แนะนำ 10 เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี ในปี 2021

เครื่องฟอกอากาศ-xiaomiเครื่องฟอกอากาศ เป็นหนึ่งใน เครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ จากความสามารถในการควบคุมมลภาวะบนอากาศภายในห้อง ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจากระบบกรองอากาศที่ถูกติดตั้งมาภายในตัวเครื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่แก้ไข ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานี้ได้แบบตรงจุดมากที่สุด ส่งผลให้ในช่วงเวลาปัจจุบันมีแบรนด์สินค้ามากมาย ที่กำลังออกวางจำหน่ายและมีการพัฒนาสินค้าออกมาให้เราเลือกซื้อกันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือ แบรนด์สินค้านวัตกรรมที่กำลังมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากใน ขณะนี้อย่าง Xiaomi นั่นเอง

โดยหากพูดถึง เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ที่คุณสามารถเลือกซื้อได้ในช่วงเวลานี้ ก็จะมีความหลากหลายอยู่พอสมควรตั้งแต่ในเรื่องของระดับราคา, ไส้กรอง Xiaomi , ขนาดตัวเครื่อง , ฟังก์ชันการใช้งาน ไปจนถึง ความสามารถในการผลิตอากาศที่ไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่น เป็นผลให้คุณเลือกซื้อตามความเหมาะสมได้ค่อนข้างหลากหลาย และยังพิจารณาเลือกใช้งานรุ่นที่คุ้มค่าในงบประมาณที่คุณต้องการได้อีกด้วย

ดังนั้น หากคุณอยากรู้ว่า Xiaomi มีการออกวางจำหน่าย เครื่องฟอกอากาศ รุ่นไหนบ้าง มาให้เราเลือกซื้อกัน ได้ในขณะนี้ ก็ลองตรวจสอบดูจาก 10 อันดับสินค้าที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปในบทความ เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี ในปี 2021 นี้พร้อมกันกับเราได้เลยครับ

10 เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนดี ในปี 2021

  1. Xiaomi A1 Air purifier
  2. Xiaomi Mi Air Purifier Pro H
  3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro
  4. Xiaomi Mi Air Purifier 3H
  5. Xiaomi Mi Air Purifier 2S
  6. Xiaomi Mijia Desktop Air Purifier
  7. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier 3
  8. Xiaomi Mi Air Purifier 2H
  9. Xiaomi-Mi-Air-Purifier-3C
  10. Xiaomi-Mi-Air-Purifier-2C

1. Xiaomi A1 Air purifier

เครื่องฟอกอากาศ แบบติดผนังที่เหมาะสำหรับการติดตั้งในห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องรับแขก และห้องทำงาน

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi A1 Air purifier
ขนาดตัวเครื่อง106 x 50 x 50 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน41 ถึง 60 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งานต่ำกว่า 35 เดซิเบล

รุ่นแรกเป็น เครื่องฟอกอากาศ แบบติดผนังประสิทธิภาพสูงจากแบรนด์ Xiaomi ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถจัดวางในทุกมุมบ้านได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน, ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องนั่งเล่น ด้วยดีไซน์การออกแบบสุดหรูหราทันสมัย และขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป รวมไปถึงยังมีความสามารถในการฟอกอากาศ ที่ทำได้สูงสุดในระดับ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงไปด้วยในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อให้ในระบบฟอกอากาศรบกวนการใช้ชีวิตของคุณน้อยมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่งผลให้ในด้านของเสียงที่ส่งออกมาก็จะจัดอยู่ในระดับที่ต่ำเอามาก ๆ อีกด้วยครับ

ข้อดี
ลดพื้นที่การจัดวางได้ด้วยการติดตั้งบนผนัง
ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด 20 เดซิเบล
รองรับการดักจับฝุ่น PM2.5

