10 จักรยานไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2026

จักรยานไฟฟ้า คือ
จักรยานไฟฟ้า หรือ เรียกอีกอย่างว่า e-bike คือจักรยานที่ใช้มอเตอร์เป็นกำลังในการขับเคลื่อน จักรยานไฟฟ้าสามารถวิ่งทำความเร็วได้ถึง 24 to 40 กม/ชม ขึ้นอยู่กับกฎหมายที่กำหนดในแต่ละประเทศ และจักรยานไฟฟ้ามาแทนที่ตลาดของจักรยานแบบทั่วไปและมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็ว
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอิสระ การจัดอันดับมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ่านเท่านั้น และ เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์แนะนำเล็กน้อย โดยไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า
10 จักรยานไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2026
- จักรยานไฟฟ้า DYU A5
- จักรยานไฟฟ้า DYU C6
- จักรยานไฟฟ้า ADIMAN S2-500W
- จักรยานไฟฟ้า Electric Bicycle EM3 E Bike
- จักรยานไฟฟ้า ZSUN Electric Bicycle
- จักรยานไฟฟ้า LULAE V22
- จักรยานไฟฟ้า LULAE V23
- จักรยานไฟฟ้าพับได้ JIESUQI Electric Bicycle
- จักรยานไฟฟ้า TaiWall Electric Bicycle
- จักรยานไฟฟ้า ANCHI Electric Bicycle

1. จักรยานไฟฟ้า DYU A5

★★★★★
จักรยานไฟฟ้ารุ่นขนาดใหญ่พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และดีไซน์การออกแบบสุดสวยงามล้ำสมัย
| มอเตอร์ | 400 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 7.5 A |
| ระยะทาง | 40 km. |
| ขนาดล้อ | 14 inch |
รุ่นแรกเป็น จักรยานไฟฟ้า พร้อมการออกแบบสุดสวยงามล้ำสมัย และองค์ประกอบของการใช้งาน ไปจนถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ที่โดดเด่นมากมาย ตั้งแต่ระยะการใช้งานสูงสุด ที่จะสามารถทำได้สูงถึง 40 กิโลเมตร เมื่อใช้งานระบบการปั่นรวมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าภายใน
เมื่อเคลื่อนที่ด้วยกำลังไฟฟ้าในระดับ 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ระบบการขับขี่ก็ยังจะมีการติดตั้ง และออกแบบส่วนที่น่าสนใจมาให้กับคุณอีกมากมาย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานของใครก็ตาม รุ่นนี้ก็จะตอบโจทย์ได้อย่างน่าสนใจแน่นอน
2. จักรยานไฟฟ้า DYU C6

★★★★★
electric bike พร้อมการออกแบบสไตล์มินิมอล ที่ให้คุณสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย
| มอเตอร์ | 350 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 12.5 A |
| ระยะทาง | 60 km. |
| ขนาดล้อ | 26 inch |
รุ่นนี้จัดเป็น จักรยานแบบไฟฟ้า ที่มาพร้อมระบบการขับเคลื่อนที่มีประโยชน์มากมาย ส่งผลให้คุณจะสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยระยะการขับขี่สูงสุด ที่สามารถรองรับได้มากถึง 60 กิโลเมตร
