เครื่องดูดความชื้น / Dehumidifier

10 เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ปี 2024

Dehumidifier ยี่ห้อไหนดี เครื่องดูดความชื้น dehumidifier คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ ที่กำลังเริ่มได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นจากผู้ใช้งานทั่วทั้งโลกในขณะนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการเลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพ สำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยที่หลักการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนี้นั้น จะเป็นการลดความชื้นสัมพัทธ์ที่มีอยู่บนอากาศบริเวณโดยรอบของพื้นที่ที่คุณเปิดใช้งาน เพื่อให้คุณมีสามารถหายใจในสถานที่นั้น ๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ควบคู่ไปกับการให้ความรู้สึกที่สบายและผ่อนคลายในการทำกิจกรรมอื่น ๆ มากที่สุดภายในบ้านไปในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญจากระดับราคาที่เปิดตัวมาไม่สูงมากจนเกินไป และเทรนด์การรักษาสุขภาพที่กำลังเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้ ทั้งในกลุ่มของผู้คนในวัยทำงานและผู้สูงอายุ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ที่เริ่มมองหาอุปกรณ์ตัวนี้มาไว้ในครอบครองสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากคุณเริ่มมีความรู้สึกกว่าอยากจะทดลองซื้อ และกำลังมองหารุ่นที่น่าสนใจทั้งในด้านของสเปก ฟังก์ชันการใช้งาน และระดับราคา ก็ลองเลือกซื้อไปพร้อมกันกับเราในบทความ เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ในปี 2024 นี้ ที่เราได้ คัดสรร 10 รุ่น น่าซื้อมาให้คุณได้ลองเลือกชมได้เลย

10 อันดับ เครื่องดูดความชื้น ( dehumidifier ) ยี่ห้อไหนดี ปี 2024

  1. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2
  2. เครื่องลดความชื้น Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier 22L
  3. เครื่องลดความชื้น LG MD16GQSA1.ATH
  4. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1612L2
  5. เครื่องลดความชื้น Bwell รุ่น BDH-53
  6. เครื่องลดความชื้น HAFELE
  7. เครื่องดูดความชื้น Levoit Humidifier Dual 150 Ultrasonic Smart
  8. เครื่องดูดความชื้น Simplus Dehumidifiers
  9. เครื่องดูดความชื้น Simplus Dehumidifiers
  10. เครื่องดูดความชื้น HANABISHI รุ่น HDF-20M

1. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2

เครื่องดูดความชิ้น จากแบรนด์ HOMEMATE ที่มาพร้อมการออกแบบสุดเรียบหรู และสเปกโดยรวมระดับพรีเมี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นเครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน30 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง330 x 230 x 504 มิลลิเมตร
น้ำหนัก1,300 กรัม
กำลังไฟฟ้า600 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน45 เดซิเบล

รุ่นแรกเป็น เครื่องดูดความชื้น ประสิทธิภาพสูง ที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้ ด้วยความรู้สึกที่สบายมากยิ่งขึ้น จากการออกแบบมาพร้อมองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม ซึ่งทำให้ตัวสินค้าสามารถรองรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ถึง 30 ตารางเมตร ด้วยการใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงานเพียง 600 วัตต์ และส่งเสียงรบกวนออกมาในระดับที่ต่ำเพียง 45 เดซิเบลเท่านั้น

โดยในส่วนของฟังก์ชัน การทำงานของตัวเครื่องนั้น จะมีการปรับเปลี่ยนระดับตามความเหมาะสมของสถานการณ์แบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานจริงของเราได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่เรื่องของการเคลื่อนย้ายและทำความสะอาด รุ่นนี้ก็ยังมีการออกแบบมาให้สามารถตอบโจทย์ได้ดี และอำนวยความสะดวกในส่วนนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ด้วยดีไซน์การออกแบบที่มีความทันสมัย และการเลือกใช้งานสีที่เน้นความหรูหราในทุกส่วน ก็ช่วยให้การจัดวางจะทำได้ดีกับทุกมุมและบ้านทุกสไตล์ด้วยในเวลาเดียวกัน