ข้อควรพิจารณา
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์ค่อนข้างต่ำ

2. Xiaomi Mi Air Purifier Pro H

เครื่องกรองอากาศ ในห้องขนาด 72 ตารางเมตร ที่ทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ ด้วยค่า CADR 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier Pro H
ขนาดตัวเครื่อง310 x 310 x 738 มิลลิเมตร
น้ำหนัก9.6 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน72 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน34.1 ถึง 65 เดซิเบล

ถัดมาเป็นรุ่นระดับโปรของ เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ที่มาพร้อมความสามารถในการฟอกอากาศภายในพื้นที่สูงสุดขนาด 72 ตารางเมตร ด้วยอัตราเร็วในการกำจัดสิ่งปนเปื้อนบนอากาศ ที่ทำได้สูงสุดในระดับ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ภายในระดับเสียงของการเปิดใช้งานที่ทำได้อยู่ในช่วงประมาณ 34.1 ถึง 65 เดซิเบล โดยหากกล่าวถึงฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่ถูกใส่มาให้ภายในตัวเครื่องนั้น ก็จะมีอยู่ตั้งแต่ฟังก์ชันการกัดจัดไรฝุ่น, ฟังก์ชันการจัดการกับแบคทีเรีย, ฟังก์ชันการป้องกันการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงฟังก์ชันการลดสารที่อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ในอากาศเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
รองรับการใช้งานได้ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่
กำลังไฟฟ้าในการทำงานอยู่ในระดับสูง
อัตราการผลิตบริสุทธิ์ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ข้อควรพิจารณา
ระดับเสียงในการเปิดใช้งานสูงสุด 65 เดซิเบล

3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro

เครื่องฟอกอากาศ อัจฉริยะจากแบรนด์ Xiaomi ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในห้องที่มีขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษโดยเฉพาะ

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier Pro
ขนาดตัวเครื่อง260 x 260 x 735 มิลลิเมตร
น้ำหนัก9.7 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน60 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน31 เดซิเบล

Xiaomi Mi Air Purifier Pro เป็นอีกหนึ่งรุ่นระดับสูงที่เราได้นำมาให้คุณลองเลือกซื้อกันในบทความนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่มาพร้อมคุณสมบัติพื้นฐานมากมาย ที่จะช่วยให้ภายในบ้านของคุณมีอากาศที่บริสุทธิ์ได้มากยิ่งขึ้น เช่น ความสามารถในการกำจัดสิ่งเจือปนหรือมวลภาวะในอากาศ ที่ทำได้แบบเต็มประสิทธิภาพในห้องที่มีขนาดความจุ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง, แผ่นกรองที่ดักจับฝุ่นขนาดเล็กสุดได้มากถึง 0.3 ไมครอน, การรองรับพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในช่วงประมาณ 60 ตารางเมตร และหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ที่จะช่วยให้คุณสั่งการฟังก์ชันและตรวจสอบรายละเอียดในเบื้องต้นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้นครับ

ข้อดี
หน้าจอแสดงผลแบบ OLED สำหรับการสั่งการฟังก์ชันต่าง ๆ
ผลิตอากาศในห้องขนาด 23 ตารางเมตรได้ภายใน 10 นาที
แผ่นกรองรองรับการดักจับฝุ่น PM 2.5

ข้อควรพิจารณา
ใช้พื้นที่การจัดวางค่อนข้างมาก

4. Xiaomi Mi Air Purifier 3H

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier ที่สั่งการการใช้งานได้ง่ายดายผ่านทางแอปพลิเคชัน Mi Home บนเครื่องสมาร์ทโฟน

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier 3H
ขนาดตัวเครื่อง240 x 240 x 520 มิลลิเมตร
น้ำหนัก6.1 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์380 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน45 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน33 ถึง 64 เดซิเบล

