำหนัก และความสะดวกในการเคลื่อนย้าย

เครื่องดูดความชื้นบางรุ่นอาจต้องย้ายใช้งานระหว่างห้อง เช่น จากห้องนอนไปห้องแต่งตัว หรือจากห้องทำงานไปห้องเก็บของ ดังนั้นขนาดและน้ำหนักของเครื่องจึงมีผลต่อความสะดวกในการใช้งาน หากต้องการย้ายตำแหน่งบ่อย ควรเลือกรุ่นที่น้ำหนักไม่มาก มีมือจับ หรือล้อเลื่อนเพื่อช่วยให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้น

ในทางกลับกัน หากวางใช้งานประจำในห้องใดห้องหนึ่ง อาจเลือกเครื่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ แต่ควรดูให้พอดีกับพื้นที่วาง ไม่บังทางเดิน ไม่ชิดผนังเกินไป และมีพื้นที่รอบตัวเครื่องเพียงพอสำหรับการระบายอากาศ เพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสมในระยะยาว

ตรวจสอบฟังก์ชันเสริมที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น

ฟังก์ชันเสริมของ เครื่องดูดความชื้น มีผลต่อความสะดวกในการใช้งานไม่น้อย เช่น ระบบตั้งเวลา ระบบตัดการทำงานเมื่อน้ำเต็ม โหมดประหยัดพลังงาน หน้าจอแสดงค่าความชื้น หรือระบบควบคุมความชื้นอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานแบบไม่ต้องคอยปรับตั้งค่าบ่อย

หากใช้ในห้องนอน อาจเลือกรุ่นที่มีโหมดเสียงเบาหรือโหมดกลางคืน หากใช้ในห้องที่มีความชื้นสะสมมาก ควรเลือกรุ่นที่มีประสิทธิภาพการดูดความชื้นเหมาะสมและมีถังน้ำที่รองรับการใช้งานได้นานพอ ส่วนคนที่ต้องการใช้งานทั่วไปในบ้าน อาจเลือกรุ่นที่ตั้งค่าง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และมีฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นครบถ้วน

Author

  • Rada

    ราดา เป็นนักเขียน ที่มีความสนใจ เกี่ยวกับของใช้ในบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้คุณรดาเป็นนักเขียนหลักสำหรับ เว็บไซต์ยอดนิยม สำหรับการรีวิว และ ให้เคล็ดลับ เกี่ยวกับสินค้าและ เครื่องใช้ต่างๆในบ้านอีกด้วย

บทสรุป

เครื่องดูดความชื้น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เหมาะสำหรับบ้านหรือห้องที่มีปัญหาความชื้นสะสม อากาศอับ หรือมีของใช้ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เสื้อผ้า เครื่องนอน หนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเฟอร์นิเจอร์บางประเภท โดยเฉพาะห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องเก็บของ คอนโด หรือพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่มาก การมีเครื่องดูดความชื้นที่เหมาะสมจะช่วยให้ควบคุมสภาพแวดล้อมภายในห้องได้สะดวกขึ้น

หากถามว่า เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี คำตอบควรดูจากลักษณะการใช้งานเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากแบรนด์หรือราคาสูงที่สุดเพียงอย่างเดียว หากต้องการใช้ในห้องนอนหรือห้องทำงาน ควรเลือกรุ่นที่เสียงไม่ดัง ขนาดไม่ใหญ่เกินไป และมีฟังก์ชันพื้นฐานใช้งานง่าย ส่วนบ้านที่มีพื้นที่อับชื้นมาก หรือใช้ในห้องแต่งตัว ห้องเก็บของ หรือห้องซักผ้า ควรเลือกรุ่นที่มีปริมาณการดูดความชื้นเหมาะกับขนาดห้อง และมีถังน้ำที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ดี

สำหรับคนที่ต้องการใช้งานหลายห้อง รุ่นที่มีน้ำหนักไม่มาก มีมือจับ หรือล้อเลื่อนจะช่วยให้เคลื่อนย้ายได้สะดวกกว่า ขณะที่คนที่ต้องการเปิดใช้งานเป็นประจำ อาจมองหารุ่นที่มีระบบตัดการทำงานเมื่อน้ำเต็ม ตั้งเวลาได้ หรือมีโหมดควบคุมความชื้นอัตโนมัติ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในแต่ละวัน

โดยรวมแล้ว เครื่องดูดความชื้นที่ดีควรเลือกจากขนาดพื้นที่ ระดับความชื้นในห้อง ความเงียบในการทำงาน ความจุถังน้ำ และความสะดวกในการดูแลรักษาเป็นหลัก หากเลือกได้เหมาะกับสภาพห้องและพฤติกรรมการใช้งาน ก็จะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่าและตอบโจทย์มากกว่าการเลือกรุ่นที่สเปกสูงเกินความจำเป็น

บทความที่เกี่ยวข้อง