เมื่อใช้งานร่วมกันระหว่างระบบไฟฟ้าและการปั่น รวมไปถึงยังเสริมความสะดวกในการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการมีเกียร์แบบปรับได้ 6 ระดับ และโหมด Cruise Control สำหรับใช้ขับขี่อัตโนมัติถูกติดตั้งมาให้ภายใน ยิ่งไปกว่านั้นด้วยดีไซน์การออกแบบที่สวยงามมินิมอล ก็ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรุ่นนี้ได้ดีขึ้นมาอีกไม่น้อยด้วยเช่นกัน

3. จักรยานไฟฟ้า ADIMAN S2-500W

★★★★★
จักรยาน ADIMAN พร้อมระบบไฟฟ้า ที่ให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างลงตัวกับทุกสถานการณ์
| มอเตอร์ | 500 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V -13 A |
| ระยะทาง | 40 km. |
| ขนาดล้อ | 20 inch |
ADIMAN S2-500W เป็นสินค้า ที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นเอกลักษณ์ ด้วยสไตล์ที่เน้นความแข็งแรงทนทาน ในรูปแบบของจักรยานแบบเสือภูเขา ส่งผลให้คุณจะสามารถทำการใช้งานกับทุกพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นขับขี่ในสถานที่กลางแจ้ง
หรือแม้แต่การขับขี่ ที่ต้องการความเร็ว และการขับขี่ บริเวณริมชายหาดก็ตาม จากการมีล้อขนาดใหญ่และส่วนควบคุมที่สามารถใช้งานได้ง่าย อีกทั้งในด้านของความแข็งแรงทนทานส่วนต่าง ๆ ก็ยังดูในระดับสูงจากวัสดุในการผลิตที่มีคุณภาพ ส่งผลให้สามารถรองรับ น้ำหนักได้ดีมาก เป็นพิเศษอีกด้วย
4. จักรยานไฟฟ้า Electric Bicycle EM3 E Bike

★★★★★
จักรยานพร้อมระบบไฟฟ้า รุ่นประหยัดพลังงาน ที่เหมาะสำหรับการเลือกใช้งานกับทุกครัวเรือน
| มอเตอร์ | 350 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V – 12 A |
| ระยะทาง | 50 km. |
| ขนาดล้อ | – |
EM3 E Bike จัดได้ว่าเป็น จักรยานแบบไฟฟ้า ที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัว หากคุณกำลังมองหาตัวเลือกที่เหมาะสม มาไว้เพื่อการใช้งานทั่วไปภายในครัวเรือนโดยเฉพาะ เนื่องจากรุ่นนี้มาพร้อมพื้นที่นั่งและส่วนรองหลังจำนวนมาก ในขณะที่มีการติดตั้งตะกร้าสำหรับการจัดเก็บของ
รวมถึงพื้นที่วางขาขนาดใหญ่มาให้ด้วยในเวลาเดียวกัน ส่วนในด้านของระบบขับเคลื่อนต่าง ๆ ก็มีการทำออกมาให้ประหยัดพลังงาน และเดินทางได้อย่างสะดวกด้วยความเร็วที่เหมาะสม นอกจากนี้เพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
5. จักรยานไฟฟ้า ZSUN Electric Bicycle

★★★★★
จักรยานไฟฟ้า สไตล์มินิมอล จากแบรนด์ ZSUN ที่มาพร้อมตัวเลือกสีให้คุณเลือกซื้อได้อย่างหลากหลาย
| มอเตอร์ | 500 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V – 20 A |
| ระยะทาง | 60 km. |
| ขนาดล้อ | – |
ZSUN Electric Bicycle เรียกได้ว่าเป็น จักรยานไฟฟ้า ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจอยู่ในหลากหลายด้าน ไม่แพ้กันกับในรุ่นที่ผ่านมาที่เราได้ทำการแนะนำไป เริ่มตั้งแต่ดีไซน์การออกแบบที่ถึงแม้จะเน้นความมินิมอลและเรียบง่าย