Xiaomi Mi Air Purifier 3H จัดอยู่ในรุ่นระดับกลางจากแบรนด์ Xiaomi ที่ถูกออกแบบมาให้มีดีไซน์เรียบหรูทันสมัย และสามารถสั่งการตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายผ่านทางระบบเสียงด้วย Google Assistant และ Alexa ที่รองรับการทำงานได้บนแอปพลิเคชัน Mi Home App ซึ่งเลือกดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้อย่างง่ายดายผ่านเครื่องสมาร์ทโฟนของคุณ โดยหากกล่าวถึงในเรื่องของพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ ก็ควรจะเป็นห้องที่มีขนาดพื้นที่อยู่ไม่เกิน 45 ตารางเมตร ด้วยการทำงานของระบบฟอกอากาศ ที่มีประสิทธิภาพการสร้างอากาศสูงสุดอยู่ในช่วงประมาณ 380 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงนั่นเองครับ

ข้อดี
รองรับการสั่งการตัวเครื่องผ่านทางแอปพลิเคชัน
ฟังก์ชันการสั่งการด้วยเสียง
ไส้กรองแบบ HEPA Filter

ข้อควรพิจารณา
ระดับเสียงสูงสุดที่ทำได้ 64 เดซิเบล

5. Xiaomi Mi Air Purifier 2S

เครื่องฟอกอากาศ Mi ที่จัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier 2S
ขนาดตัวเครื่อง240 x 240 x 520 มิลลิเมตร
น้ำหนัก4.5 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์310 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน21 ถึง 37 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน

สำหรับรุ่นนี้เป็นเครื่องฟอกอากาศ Mi คุณภาพยอดเยี่ยม ที่ถูกผลิตออกมาให้รองรับการใช้งานได้กับห้องที่มีขนาด 21 ตารางเมตร ไปจนถึง 37 ตารางเมตรโดยเฉพาะ จากอัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์ที่ทำได้สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 310 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยในด้านของโหมดการใช้งานที่เลือกปรับได้ในการฟอกอากาศ ก็จะมีอยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบเพื่อให้คุณปรับแต่งตามรูปแบบการใช้ชีวิตได้อย่างหลากหลาย และในส่วนของเสียงที่ส่งออกมาในระหว่างการเปิดใช้งานตัวเครื่อง ก็จะอยู่ในระดับมาตรฐานที่ไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณในช่วงประมาณ 31 เดซิเบลเพียงเท่านั้นครับ

ข้อดี
เหมาะสำหรับห้องขนาดกลาง
ใช้งานไส้กรองอากาศแบบ 3 ชั้น
ปรับโหมดการทำงานได้ 3 รูปแบบ

ข้อควรพิจารณา
ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในพื้นที่ขนาดใหญ่

6. Xiaomi Mijia Desktop Air Purifier

เครื่องฟอกอากาศแบบตั้งโต๊ะสำหรับห้องทำงาน ที่สามารถจัดการกับมลภาวะต่าง ๆ บนอากาศได้แบบดีเยี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mijia Desktop Air Purifier
ขนาดตัวเครื่อง300 x 101 x 332 มิลลิเมตร
น้ำหนัก2.1 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน

Xiaomi Mijia Desktop Air Purifier เป็นเครื่องฟอกอากาศแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งถูกออกแบบมาให้จัดการกับสิ่งสกปรกบนอากาศและกลิ่นอันไม่ถึงประสงค์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการใช้งานไส้กรองที่ถูกผลิตขึ้นจากคาร์บอนคุณภาพสูง ที่มีคุณสมบัติป้องกันการสะสมตัวของแบคทีเรียได้แบบมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการดูดกลิ่นที่ทำได้แบบดีเยี่ยม โดยที่ในด้านของการสั่งการตัวเครื่องและปรับแต่งรูปแบบการทำงานของตัวอุปกรณ์ ก็จะทำได้อย่างรวดเร็วผ่านการใช้งานแอปพลิเคชัน Mi Home App บนเครื่องสมาร์ทโฟน รวมไปถึงยังมีคุณสมบัติในการดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้แบบมีประสิทธิภาพอีกด้วยครับ

ข้อดี
น้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายได้สะดวก
เหมาะสำหรับการตั้งบนโต๊ะทำงาน
จัดการมลภาวะบนอากาศได้แบบดีเยี่ยม