ข้อดี
เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่
การออกแบบภายนอกสุดทันสมัย
การทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายได้ง่าย

ข้อเสีย

2. เครื่องลดความชื้น Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier 22L

อุปกรณ์ดูดความชื้น พร้อมการออกแบบสุดทันสมัย จากแบรนด์ Xiaomi ที่ให้คุณสามารถเชื่อมต่อและใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกสบาย

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Youpin NEW Widetech Internet Dehumidifier
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน
ขนาดตัวเครื่อง
น้ำหนัก1,250 กรัม
กำลังไฟฟ้า450 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน41 เดซิเบล

Xiaomi Mi Mijia Smart Dehumidifier 22L จัดเป็นตัวเลือกของสินค้า ที่มีการออกแบบภายนอกมาอย่างสวยงามทันสมัย ช่วยให้ภาพรวมจะสามารถใช้งานได้อย่างลงตัว และจัดวางได้อย่างเหมาะสมกับทุกมุมของบ้าน สำหรับในส่วนของรายละเอียดด้านการใช้งานของสินค้า จะมีการทำออกมาให้เหมาะสมสำหรับทุกพื้นที่ ด้วยการใช้งานองค์ประกอบของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้งานถังเก็บน้ำขนาด 4.5 ลิตร

การใช้กำลังไฟฟ้าในการทำงาน 450 วัตต์ หรือแม้แต่การเลือกปรับระดับอุณหภูมิในการทำงาน ที่จะสามารถทำได้อย่างหลากหลาย รวมไปถึงในด้านของคุณสมบัติการดูดความชื้น ก็ยังจะสามารถตอบโจทย์ภายในบ้านทั่วไปได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานของคุณได้มากยิ่งขึ้น ทางแบรนด์จึงยังได้มีการออกแบบระบบสั่งการการทำงานต่าง ๆ มาให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว ผ่านทางสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน

ข้อดี
การออกแบบสุดทันสมัย
การสั่งการการทำงานที่ง่ายดายผ่านทางสมาร์ทโฟน
โหมดการใช้งานตามสถานการณ์ที่หลากหลาย

ข้อเสีย

3. เครื่องดูดความชื้น LG MD16GQSA1.ATH

เครื่องดูดความชื้น รุ่นขนาด 16 ลิตรจากแบรนด์ LG ที่มาพร้อมความสามารถในการทำงานระดับยอดเยี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นLG MD16GQSA1.ATH
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน
ขนาดตัวเครื่อง
น้ำหนัก
กำลังไฟฟ้า
ระดับของเสียงรบกวน33 เดซิเบล

LG MD16GQSA1.ATH เป็นสินค้ารุ่นระดับสูงที่ถูกออกแบบมา ให้คุณสามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากรายละเอียดการทำงานโดยรวม ที่ได้ถูกติดตั้งมาให้ของตัวสินค้า และการที่สามารถรองรับการดูดความชื้นได้ที่ระดับ 16 ลิตร โดยสิ่งที่ถือเป็นความน่าสนใจหลัก ๆ ในรุ่นนี้ จะเป็นเรื่องของการทำงาน ที่จะส่งออกระดับเสียงมาเพียง 33 เดซิเบล ซึ่งจะเป็นช่วงของระดับเสียง ที่จะไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณเลยแม้แต่น้อย

ข้อดี
ระดับเสียงรบกวนค่อนข้างต่ำ
ขนาดความจุการดูดความชื้นสูงถึง 16 ลิตร
ประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง

ข้อเสีย
ใช้พื้นที่ในการจัดวางค่อนข้างมาก

4. เครื่องดูดความชื้น HOMEMATE รุ่น HOM-1612L2

เครื่องลดความชื้น จากแบรนด์ HOMEMATE สำหรับห้องขนาด 15 ตารางเมตร ที่สามารถกรองอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพในระหว่างการทำงาน