แต่ก็ยังคงมีตัวเลือกสีที่ให้คุณสามารถเลือกซื้อได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็จะพบเจอกับตัวเลือกที่ถูกใจได้อย่างแน่นอน ไปจนถึงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับขี่ ที่มีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของระยะการเดินทาง ซึ่งจะสามารถรองรับได้มากสุดถึง 60 กิโลกรัม ด้วยความเร็วระดับสูงสุดถึง 50 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
6. รถจักรยานไฟฟ้า LULAE V22

★★★★★
จักรยานขนาดเล็ก มีหนักเบาสามารถขี้นรถไฟฟ้าได้อย่างสบาย
| มอเตอร์ | 500 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V – 20 A |
| ระยะทาง | 90 km. |
| ขนาดล้อ | 14 inch |
สำหรับรุ่นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของสินค้า ที่มีจุดเด่นสำคัญ อยู่ในด้านของดีไซน์การออกแบบ ซึ่งจะทำออกมาให้คุณสามารถเลือกซื้อได้ถึง 4 รูปแบบ ตั้งแต่ตัวเลือกของสีที่มีความพื้นฐาน ไปจนถึงสีที่มีความเฉพาะในรูปแบบต่าง ๆ
ส่วนในด้านขององค์ประกอบที่ถูกติดตั้งมาให้ในการใช้งาน ก็ยังจะมีการออกแบบมาให้ ทั้งในส่วนของระบบการขับขี่ที่มีประะสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความเร็วในการขับขี่ หรือแม้แต่ระยะทางที่คุณจะสามารถเลือกใช้ในการเดินทางได้ นอกจากนี้ในส่วนของการใช้งานทั่วไป รุ่นนี้ก็ยังมีการติดตั้งมาให้ทั้งพื้นที่นั่ง และตะกร้าสำหรับการเก็บของอย่างครบครันอีกด้วย
7. รถจักรยานไฟฟ้า LULAE V23

★★★★★
จักรยาน LULAE พร้อมตัวเลือกสีที่หลากหลาย และสเปกสุดคุ้มค่าในราคาไม่เกิน 10,000 บาท
| มอเตอร์ | 350 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 36 V – 20 A |
| ระยะทาง | 50 km. |
| ขนาดล้อ | 14 inch |
LULAE V23 เป็น จักรยานไฟฟ้า รุ่นขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมภายในบ้านทั่วไป เนื่องจากจะสามารถจัดเก็บได้อย่างประหยัดพื้นที่ และใช้งานได้อย่างสะดวกในทุกสถานการณ์ที่ต้องการ ในขณะที่การขับขี่ก็ยังมีสเปกที่เหมาะสม
และรองรับระยะการเดินทางพื้นฐานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่ ก็ยังจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วด้วยในเวลาเดียวกัน ส่วนในด้านของมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ รุ่นนี้ก็ถูกติดตั้งมาให้ใช้งานได้ง่าย ตั้งแต่ในส่วนของการใช้งานพื้นฐาน ไปจนถึงคุณสมบัติพิเศษส่วนต่าง ๆ เลยทีเดียว
8. จักรยานไฟฟ้าพับได้ JIESUQI Electric Bicycle

★★★★★
จักรยานไฟฟ้า พร้อมการออกแบบสุดแข็งแรงทนทาน ที่สามารถพบเก็บและใช้งานยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายดายและสะดวกสบาย
| มอเตอร์ | 240 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V – 8 A |
| ระยะทาง | 30-50 km. |
| ขนาดล้อ | 14 inch |