ข้อควรพิจารณา
ประสิทธิภาพการฟอกอากาศอาจไม่สูงมากนัก

7. Xiaomi Mi Air Purifier 3

เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับพื้นที่ขนาด 48 ตารางเมตร ด้วนอัตราการผลิตอากาศสูงสุด 380 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier 3
ขนาดตัวเครื่อง240 x 240 x 520 มิลลิเมตร
น้ำหนัก4.8 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์380 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน48 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน

หากคุณกำลังมองหารุ่นขนาดกำลังดีที่จัดวางในทุกมุมห้องได้แบบไม่กินพื้นที่ และถูกออกแบบมาให้ใช้งานในห้องขนาดมาตรฐานได้แบบเต็มประสิทธิภาพ Xiaomi Mi Air Purifier 3 น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรให้ความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งจากขนาดพื้นที่ในการฟอกอากาศที่ทำได้สูงสุดในขนาด 48 ตารางเมตร และประสิทธิภาพของระบบฟอกอากาศที่ให้มาในช่วง 380 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ส่วนในด้านของการควบคุมการทำงานและสั่งการฟังก์ชันต่าง ๆ บนตัวเครื่อง ก็จะทำได้อย่างง่ายดายทั้งหมด 2 รูปแบบเริ่มตั้งแต่การสั่งการด้วยหน้าจอระบบสัมผัสแบบ OLED และการใช้งานแอปพลิเคชัน Mi Home App บนเครื่องสมาร์ทโฟนของคุณครับ

ข้อดี
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์ 380 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
รองรับการใช้งานได้ในพื้นที่ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่
มีฟังก์ชันสั่งการการทำงานด้วยเสียง

ข้อควรพิจารณา
อาจมีเสียงในการทำงานของตัวเครื่องเล็กน้อย

8. Xiaomi Mi Air Purifier 2H

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ที่ถูกออกแบบมาด้วยดีไซน์สวยงามทันสมัย และมีสเปกโดยรวมที่จัดอยู่ในระดับพื้นฐาน

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier 2H
ขนาดตัวเครื่อง240 x 240 x 520 มิลลิเมตร
น้ำหนัก5.2 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์260 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน18 ถึง 31 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน

ต่อมาเป็นหนึ่งในรุ่นขนาดเล็กที่รองรับการใช้งานในห้องขนาด 18 ถึง 31 ตารางเมตรได้แบบลงตัว ด้วยความสามารถในระบบฟอกอากาศ ที่ผลิตอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงประมาณ 260 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และการกรองอากาศแบบ 3 ขั้นตอนที่จะทำให้ห้องของคุณมีอากาศที่สะอาดได้มากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ Pre-Filter, HEPA-Filter ไปจนถึง Carbon-Filter ซึ่งช่วยให้ตัวอุปกรณ์สามารถกรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กสุดได้มากถึง 0.3 ไมครอน และหมายความว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่รองรับการกรองอากาศ ที่มีการเจือปนของฝุ่น PM2.5 ได้ด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
โหมดการทำงานที่ปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ
ใช้พลังงานไม่สูงมากนัก
เซ็นเซอร์การตรวจจับอากาศแบบอัตโนมัติ

ข้อควรพิจารณา
ใช้งานได้กับพื้นที่ที่มีขนาดเล็กเพียงเท่านั้น

9. Xiaomi Mi Air Purifier 3C

เครื่องฟอกอากาศขนาดมาตรฐานที่ฟอกอากาศภายในทุกห้องของบ้านได้แบบมีคุณภาพ ด้วยค่า CADR สูงสุด 320 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier 3C
ขนาดตัวเครื่อง240 x 240 x 520 มิลลิเมตร
น้ำหนัก4.6 กิโลกรัม
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์320 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งานต่ำกว่า 61 เดซิเบล