ยี่ห้อ / รุ่นHOMEMATE HOM-1612L2
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน15 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง256 x 203 x 415 มิลลิเมตร
น้ำหนัก10,000 กรัม
กำลังไฟฟ้า175 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน42 เดซิเบล

HOMEMATE HOM-1612L2 นับเป็นหนึ่ง ในตัวเลือกของสินค้า ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจในการใช้งานอยู่ไม่น้อย จากการเป็นสินค้าที่ถูกออกแบบมา สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดประมาณ 15 ตารางเมตร แต่ใช้กำลังไฟฟ้า ในการทำงานที่ระดับต่ำเพียง 175 วัตต์ ส่งผลให้คุณจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับการใช้งานต่อเรื่องได้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับ การสั่งการสิ่งต่าง ๆ จะสามารถทำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการใช้งานหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสของตัวสินค้า ซึ่งสามารถปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับความชื้น หรือโปรแกรมในการทำงานได้อย่างหลากหลาย ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อให้คุณสามารถใช้งานดูแลสุขภาพภายในบ้านได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น รุ่นนี้ จึงยังได้มีการติดตั้งแผ่นกรองแบบ HEPA Filter สำหรับการใช้เพื่อกรองอากาศภายในบ้าน ร่วมกันกับระบบดูดความชื้นมาให้อีกด้วย

ข้อดี
การสั่งการการทำงานที่สะดวกสบายผ่านหน้าจอสัมผัส
การติดตั้งแผ่นกรอง HEPA Filter
โหมดการทำงานที่หลากหลาย

ข้อเสีย

5. เครื่องลดความชื้น Bwell รุ่น BDH-53

อุปกรณ์ลดความชื้น จากแบรนด์ Bwell ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

ยี่ห้อ / รุ่นBwell BDH-53
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน40 ถึง 80 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง428 x 332 x 655 มิลลิเมตร
น้ำหนัก19,200 กรัม
กำลังไฟฟ้า830 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน

รุ่นนี้นับเป็น เครื่องดูดความชื้น ที่ถูกออกแบบมา สำหรับเน้นการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ จากการออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้กับพื้นที่ ที่มีขนาดประมาณ 40 ถึง 80 ตารางเมตร ด้วยความสามารถในการลดความชื้นที่ระดับ 53 ลิตรต่อวัน และคุณสมบัติ การปรับความชื้นที่สามารถทำได้ อย่างหลากหลาย ด้วยการใช้งานกำลังไฟฟ้าในระดับ 830 วัตต์

รวมไปถึงยังมีการออกแบบถังน้ำมาให้ มีความจุถึง 6.5 ลิตร ช่วยให้การใช้งานต่อเนื่องจะสามารถทำได้อย่างสะดวกสบายด้วยในเวลาเดียวกัน โดยในด้านของภาพรวมการออกแบบภายนอก จะมีการทำออกมาให้มีขนาดไม่ใหญ่มากจนเกินไป ทำให้ยังคงสามารถจัดวางในมุมต่าง ๆ ของบ้านได้ดี

ในขณะที่การทำความสะอาดหรือจัดการกับตัวเครื่อง ก็ยังจะสามารถทำได้สะดวก จากส่วนประกอบที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้เรียบง่าย และขั้นตอนที่ไม่มีความซับซ้อนมากจนเกินไป ดังนั้น ในด้านของความง่ายและสะดวกสบายต่อการใช้งาน รุ่นนี้ก็ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข้อดี
เหมาะสำหรับการใช้งานกับพื้นที่ขนาดใหญ่
การดูแลและทำความสะอาดได้ง่าย
การออกแบบล้อสำหรับเลื่อนมาให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก

ข้อเสีย

6. เครื่องลดความชื้น HAFELE

เครื่องดูดความชื้น จากแบรนด์ HAFELE ที่มาพร้อมภาพลักษณ์สุดทันสมัย และการใช้งานที่เหมาะสมกับทุกห้องของบ้าน