ต่อมาจัดเป็น จักรยานไฟฟฟ้า ที่มีความกะทัดรัดมากเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกันกับรุ่นอื่น ๆ ที่ผ่านมา เนื่องจากรุ่นนี้ถูกออกแบบมาพร้อมขนาดที่เล็ก และการติดตั้งบานพับมาให้คุณสามารถพบเก็บได้ง่าย ส่งผลให้ในการใช้งานกับสถานการณ์จริง คุณจะสามารถพกพาออกไปใช้งานยังนอกสถานที่ หรือจัดเก็บภายในบ้านได้อย่างไม่เปลืองพื้นที่มากจนเกินไป
และถึงแม้จะเป็นสินค้าที่เน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ในด้านของความแข็งแรงทนทาน รุ่นนี้ก็ยังถือว่าสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านของการป้องกันความเสียหาย และการรองรับน้ำหนักด้วยในเวลาเดียวกัน
9. รถจักรยานไฟฟ้า TaiWall Electric Bicycle

★★★★★
จักรยานแบบไฟฟ้ารุ่นราคาย่อมเยา ที่สามารถใช้เดินทางบริเวณพื้นที่ที่เป็นเนินได้เป็นอย่างดี
| มอเตอร์ | – |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V – 12 A |
| ระยะทาง | 60 km. |
| ขนาดล้อ | 14 inch |
TaiWall Electric Bicycle เป็น จักรยานไฟฟ้า ที่ให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้ในราคาที่ย่อมเยา แต่ยังคงมีการออกแบบและจัดเต็มสเปกการใช้งานส่วนต่าง ๆ มาให้คุณใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมและคุ้มค่า โดยเฉพาะเรื่องของความสามารถในการรองรับน้ำหนัก ที่จะทำให้ตัวสินค้าสามารถรองรับน้ำหนักของผู้ใช้งานได้มากถึง 200 กิโลกรัม
แม้ว่าจะมีล้อขนาดกะทัดรัดเพียง 14 นิ้ว ส่วนในด้านขององค์ประกอบในการใช้งานทั่วไป รุ่นนี้ก็ยังมีการออกแบบเบาะมาให้นั่งสบายในทุกส่วน และยังมีตะกร้าและพื้นที่สำหรับการจัดวางสิ่งต่าง ๆ ถูกติดตั้งมาให้ค่อนข้างกว้างเป็นพิเศษอีกด้วย
10. รถจักรยานไฟฟ้า ANCHI Electric Bicycle

★★★★★
จักรยานแบบไฟฟ้า จากแบรนด์ ANCHI ที่ให้คุณใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายในทุกวัน
| มอเตอร์ | 480 w. |
| ความจุ แบตเตอรี่ | 48 V – 12 A |
| ระยะทาง | – |
| ขนาดล้อ | 14 inch |
สุดท้ายเป็น จักรยานที่ ถูกออกแบบมาให้เราสามารถเลือกซื้อ และจับต้องได้ในราคาที่ค่อนข้างย่อมเยา แต่ยังคงมีการออกแบบและติดตั้งสเปกการทำงานส่วนต่าง ๆ มาให้อย่างคุ้มค่า ตั้งแต่ในด้านของโหมดการขับขี่ ไปจนถึงรายละเอียดพื้้นฐานในการใช้งานต่าง ๆ
ซึ่งเพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย รุ่นนี้จึงมีการแถมรีโมทสำหรับควบคุม ที่สามารถสั่งการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างครบครันมาให้ ส่วนในด้านของดีไซน์ การออกแบบ ถึงแม้ว่าจะมีการทำมาอย่างเรียบง่าย แต่ก็ยังคงมีการออกแบบตัวเลือกสี มาให้เราเลือกซื้อได้ หลากหลายถึง 6 รูปแบบ ทำให้ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็จะพบเจอตัวเลือกสีที่ถูกใจจากตัวสินค้าแน่นอน
ประโยชน์ของจักรยานไฟฟ้าสำหรับนักปั่นจักรยาน
- เป็นตัวช่วย เสริมแรงให้ไปได้ไกลขึ้น ไม่เหนื่อยล้ามากเกินไป ถ้าปั่นไปเป็นกลุ่ม ไม่ต้องกลัวโดนทิ้งห่าง