Xiaomi Mi Air Purifier 3C เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นราคาประหยัดของเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ที่ถูกออกแบบมาให้มีสเปกการทำงานจัดอยู่ในระดับยอดเยี่ยมไม่แพ้กันกับรุ่นอื่น ๆ ด้วยการใช้งานแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA Filter ที่ทำให้รองรับการจัดการกับฝุ่นขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน และควบคุมการสะสมตัวของฝุ่น PM2.5 บนอากาศได้แบบมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของค่า CADR ที่ทำได้สูงสุดในเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ จะอยู่ในช่วงระดับ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และในด้านของการเคลื่อนย้ายการจัดวางก็ยังทำได้ง่ายดาย จากน้ำหนักโดยรวมที่มีอยู่เพียง 4.6 กิโลกรัมด้วยนั่นเองครับ

ข้อดี
ดีไซน์การออกแบบสวยงามหรูหรา
ใช้งานแผ่นกรองอากาศแบบ HEPA Filter
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์ระดับสูง

ข้อควรพิจารณา
ระดับเสียงในการเปิดใช้งานค่อนข้างสูง

10. Xiaomi Mi Air Purifier 2C

เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กจากแบรนด์ Xiaomi ที่สร้างอากาศบริสุทธิ์ได้แบบรอบทิศทางภายในพื้นที่ขนาด 42 ตารางเมตร

ยี่ห้อ / รุ่นXiaomi Mi Air Purifier 2C
ขนาดตัวเครื่อง
น้ำหนัก
อัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์350 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน42 ตารางเมตร
ระดับเสียงในระหว่างการเปิดใช้งาน

สุดท้ายเป็นรุ่นขนาดเล็ก จากแบรนด์ Xiaomi ที่มาพร้อมความสามารถในการดูดอากาศแบบรอบด้าน 360 องศา ด้วยอัตราการผลิตอากาศบริสุทธิ์ที่ให้มาในช่วงประมาณ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในการใช้งานได้สูงสุดในห้องที่มีขนาดประมาณ 42 ตารางเมตร และเพื่อการควบคุมฝุ่นบนอากาศให้ง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ยังเป็นสิ่งที่ทำให้รุ่นนี้มีการติดตั้งเซ็นเซอร์การตรวจจับฝุ่นแบบอัตโนมัติ ที่จะทำงานได้แบบต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งการทำงาน หรือการควบคุมระบบฟอกอากาศของตัวอุปกรณ์เลยแม้แต่น้อยครับ

ข้อดี
ฟอกอากาศได้แบบรอบด้าน 360 องศา
อัตราการผลิตอากาศที่เพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐาน
รองรับการใช้งานได้ดีในห้องพักและคอนโดขนาดทั่วไป

ข้อควรพิจารณา
ไม่มีหน้าจอแสดงผล OLED สำหรับการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ

ถ่านชาร์จ เลือกซื้ออย่างไรดี ?

4 วิธีการเลือกซื้อ

1. เลือกจากความสามารถในการผลิตอากาศที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

เป็นสิ่งที่แน่นอนว่า ในแต่ละบ้านจะต้องมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลให้การเลือก ซื้อเครื่องฟอกอากาศ ให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดนั้น ก็จำเป็นจะต้องเลือกดูจากความสามารถในการผลิตอากาศ ที่รองรับการใช้งานได้เพียงพอต่อห้อง ๆ นั้น ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้อากาศภายในห้องของคุณมีความสะอาดและปลอดภัยตามไปด้วยในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คุณแยกประสิทธิภาพการใช้งานของแต่ละรุ่นออกมาได้อย่างชัดเจนอีกด้วยครับ

2. พิจารณาขนาดตัวเครื่องที่จัดวางได้แบบไม่กินพื้นที่และเคลื่อนย้ายการจัดวางได้สะดวก