ยี่ห้อ / รุ่นHAFELE Dehumidifier
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน30 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง340 x 240 x 570 มิลลิเมตร
น้ำหนัก14,500 กรัม
กำลังไฟฟ้า420 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน48 เดซิเบล

HAFELE Dehumidifier 6.5 L เป็นอีกหนึ่งรุ่นของสินค้า ที่มีความโดดเด่น ทั้งในด้านของดีไซน์การออกแบบภายนอก ที่เน้นความสวยงามและดูทันสมัยมากเป็นพิเศษ ไปจนถึงเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน ที่จะทำให้เราสามารถใช้งานในพื้นที่ ขนาดมาตรฐานประมาณ 30 ตารางเมตร ได้อย่างครอบคลุมและ มีประสิทธิภาพ ด้วยระบบการดูดความชื้นที่สามารถปรับระดับการทำงานได้หลากหลาย และใช้งานกับสภาพห้องลักษณะต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

รวมไปถึงหลังจากการดูดความชื้นออกจากห้องแล้ว ก็ยังจะสามารถกักเก็บน้ำก่อนทำความสะอาดไว้ได้อย่างยาวนาน ในปริมาณโดยรวมที่มากกว่า 6.5 ลิตร ด้วยระดับเสียงของการทำงานที่ต่ำเพียง 48 เดซิเบล เท่านั้น ส่วนในด้านของโหมดการทำงานต่าง ๆ

รุ่นนี้ ก็จะมีการติดตั้งมาหลากหลายอย่างมาก ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานกับสถานการณ์ใดก็ตาม รุ่นนี้ก็จะสามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีที่สุดอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานภายในห้องขนาดใหญ่ หรือแม้แต่การใช้งานกับห้องคอนโด หรือ หอพักขนาดมาตรฐานก็ตาม

ข้อดี
ขนาดความจุถังเก็บน้ำขนาดใหญ่
การออกแบบที่สวยงามล้ำสมัย
โหมดการทำงานที่ปรับได้หลากหลาย

ข้อเสีย

7. เครื่องลดความชื้น Simplus รุ่น CUSH002

เครื่องเพิ่มความชิ้น ในอากาศพร้อมคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม และการตั้งเวลาการทำงานต่อเนื่องที่รองรับได้ยาวนานถึง 25 ชั่วโมง

ยี่ห้อ / รุ่นเครื่องลดความชื้น Simplus
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน5-15 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง
น้ำหนัก
กำลังไฟฟ้า65 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน35 เดซิเบล

เครื่องลดความชื้น Simplus รุ่น CUSH002 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องลดความชื้นขนาดกะทัดรัดแต่มีประสิทธิภาพ เครื่องรุ่นนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าประทับใจหลายประการ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายและเหมาะกับการใช้ในพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง

หนึ่งในจุดเด่นของ Simplus รุ่น CUSH002 คือการใช้งานที่ง่ายดาย เพียงกดปุ่มเดียวก็สามารถเริ่มต้นกำจัดความชื้นได้ทันที เครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่สามารถดูดความชื้นได้ถึง 300 มิลลิลิตรต่อวัน เพียงพอสำหรับใช้ในห้องขนาด 5-15 ตารางเมตร ถังเก็บน้ำของเครื่องมีความจุ 2.5 ลิตร ซึ่งค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง และยังถอดแยกมาเทน้ำและทำความสะอาดได้ง่าย ช่วยป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรีย

เครื่องลดความชื้น Simplus รุ่น CUSH002 เป็นเครื่องลดความชื้น ที่ให้ประสิทธิภาพดี ใช้งานง่าย และเหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องเก็บของ เครื่องรุ่นนี้จะช่วยควบคุมระดับความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ป้องกันการเกิดเชื้อรา ไรฝุ่น และกลิ่นอับ ช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพที่ดีและมีความสบายในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น หากคุณต้องการ เครื่องลดความชื้น ที่ใช้งานง่าย กะทัดรัด และราคาไม่แพง เครื่องลดความชื้น Simplus จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ

ข้อดี
การจัดวางที่ทำได้อย่างประหยัดพื้นที่
สามารถใช้งานได้ในทุกพื้นที่
เงียบและเสียงรบกวนต่ำ

ข้อเสีย

8. เครื่องลดความชื้น HAFELE Dehumidifier

เครื่องลดความชื้นรุ่นขนาดเล็ก ที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และจัดวางได้อย่างประหยัดพื้นที่

ยี่ห้อ / รุ่นHAFELE Dehumidifier
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน20 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง228 x 150 x 373 มิลลิเมตร
น้ำหนัก2,200 กรัม
กำลังไฟฟ้า45 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน42 เดซิเบล

หากสิ่งที่คุณกำลังมองหา เป็นสินค้ารุ่นขนาดเล็ก สำหรับการใช้งานภายในพื้นที่ที่มีขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร รุ่นนี้จะถือเป็นตัวเลือกที่มีความน่าสนใจอย่างมาก จากการถูกออกแบบมาให้มีขนาด ที่สามารถจัดวางได้อย่างไม่กินพื้นที่มากจนเกินไป และการมีน้ำหนักเบาที่ทำให้การเคลื่อนย้ายการจัดวางสามารถทำได้ง่าย ในขณะที่ในการทำงานโดยรวมของตัวสินค้า จะใช้กำลังไฟฟ้าโดยรวมที่ต่ำเพียง 45 วัตต์เท่านั้น ส่งผลให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับการเปิดทำงานต่อเนื่องได้ดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข้อดี
ขนาดความจุของถังเก็บน้ำค่อนข้างสูง
การใช้กำลังไฟฟ้าในระดับต่ำเพียง 45 วัตต์
เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก

ข้อเสีย
ระดับเสียงในการทำงานค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกันกับประสิทธิภาพการทำงาน

9. เครื่องดูดความชื้น Simplus Dehumidifiers

เครื่องดูดความชื้น Simplus ที่สามารถใช้งานได้ทั้งภายในพื้้นที่พักอาศัยและออฟฟิต

ยี่ห้อ / รุ่นSimplus Dehumidifiers
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน5 ถึง 15 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง146 x 146 x 227 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
กำลังไฟฟ้า23 วัตต์
ระดับของเสียงรบกวน30 เดซิเบล

Simplus Dehumidifiers เป็นสินค้ารุ่นขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้าน และการจัดวางเพื่อให้บนโต๊ะทำงาน จากประสิทธิภาพการทำงานของตัวสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการลดความชื้นที่ระดับ 300 มิลลิลิตรต่อวัน ซึ่งครอบคลุมการใช้งานได้อย่างเพียงพอภายในห้อง, การใช้กำลังไฟฟ้าในระดับที่ต่ำเพียง 23 วัตต์, ขนาดความจุของถังเก็บน้ำในระดับ 600 มิลลิลิตร หรือแม้แต่การเปิดทำงานที่ง่ายดาย ด้วยการกดสั่งการบริเวณด้านบนของตัวสินค้า ที่ล้วนแล้วแต่ถูกติดตั้งมาให้เกินระดับราคาออกวางจำหน่ายด้วยกันทั้งสิ้น

ข้อดี
ขนาดเล็กกะทัดรัดจัดวางได้อย่างประหยัดพื้นที่
ระบเสียงในการทำงานค่อนข้างต่ำ
การใช้กำลังไฟฟ้าที่ค่อนข้างต่ำ

ข้อเสีย
ประสิทธิภาพการดูดความชื้นไม่สูงมากนัก

10. เครื่องดูดความชื้น HANABISHI รุ่น HDF-20M

เครื่องดูดความชื้น HANABISHI ที่มาพร้อมการออกแบบสุดเรียบง่าย แต่มีรูปแบบสีที่เป็นเอกลักษณ์

ยี่ห้อ / รุ่นHANABISHI HDF-20M
ขนาดพื้นที่ที่รองรับการใช้งาน10 ถึง 20 ตารางเมตร
ขนาดตัวเครื่อง222 x 178 x 145 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
กำลังไฟฟ้า
ระดับของเสียงรบกวน

สุดท้าย จัดเป็นตัวเลือกของสินค้า ที่ถูกออกแบบมาพร้อมรายละเอียด การใช้งานระดับมาตรฐาน แต่ยังคงมีภาพลักษณ์ของการออกแบบที่โดดเด่น และถูกออกวางจำหน่ายมาในราคาที่จับต้องได้ง่าย สำหรับในส่วนของรายละเอียดการใช้งานของสินค้าตัวนี้ จะประกอบด้วย การรองรับการจัดเก็บน้ำที่ทำได้สูงสุดในความจุระดับ 1 ลิตร, การตั้งเวลาการทำงานได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง

การรองรับการใช้งานได้ดีกับพื้นที่ ที่มีขนาด 10 ถึง 20 ตารางเมตร ไปจนถึงเรื่องของการมีระดับการทำงาน ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลตัวสินค้า ก็ยังจะสามารถทำได้ง่ายและ ช่วยเสริมความมั่นใจ สำหรับการดูแลสุขภาพของคุณได้มากยิ่งขึ้น ด้วยวัสดุที่ลดการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย ในตัวได้อย่างดีด้วยในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญในด้านของสีของสินค้า ก็ยังมีการออกแบบมาอย่างโดดเด่น และมีลักษณะที่แตกต่างออกมาจากรุ่นอื่น ๆ อยู่ไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ข้อดี
การลดการสะสมตัวของสิ่งสกปรกได้ดี
การออกแบบสีของสินค้าที่โดดเด่น
การตั้งเวลาการทำงานได้หลากหลาย

ข้อเสีย

วิธีการเลือก ซื้อเครื่องดูดความชื้น

  1. เลือกจากขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน
    สิ่งแรกที่คุณจำเป็นจะต้องตรวจสอบก่อนการเลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นเครื่องใหม่มาไว้สำหรับใช้งานภายในบ้านของคุณ จะเป็นในเรื่องของขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมซึ่งเครื่องรุ่นนั้น ๆ รองรับการใช้ได้แบบเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ที่คุณเลือกซื้อมาอย่างเหมาะสมที่สุดกับขนาดของห้อง หรือพื้นที่ภายในบ้านของคุณที่ต้องการใช้งาน

    โดยที่หากคุณเลือกซื้อรุ่นที่รองรับการใช้งานในพื้นที่ที่ใหญ่เกินกว่าห้องคุณมากจนเกินไป ก็อาจทำให้ตัวเครื่องใช้พลังงานไฟฟ้ามากจนเกินความจำเป็น และอาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าภายในบ้านของคุณเพิ่มขึ้นไปได้ในเวลาเดียวกัน แต่หากเลือกรุ่นที่รองรับการใช้งานได้ไม่เพียงพอต่อขนาดห้องของคุณ ก็อาจมีผลให้ตัวอุปกรณ์ทำงานได้แบบไม่เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ใช้งานเครื่องรุ่นนั้น ๆ ได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควรจะเป็นด้วยเช่นกัน
  2. พิจารณาระดับเสียงที่ไม่รบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
    อีกหนึ่งสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการเลือก ซื้อเครื่องดูดความชื้น ที่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมทุกสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน คือ ระดับเสียงรบกวนที่เครื่องรุ่นนั้น ๆ จะส่งออกมาในระหว่างการทำงานของตัวเครื่อง

    ซึ่งโดยปกติแล้วรุ่นที่มีเสียงในการทำงานเบามากที่สุด ก็มักจะถูกเลือกซื้อเป็นลำดับแรก ๆ อยู่เสมอ เนื่องจากในระหว่างที่เปิดใช้งานตัวอุปกรณ์จะมีเสียงการทำงานของกลไกต่าง ๆ ที่เบามากกว่า ส่งผลให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณน้อยลงกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในการเลือกซื้อให้ได้รุ่นที่ดีมากที่สุด การลองตรวจสอบในเบื้องต้นจากระดับเสียงที่รุ่นนั้น ๆ ส่งออกมาก่อนเรื่องอื่น ๆ ก็ฟังดูจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
  3. ตรวจสอบระดับของเสียงรบกวนที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
    เนื่องจากเครื่องดูดความชื้นเป็นอุปกรณ์ที่มักจะถูกเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลาเมื่อมีผู้ใช้งานอยู่ภายบ้าน ทำให้การเลือกรุ่นที่มีเสียงดังมากจนเกินไปอาจจะไม่เหมาะสมมากเท่าไหร่นัก สำหรับการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานและผลที่อาจเกิดต่อสุขภาพร่างกายของคุณ ส่งผลให้การมองหารุ่นที่มีระดับเสียงในการทำงานต่ำมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ควบคู่ไปกับการทำงานและฟังก์ชันต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพของตัวเครื่อง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามไปในการเลือกซื้อเลยแม้แต่น้อย
  4. ให้ความสำคัญกับขนาดและน้ำหนัก
    เครื่องใช้ไฟฟ้า แทบทุกประเภทในบางครั้งก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนตำแหน่งในการจัดวางได้ เพื่อจุดประสงค์ในด้านของการทำความสะอาดหรือการเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันภายในบ้าน ซึ่งอุปกรณ์ที่เราได้กล่าวไปอย่างเครื่องลดความชื้นก็ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกซื้อรุ่นที่มีขนาดกำลังดีและมีน้ำหนักที่เหมาะสมกับขนาดของตัวเครื่อง ก็จะช่วยให้คุณเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ตัวนี้ได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

Author

  • Rada

    ราดา เป็นนักเขียน ที่มีความสนใจ เกี่ยวกับของใช้ในบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้คุณรดาเป็นนักเขียนหลักสำหรับ เว็บไซต์ยอดนิยม สำหรับการรีวิว และ ให้เคล็ดลับ เกี่ยวกับสินค้าและ เครื่องใช้ต่างๆในบ้านอีกด้วย

บทสรุป

ในยุคปัจจุบัน ที่ปัญหาเกี่ยวกับสภาพอากาศ ถูกจัดอยู่ในระดับวิกฤต และเป็นสิ่งที่มีผลอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณในทุกช่วงเวลา จึงเป็นสิ่งที่ทำให้การมองหาอุปกรณ์เสริมสำหรับช่วยเพิ่มคุณภาพในการใช้ชีวิตของคุณอย่างเครื่องดูดความชื้น ก็กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีความสำคัญอยู่ไม่น้อยในปัจจุบัน เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตต่อเนื่องไปในชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นมากที่สุด

และเพิ่มความรู้สึกสบายตัวในระหว่างการใช้ชีวิต ในทุกช่วงเวลาไปด้วยในเวลาเดียวกัน โดยที่ในการเลือกซื้อให้เหมาะสม และ คุ้มค่ามากที่สุด นั้น ก็ควรเลือกพิจารณาจากขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการใช้งาน, ระดับเสียงที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน, และน้ำหนักโดยรวมที่มีผลต่อการเคลื่อนย้ายตัวเครื่องเป็นหลัก ซึ่งทุกข้อที่กล่าวมานั้นควรจะมีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับระดับราคามากที่สุด และหากคุณต้องการเลือกซื้อรุ่นที่มีความคุ้มค่าและน่าสนใจ ทั้งในด้านของระดับราคา, สเปกของตัวอุปกรณ์ และฟังก์ชันการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ในบทความ เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ในปี 2024 นี้ เราเชื่อว่าน่าจะมีคำตอบที่ดีที่สุดเอาไว้ให้คุณได้ลองเลือกซื้อแล้วอย่างแน่นอน

บทความล่าสุด