- ช่วยถนอมข้อเข่า
- สำหรับท่านที่เป็นโรคหัวใจจะได้มีตัวช่วยทำให้ไม่ต้องออกแรงมากจนเหนื่อยเกินไป
- ใช้ปั่นมาทำงาน เหงื่อไม่โชก
- ใช้เป็นรถนำขบวนและรถเซอร์วิสแทนมอเตอร์ไซค์ในการแข่งจักรยาน เพราะมอเตอร์ไซค์มีแต่ควัน นักปั่นยิ่งต้องใช้ออกซิเจนมาก เจอควันท่อไอเสียจากมอเตอร์ไซค์เข้าไปคงไม่ดีแน่ ๆ
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อ e bike
พิจารณาจาก กิจกรรมที่คุณโปรดปราน
จักรยานไฟฟ้ามีการออกแบบให้เหมาะสำหรับบุคคลที่แตกต่างกันและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ต้องตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งสำคัญมากที่สุด และอะไรที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้เพราะจะได้บอกกับเจ้าของร้านขายจักรยานหรือพนักงานขายได้ตรงตามความต้องการ
จักรยานไฟฟ้า มีโมเดลมากมายให้เลือก ดังนั้นก่อนอื่นคุณควรคิดว่าจะขี่จักรยานไฟฟ้านี้ที่ไหน และจะขี่บ่อยแค่ไหน จักรยานไฟฟ้า E-Bike เหมาะกับกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การขนส่งสินค้า (ในเมืองนอกจะมีการนำจักรยานปั่นส่งของด้วย), ปั่นท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ, ปั่นแบบจักรยานเสือภูเขา, แบบ downhill, ใช้พ่วงเด็ก (ในเมืองนอกจะมีพ่วงข้างหรือด้านหลังไว้สำหรับเด็กนั่ง) หรือกิจกรรมอื่น ๆ
ประเภทของการขับขี่
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike นี้ มีการขับขี่หรือขับเคลื่อนอยู่ 2 ประเภท
ประเภทแรกคือ การปั่นแบบใช้บันไดจักรยาน หรือที่เรียกว่า “ pedelec ” ระบบนี้จะตรวจสอบการเหยียบบันไดจักรยานของผู้ขับขี่โดยอัตโนมัติและจะเพิ่มความช่วยเหลือในการขับขี่โดยอัตโนมัติ โดยปกติจะขึ้นอยู่กับอัตราความแรงและความเร็ว
ประเภทที่ 2 การใช้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อน ในประเทศส่วนใหญ่มักจะกำหนดพลังงานของมอเตอร์ จะมีการควบคุมและจำกัดไว้ที่ 250 W และความเร็วสูงสุดถึง 25 กม./ชม. เมื่อคุณไปถึงความเร็วนี้มอเตอร์จะปิดโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมี e-bikes ประสิทธิภาพสูงที่มีความเร็วสูงกว่าแบบมาตรฐาน ซึ่งสามารถใช้ความเร็วได้ประมาณ 45 กม./ชม. แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องมีใบอนุญาต, แผ่นป้ายและใบรับประกันพิเศษ (ในประเทศไทยไม่แน่ใจว่าจะมีการควบคุม)
กฎระเบียบต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ก็จะแตกต่างกันไปในทุกประเทศทั่วโลก ดังนั้นจึงต้องขอรายละเอียดจากร้านค้าในพื้นที่ของคุณ นอกจากนี้อาจจะมีชื่อเรียกอื่น ๆอีก เช่น ‘twist-n-go’ มันหมายถึง ผู้ขับขี่มีการปรับเปลี่ยนจากมอเตอร์มาเป็นการปั่นเอง
Motor mount
เมื่อพูดถึงมอเตอร์ของจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike มีสองประเภทหลัก คือ
ติดตั้งบริเวณข้อเหวี่ยงและเหยียบ (ข้อเหวี่ยงช่วยมอเตอร์) ( crank assist systems ) ที่ด้านล่างของเฟรม นั่นหมายความว่าตัวควบคุมแบบ
อิเล็กทรอนิกส์สามารถรวมกับตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับว่าคุณกำลังเหยียบและสามารถวัดความช่วยเหลือหรือออกแรงปั่นได้ตามที่กล่าวมา โดยปกติแล้วจักรยานที่ใช้แรงเหวี่ยงช่วยจากจากข้อเหวี่ยงจะมีชื่อเสียงในการขึ้นเนินเขาที่สูงชัน แต่มันจะมีข้อเสียคือมีเสียงรบกวนของมอเตอร์ อันนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อกับชนิดของมอเตอร์นั้นๆ
ส่วนแบบที่ติดตั้งอยู่ในล้อ หรือ Hub motors (ล้อแม็ก) จะมีการทำงานที่เงียบกว่า crank assist systems จะทำให้จักรยานประเภทนี้ปีนป่ายเนินเขาสูงไม่ค่อยไหว
Battery
ส่วนใหญ่แล้วแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะเป็นแบตเตอรี่ที่นิยมนำมาใช้กับจักรยานไฟฟ้าไม่ต่างไปจากสินค้าอิเลคทรอนิคส์อื่นๆ แต่จักรยานไฟฟ้าที่มีราคาแพง ก็มีแบตเตอรี่ที่มีเทคโนโลยีที่ดีกว่า กล่าวคือ น้ำหนักเบา, ชาร์จได้เร็ว
และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า คุณภาพของแบตเตอรี่ทำให้เกิดความแตกต่างกันทางด้านราคา ดังนั้นโปรดมองหาผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่มีชื่อเสียงอย่าง เช่น Sony, Samsung หรือ Panasonic และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการรับประกันครอบคลุมแบตเตอรี่เป็นเวลาอย่างน้อยสองปี
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอายุการใช้งานสูงสุด 800 ครั้ง นั่นคือประมาณ 3 ปีสำหรับการเดินทางในวันธรรมดา แต่มันอาจจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่านั้นหากคุณใช้งานด้วยความเอาใจใส่ ซึ่งจะต้องชาร์จไฟอย่างน้อย 2,000 ครั้ง ระยะการชาร์จไฟฟ้าเพื่อให้แบตเต็มนั้นจะใช้เวลา 3-6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแบตเตอรี่ความจุและเคมีที่บรรจุในแบตเตอรี่
ระยะทาง ( Range )
ระยะทางที่ไปได้ไกลเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความจุหรือพลังงานของแบตเตอรี่ ซึ่ง ขอให้เข้าใจว่า แบตเตอรี่ลูกหนึ่งจะให้ระยะทางเท่าไหร่ หรือ Range นั่นเอง ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่สำคัญเช่นกันสำหรับการเลือกซื้อจักรยาน E-Bike
เช่น สถานที่ที่ใช้ขี่นั่นมีแต่เนินเขาสูง (นี่คือเหตุผลที่เราต้องบอกให้คุณคำนึงถึงสถานที่ในข้อแรก) การเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีพลังไม่ถึง มันจะส่งผลอย่างมากกับการขี่ของคุณ เพราะมันกลายเป็นภาระเนื่องจากมันมันหนักมาก
ปัจจัยอื่น ๆ ของ Range นอกจากจะขึ้นอยู่ความจุของแบตเตอรี่ (battery capacity) แล้ว ยังขึ้นอยู่กับ ความเร็ว, น้ำหนักของคุณ และ สถานที่ที่คุณจะเดินทาง, ระดับความช่วยเหลือ(จากมอเตอร์)ที่คุณเลือก, เปอร์เซ็นต์ของพลังการเหยียบบันได
ยกตัวอย่าง ถ้ามีการเดินทางไปกลับวันละ 20 กม. ก็ไม่จำเป็นต้องเลือก Range 70 กม. อย่างไรก็ตามคุณควรซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ให้ Range มากกว่าความจำเป็นของคุณ เนื่องจาก Range จะลดลงไปตามอายุของแบตเตอรี่และความจุจะลดลงไปตามอายุการใช้งาน เช่น คุณเดินทาง 20 กม.ต่อวัน ก็ควรเลือก Range 25 miles (40 km) ก็ได้ครับ ไม่ต้องซื้อ 20 กม. หรือ 10-15 ไมล์มาใช้
เงินทุนและค่าดูแลรักษา
คำพูดที่ว่า ของถูกและดี ไม่มีในโลก ก็ยังคงใช้ได้กับ จักรยานไฟฟ้า หรือ แม้กระทั่ง จักรยานเสือภูเขา เพราะถ้าคุณต้องการจักรยานคุณภาพดี ก็ต้องจ่ายราคาแพงกว่าแบบมาตรฐาน จักรยาน ราคาแพง มันจะมีฟังก์ชั่นระบบช่วยเหลือนักปั่นมากกว่ารถธรรมดา ก็ต้องถามใจคุณดูว่า คุณต้องการฟังก์ชั่นต่างๆมาช่วยคุณเวลาปั่นหรือไม่? ถ้าไม่ต้องการมากนัก ก็เลือกราคาธรรมดาก็ได้ (มันก็เหมือนรถยนต์แหละครับ รุ่นแพงก็จะมีระบบโน้นนี้นั่นมากมาย)
สิ่งที่ใช้พิจารณาคุณภาพของจักรยานโดยทั่วไป ก็จะดูเรื่องเฟรม, ระบบเบรค, ระบบโช๊คอัพ ถ้ามีอื่นๆเพิ่มมาอีกราคาก็จะสูงขึ้นอีก นอกจากนี้คุณจะต้องกันเงินไว้สำหรับมอเตอร์ด้วย เพราะมันจะทำให้การใช้งานได้นานกว่ามอเตอร์คุณภาพธรรมดา
ทดลองขี่
บางทีสิ่งที่สำคัญที่สุด (และสนุก) ในการซื้อจักรยานไฟฟ้าคือการทดลองขี่ และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ การค้นหาข้อมูล, การอ่านรีวิวจากเว็บไซต์ต่างๆ และการสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มนักปั่นจักรยานไฟฟ้า
และอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชอบจักรยานไฟฟ้าแบบนี้ รูปทรงนี้หรือเปล่า? ไต่ขึ้นเนินเขาที่คุณไปปั่นได้ดีหรือไม่? มีฟังก์ชั่นหรือคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการหรือไม่? หรือมันจะใช้งานได้อย่างใจคิดหรือไม่?
วิธีการเลือกซื้อมอเตอร์จักรยานไฟฟ้าให้เหมาะสม
เลือกกำลังมอเตอร์
มอเตอร์ขนาดเล็กสุดคือ 250W และใหญ่สุด 1,500W เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความเร็วของคุณ หากคุณต้องการอัตราการเร่งที่ดี, มอเตอร์ใหญ่กว่าก็จะได้เปรียบ และหากคุณจะต้องการความเร็วสูงสุดที่สูง มอเตอร์ใหญ่กว่าก็สามารถที่จะทำได้เร็วกกว่า โดยคร่าวๆคือ
- มอเตอร์ไฟฟ้า 250W 36V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 25-30km/h
- มอเตอร์ไฟฟ้า 500W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 30-40km/h
- มอเตอร์ไฟฟ้า 1000W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 35-55km/h
- มอเตอร์ไฟฟ้า 1500W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 45-65km/h+
- มอเตอร์ไฟฟ้า 3000W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 100km/h+
ซึ่งจะเห็นได้ว่ากำลังมอเตอร์ที่สูงยิ่งทำความเร็วได้ดีกว่าและเร่งขึ้นไวกว่ามาก หากใช้งานเพียงเฉพาะภายในซอย หรือภายในสถานที่เช่น บริษัท, ห้างร้าน, หน่วยงาน และตามซอกซอย ความเร็วสูงสุดอาจจะไม่สำคัญเพราะฉะนั้น 250W อาจจะเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่หากคุณจะต้องใช้ออกถนน เดินทาง
หรือไปทำงาน มอเตอร์ที่มีกำลังสูง จะให้ความมั่นใจในการเร่งแซง หลบหลีก และทะยานพุ่งไปข้างหน้าได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความเร็วสูงสุดที่จะได้นั้นจะขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของรถ และน้ำหนักภาระของรถจักรยานของแต่ละคันด้วย หากโครงสร้างจักรยานของคุณดีและภาระน้ำหนักไม่เยอะ คุณจะยิ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ดีกว่า
เลือกว่าจะใช้ระบบขับหน้า หรือขับหลัง
คุณสามารถที่จะเลือกความต้อง การในการติดตั้งระบบมอเตอร์ได้ ว่าจะต้องการให้ติดตั้งระบบ HUB Motor กับล้อหน้า หรือกับล้อหลัง ของรถจักรยาน ของคุณโดยข้อดีข้อเสียจะแตกต่างกันดังนี้
ข้อดีการเลือกติดตั้งระบบ HUB Motor ในล้อหน้า
- ติดตั้งได้ง่ายเพราะไม่มีระบบเกียร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
- ทำให้ใช้ร่วมกับระบบเบรคไฟฟ้าได้ดีกว่า (เพราะตอนเบรคน้ำหนักจะทุ่มไปข้างหน้า)
- การเดินสายไฟไปยังระบบควบคุม LCD/Controller/Battery จะทำได้สวยงามกว่าและไม่รกสายตา (เพราะใกล้กันมากกว่า)
- การเสียการทรงตัว มีโอกาศน้อยกว่าขับหลัง (หากมอเตอร์ยิ่งแรง การขับหลังยิ่งอันตรายต่อการปัดในทางโค้ง, ติดล้อหน้าอาจจะปลอดภัยกว่า*) แต่ไม่ได้แปลว่าติดล้อหลังจะเป็นอันตรายนะครับ ไม่เสมอไปเพราะขึ้นอยู่กับทักษะการขับขี่ สภาพรถ และการบังคับรถของผู้ขับ
ข้อดีการเลือกติดตั้งระบบ HUB Motor ในล้อหลัง
- ระบบการบังคับรถอาจจะทำได้ง่ายกว่า (เพราะน้ำหนักมอเตอร์อยู่ล้อหลังไม่ใช่ล้อหน้า)
- หากคุณใช้รถขึ้นทางลาดชัน ขึ้นเขา ขึ้นเนินบ่อย เราแนะนำให้ใช้ขับหลังเพราะน้ำหนักล้อหลังจะช่วยคุณปีนได้ดีกว่า
นี้คือแค่ บางตัวอย่าง สำหรับ ข้อดีข้อเสีย ของการเลือกติดตั้งล้อหน้าหรือล้อหลัง ทั้งนี้ลูกค้าจะต้องเป็นคนตัดสินใจว่าการใช้งานของคุณนั้นเป็นแบบไหนแต่เราอยากจะแนะนำให้ติดตั้งด้วยระบบขับหน้ามากกว่า เพราะว่าการเดินระบบนั้นง่ายกว่าทั้งตอนติดตั้งและการซ่อมบำรุง
บทสรุป
สำหรับ จักรยานไฟฟ้า รายละเอียดต่างๆและจุดเด่นในแต่ละรุ่น ต่างมีการสร้างจุดเด่นเพื่อให้เหมาะกับความต้องการ การรีวิวครั้งนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น การเลือกซื้อ จักรยานไฟฟ้า นั้นมีมากมายหลายรุ่น แต่ละชนิดนั้นมีทั้ง รุ่นอัพเกรดจากรุ่นเดิม รุ่นเรือธงใหม่ๆ อย่าลืมว่าการ เลือกจักรยานไฟฟ้า จะพิจารณาเรื่องของการใช้งานไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ คุณภาพ ความทนทาน ชื่อเสียงของแต่ละรุ่นแล้ว ยังควรพิจารณาในเรื่องของพื้นที่ในการจัดวางและพื้นที่ใช้สอยในจักรยานไฟฟ้าอีกด้วย