เรื่องของขนาดและน้ำหนักที่มีผลโดยตรงต่อความง่ายในการจัดวาง และความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ก็นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอยู่ไม่น้อยต่อการเลือกซื้อของคุณด้วยเช่นกัน เพราะหากสถานที่ที่คุณกำลังอาศัยอยู่เป็นห้องคอนโดหรือหอพักขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มีพื้นที่ใช้สอยในการจัดวางสิ่งต่าง ๆ มากเท่าไหร่นัก การเลือกซื้อรุ่นที่มีขนาดใหญ่มากจนเกินไป ก็อาจทำให้พื้นที่ภายในบ้านของคุณลดลงไปได้อีกพอสมควร และอาจทำให้คุณใช้ชีวิตได้ลำบากมากยิ่งขึ้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

3. ให้ความสำคัญกับ ระดับเสียง ที่มีผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

จากความสามารถในการทำงานของตัวอุปกรณ์ ที่ค่อนข้างจะใช้พลังงานมากในระบบการฟอกอากาศ เป็นผลให้ในระหว่างที่เปิดใช้งานตัวเครื่อง ก็แน่นอนว่าจะต้องมีเสียงที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งานด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากคุณต้องการให้รุ่นที่เลือกใช้งานไม่รบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณมากเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในด้านของเสียงที่ค่อนข้างจะมีผลต่อการทำงานและการเรียนของคุณ ก็ไม่ควรลืมที่จะตรวจสอบถึงในเรื่องของระดับเสียง ที่ส่งออกมาในระหว่างการเปิดใช้งานระบบฟอกอากาศของตัวเครื่อง ซึ่งมักจะถูกใส่ลงมาให้ในรายละเอียดของสินค้าแต่ละรุ่นด้วยนั่นเองครับ

4. พิจารณารุ่นที่มีฟังก์ชันการขจัด ฝุ่น PM 2.5

ในยุคปัจจุบันที่ปัญหามลภาวะทางอากาศอย่าง ฝุ่น PM2.5 กลายเป็นสิ่งที่มีผลอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพของทั้งวัยเด็ก, วัยรุ่น, วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ทำให้การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ Mi ที่มีการติดตั้งฟังก์ชันการทำงานในด้านนี้มาให้ ก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยด้วยเช่นกัน เพราะอุปกรณ์ประเภทนี้ก็เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในด้านนี้ได้แบบตรงจุดมากที่สุดอยู่แล้ว ส่งผลให้การเลือกซื้อรุ่นที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด ก็ไม่ควรลืมให้ความสนใจไปในด้านนี้ด้วยเช่นกันครับ

บทสรุป

ในช่วงเวลาปัจจุบันนี้ ที่ปัญหามลภาวะทางอากาศ มากมายกลายเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากสำหรับการใช้ชีวิตในทุกวัน ส่งผลให้การลองเลือกซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันของคุณเป็นไปได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นอย่าง เครื่องฟอกอากาศ นั้น ก็นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ สำหรับผู้ใช้งานหลายคนที่ให้ความสำคัญในด้านนี้มากเป็นพิเศษอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว จากความสามารถเฉพาะทางของตัวอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ในด้านนี้ได้อย่างตรงจุด

และระดับราคาที่ย่อมเยา และเข้าถึงได้อย่างไม่ลำบากมากจนเกินไป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้การมองหาอุปกรณ์ประเภทนี้มาไว้ในการใช้งานซักหนึ่งรุ่น ก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งหากต้องการเลือกซื้อให้ง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น คุณก็อาจลองพิจารณาดูจากรายละเอียดที่เราได้กล่าวไป เช่น ความสามารถในการผลิตอากาศของตัวเครื่อง, ขนาดของตัวอุปกรณ์ ที่มีผลโดยตรงต่อการเคลื่อนย้ายและพื้นที่การจัดวาง, ระดับเสียงที่ส่งผลต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และฟังก์ชัน การขจัดฝุ่น PM2.5 ที่ถูกใส่มาให้ใน ระบบกรองอากาศ ก็ได้ด้วยเช่นกัน โดยหากคุณได้ลองพิจารณาถึงรายละเอียดเหล่านี้อย่างถี่ถ้วนมากที่สุดแล้ว เราก็เชื่อว่าคุณจะต้องได้รุ่นที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดแน่นอนครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *