แนะนำ 9 มัลติมิเตอร์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

อุปกรณ์ตัวดังกล่าวนั้นจะเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับการวัดค่าไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่าเป็น มัลติมิเตอร์ ที่ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก หากจะต้องทำงานที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า ดังนั้น จึงทำให้ตัวเลือกของอุปกรณ์ มีออกมาให้เราสามารถเลือกซื้อได้ค่อนข้างหลากหลาย เพื่อให้ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ตัวนี้ สามารถเลือกซื้อสินค้า ให้มีความยืดหยุ่นตรงกันกับความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยจากตัวเลือกของสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้น
มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยที่มีความน่าสนใจในการเลือกซื้อและใช้งาน จากความสามารถในการทำงานของตัวอุปกรณ์ และช่วงระดับราคาที่ทางแบรนด์ได้ออกวางจำหน่ายสินค้า ซึ่งในบทความนี้เราจะทำการรวบรวมตัวเลือกต่าง ๆ เหล่านั้น มาให้หคุณได้ลองเลือกซื้อไปพร้อมกันทั้งหมด 10 รุ่น และแนะนำรายละเอียดของการเลือกซื้อสินค้า ที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วยในเวลาเดียวกัน
แนะนำ 9 มัลติมิเตอร์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
- KYORITSU KEWMATE 2012RA
- Uni-t UT204+
- bside Multimeter
- Diymore Ms8233E
- Bside A1
- Njty T21G
- RICHMETERS 404A
- Aimo M320
- Kkmoon Aneng A3004
1. KYORITSU KEWMATE 2012RA

★★★★★
มัลติมิเตอร์ รุ่นคุณภาพสูง ที่สามารถวัดค่าไฟฟ้าต่าง ๆ ในมาตรฐาน AC และ DC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
| ยี่ห้อ / รุ่น | KYORITSU KEWMATE 2012RA |
| ขนาดสินค้า | – |
| น้ำหนัก | – |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | – |
| มาตรฐาน CAT | – |
| แบตเตอรี่ | ถ่านไฟฉายขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน |
รุ่นแรกเป็นสินค้า ที่ถูกออกวางจำหน่าย มาจากแบรนด์ KYORITSU ซึ่งสามารถรองรับการวัดค่าต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายในมาตรฐานของอุปกรณ์ แบบ AC และ DC ด้วยความโดดเด่นในด้านของค่าไฟฟ้าสูงสุดในระดับ 120 แอมป์ สำหรับในส่วนของการพกพานั้น จะสามารถทำได้อย่างสะดวกสบายในขนาดสุดกะทัดรัด ทำให้ในระหว่างการใช้งานจะมีความสะดวกสบายเป็นอย่างมากด้วยในเวลาเดียวกัน
2. Uni-t UT204+

★★★★★
อุปกรณ์วัดค่าทางไฟฟ้า ที่สามารถรองรับการใช้งานได้ในมาตรฐาน CAT II และ III
| ยี่ห้อ / รุ่น | Uni-t UT204+ |
| ขนาดสินค้า | 215 x 63.5 x 36 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 278 กรัม |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | 6,000 หลัก |
| มาตรฐาน CAT | CAT II และ III |
| แบตเตอรี่ | ถ่านไฟฉายขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน |
รุ่นนี้เป็นอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบมาพร้อมคุณภาพระดับสูง และเหมาะสำหรับการใช้เพื่อวัดค่าต่าง ๆ ของอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของ อุปกรณ์ไฟฟ้าระดับทั่วไป หรือแม้แต่สายไฟ และส่วนของการทำงานหลัก ในการเดินทางระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ในขณะที่ระหว่างการใช้วัดค่าสิ่งต่าง ๆ นั้น จะสามารถรองรับการแสดงผลได้มากสุดถึง 6,000 หลักเลยทีเดียว
3. bside Multimeter

★★★★★
มิเตอร์ สำหรับการวัดค่า รูปแบบต่ตาง ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับการวัดค่าได้อย่างดีในระดับมาตรฐาน
| ยี่ห้อ / รุ่น | bside Multimeter |
| ขนาดสินค้า | – |
| น้ำหนัก | – |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | 6,000 หลัก |
| มาตรฐาน CAT | – |
| แบตเตอรี่ | – |
bside Multimeter จัดเป็นตัวเลือกของ มิเตอร์ ที่ถูกออกแบบมา สำหรับการใช้เพื่อวัดค่ากระแสไฟฟ้าต่าง ๆ ที่อยู่ในมาตรฐานแบบ AC และ DC โดยในความโดดเด่นสำคัญของสินค้ารุ่นนี้ จะเป็นเรื่องของการแสดงค่าในการวัดสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ในจำนวน 6,000 หลัก ภายใต้ความสามารถในการวัดค่าเหล่านี้ ที่ครอบคลุมได้เป็นอย่างดีในความถี่ระดับสูง และยังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างปลอดภัยด้วยในเวลาเดียวกัน
4. Diymore Ms8233E

★★★★★
มัลติมิเตอร์ พร้อมหน้าปัดแบบดิจิทัล ที่สามารถวัดค่ามาตรฐานต่าง ๆ ในระบบไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี
| ยี่ห้อ / รุ่น | Diymore Ms8233E |
| ขนาดสินค้า | 147 x 72 x 40 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | – |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | – |
| มาตรฐาน CAT | CAT II |
| แบตเตอรี่ | – |
Diymore Ms8233E นับเป็นอุปกรณ์ ที่สามารถรองรับการวัดค่าไฟฟ้าต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะค่าส่วนต่าง ๆ ในการใช้งานระดับมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นแรงดันไฟฟ้า, ไดโอต, ตัวต้านทานอุณหภูมิ และระดับโอห์ม ซึ่งตัวอุปกรณ์จะสามารถแสดงผลสิ่งต่าง ๆ ได้ ผ่านทางหน้าจอแสดงผลในรูปแบบดิจิทัล ภายใต้มาตรฐานระดับ CAT II ที่เหมาะสำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านทั่วไป
5. Bside A1

★★★★★
เครื่องวัดค่า จากแบรนด์ Bside ที่ถูกออกแบบมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลขนาดใหญ่เต็มตา
| ยี่ห้อ / รุ่น | Bside A1 |
| ขนาดสินค้า | 127 x 42 x 25 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 67 กรัม |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | 2,000 หลัก |
| มาตรฐาน CAT | – |
| แบตเตอรี่ | – |
สำหรับรุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ รุ่นระดับมาตรฐาน ที่ตอบโจทย์การวัดค่าต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่นในระดับมาตรฐาน ภายในระดับของค่าแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 500 โวลต์ โดยในด้านของโหมดการทำงานนั้น จะสามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้ทั้งรูปแบบอัตโนมัติและแบบแมนนวล ส่งผลให้สามารถปรับเปลี่ยนการวัดค่าตามความเหมาะสมได้อย่างยืดหยุ่น
ส่วนในด้านของความโดดเด่นของสินค้าตัวนี้ จะเป็นเรื่องของการถูกออกแบบมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ส่งผลให้สามารถทำการวัดค่า และตรวจสอบรายละเอียดของการวัดค่าได้อย่างคมชัดและเต็มตาในระดับสูงสุด
6. Njty T21G

★★★★★
มัลติมิเตอร์ จากแบรนด์ Njty ที่มาพร้อมช่วงความถี่ในการวัดค่าและฟังก์ชันการใช้งานระดับมาตรฐาน
| ยี่ห้อ / รุ่น | Njty T21G |
| ขนาดสินค้า | 147 x 71 x 45 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 216 กรัม |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | 6,000 หลัก |
| มาตรฐาน CAT | CAT II |
| แบตเตอรี่ | ถ่านไฟฉายขนาด AAA จำนวน 3 ก้อน |
หากคุณกำลังมองหาตัวเลือกของอุปกรณ์ ที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและคุ้มค่าในระดับมาตรฐาน รุ่นนี้จะถือเป็นตัวเลือกที่มีความน่าสนใจสำหรับคุณเป็นอย่างมาก จากการถูกออกแบบมาพร้อมความสามารถในการวัดค่า ที่ครอบคลุมสำหรับการใช้งานในระดับทั่วไป ซึ่งจะสามารถแสดงผลออกมาได้เป็นตัวเลขจำนวน 6,000 หลัก
ในขณะที่ช่วงความถี่ในการวัดสิ่งต่าง ๆ นั้น จะสามารถทำได้อย่างแม่นยำในช่วงความถี่ 50 เฮิรตช์ ที่สำคัญยังสามารถตอบโจทย์การวัดค่าได้อย่างดีในทุกสถานการณ์ จากความสามารถในการป้องกันปัญหาจากคลื่นรบกวน และสภาพแวดล้อมที่ถูกติดตั้งมาให้ในตัวสินค้าด้วยในเวลาเดียวกัน
7. RICHMETERS 404A

★★★★★
เครื่องวัดค่าไฟฟ้า ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย และมาพร้อมฟังก์ชันการวัดค่าต่าง ๆ อย่างหลากหลาย
| ยี่ห้อ / รุ่น | RICHMETERS 404A |
| ขนาดสินค้า | 118 x 60 x 25 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 121 กรัม |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | – |
| มาตรฐาน CAT | – |
| แบตเตอรี่ | ถ่านไฟฉายขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน |
RICHMETERS 404A เป็นตัวเลือกของ เครื่องมัลติมิเตอร์ ที่สามารถรองรับการทำงานเพื่อวัดค่าต่าง ๆ ได้ ด้วยการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน สำหรับในด้านของการวัดค่าการทำงานส่วนต่าง ๆ นั้น ตัวสินค้าจะสามารถทำได้อย่างครบคลุมในระดับมาตรฐาน เริ่มตั้งแต่การวัดค่าแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ช่วงความถี่
หรือแม้แช่วงความต้านทานไฟฟ้า ซึ่งในส่วนของช่วงการวัดค่านั้น ก็สามารถครอบคลุมได้อย่างเพียงพอในระดับทั่วไป ในค่าแรงดันไฟฟ้าสูงสุดในระดับ 600 โวลต์ ภายในมาตรฐานแบบ AC และ DC ยิ่งไปกว่านั้นจากการถูกออกแบบมาให้มีขนาดโดยรวม และน้ำหนักของสินค้าที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป จึงทำให้ตัวสินค้าสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถจัดเก็บได้อย่างประหยัดพื้นที่ด้วยในขณะเดียวกัน
8. Aimo M320

★★★★★
อุปกรณ์วัดค่า พร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิทัลจากแบรนด์ Aimo ที่มาพร้อมรูปลักษณ์การออกแบบโดยรวมสุดสวยงามคลาสสิก
| ยี่ห้อ / รุ่น | Aimo M320 |
| ขนาดสินค้า | 120 x 70 x 20 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 110 กรัม |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | 4,000 หลัก |
| มาตรฐาน CAT | – |
| แบตเตอรี่ | ถ่านไฟฉายขนาด LR44 จำนวน 2 ก้อน |
ต่อมาเป็นตัวเลือกของสินค้าจากแบรนด์ Aimo ที่สามารถวัดค่าการทำงานด้านระบบไฟฟ้า ได้อย่างครอบคลุมในรูปแบบและช่วงของการใช้งานระดับทั่วไป ส่งผลให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานด้านต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและคุ้มค่าในระดับมาตรฐาน สำหรับในด้านของดีไซน์การออกแบบนั้น ตัวอุปกรณ์จะค่อนข้างดูมีความคลาสสิก และมีขนาดโดยรวมสุดเล็กกะทัดรัด ส่งผลให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย
และจัดเก็บได้อย่างประหยัดพื้นที่ด้วยในขณะเดียวกัน ส่วนในเรื่องของอุปกรณ์ที่สามารถรองรับการวัดค่าได้นั้น จะประกอบด้วย ค่าความต้านทาน ช่วงความถี่ แรงดัน และความจุของไฟฟ้า ในรูปแบบของ AC และ DC โดยการวัดค่าต่าง ๆ เหล่านั้นจะสามารถแสดงผลออกมาได้ในรูปแบบดิจิทัล บนหน้าจอแสดงผลขนาดมาตรฐานที่ถูกติดตั้งมาให้ภายในของตัวสินค้านั่นเอง
9. Kkmoon Aneng A3004

★★★★★
มัลติมิเตอร์ ในลักษณะของปากกาจากแบรนด์ Kkmoon Aneng ที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
| ยี่ห้อ / รุ่น | Kkmoon Aneng A3004 |
| ขนาดสินค้า | 225.4 x 46.3 x 28.7 มิลลิเมตร |
| น้ำหนัก | 77.5 กรัม |
| จำนวนค่าการแสดงผลสูงสุด | 4,000 หลัก |
| มาตรฐาน CAT | |
| แบตเตอรี่ | ถ่านไฟฉายขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน |
สุดท้ายเป็นอุปกรณ์วัดค่าต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาในลักษณะของปากกา ซึ่งทำให้คุณสามารถวัดค่ารูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมความปลอดภัยในการใช้งานระดับสูงสุด โดยการแสดงผลหน้าจอการทำงานของตัวสินค้า จะทำได้ผ่านทางหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ภายในจำนวนการแสดงผลสูงสุด 4,000 หลัก ส่วนในด้านของการใช้เพื่อวัดค่าต่าง ๆ ตัวอุปกรณ์จะสามารถทำได้อย่างดี สำหรับการใช้เพื่อวัดค่าต่าง ๆ ในระดับมาตรฐานทั่วไป
ตัวอย่างฟังก์ชัน การวัดค่ารูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน ของมัลติมิเตอร์
- ฟังก์ชันการใช้งานระดับพื้นฐาน
สำหรับฟังก์ชัน ในลักษณะนี้ของ เครื่องมัลติมิเตอร์ จะเป็นรูปแบบของฟังก์ชันพื้นฐาน ที่ใช้สำหรับการวัดค่ากระแสในรูปแบบต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ทั่วไปควรจะวัดค่าไฟฟ้าได้ทั้งในรูปแบบของ AC และ DC ไปจนถึงค่าความต้านทานของไฟฟ้า เพราะจะเป็นส่วนหลักในการใช้เพื่อทดสอบความปลอดภัย ในการใช้งานของส่วนประกอบในระบบไฟฟ้า แต่สำหรับสินค้าในบางรุ่นเราก็อาจมีการติดตั้งฟังก์ชันอื่น ๆ มาให้ได้มากยิ่งขึ้น ตามระดับราคาที่ออกวางจำหน่าย ยกตัวอย่างเช่น การวัดค่าความถี่หรืออุณหภูมิ และวัดค่าเก็บประจุ เป็นต้น และสำหรับสินค้าในลักษณะนี้ก็ยังจะมีฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมาย ที่อยู่ภายในพื้นฐานการวัดเดียวกันถูกติดตั้งมาให้อีกด้วย - ฟังก์ชันการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์
รูปแบบแรกจะเป็นการวัดค่าด้วยการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์ เข้ากันกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง โดยจะเป็นฟังก์ชันที่จะถูกใช้งานในรูปแบบของการดาวน์โหลดข้อมูล เพื่อนำสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเข้าไปทำเป็นรายงานผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์
หมายความว่าการทำงานในลักษณะนี้ จะจำเป็นต้องใช้งานซอฟต์แวร์ในการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 อุปกรณ์ด้วยนั่นเอง สำหรับการเชื่อมต่อนั้นส่วนใหญ่จะทำได้ผ่านการใช้งานพอร์ต USB เพื่อให้สามารถส่งผ่านข้อมูลได้อย่างเที่ยงตรงมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ - ฟังก์ชันการวัดแบบ Low-pass filler
ฟังก์ชันในลักษณะนี้ จะสามารถพบเห็นได้ในสินค้าบางรุ่น ซึ่งจะเป็นการใช้งานช่วงการทดสอบความถี่ที่ 50 เฮิรตช์ เช่นเดียวกันกับปกติ แต่สามารถเปิด-ปิดฟังก์ชัน เพื่อทำการวัดในช่วงที่มีหรือไม่มีสัญญาณรบกวนได้ ดังนั้น หากทำการใช้ฟังก์ชันนี้ในการวัดค่าต่าง ๆ จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงได้มากยิ่งขึ้น หมายความว่าจะได้ข้อมูลที่ดีมากกว่า ในการวัดเพื่อนำไปใช้งานต่อนั่นเอง - ฟังก์ชัน True-RMS
ในการทำงานของฟังก์ชันลักษณะนี้ จะใช้สำหรับการวัดค่าที่ความถี่ ระดับมาตรฐาน 50 เฮิรตช์ แต่จะมีการทำให้สามารถวัดค่าได้ดี มากกว่าแบบ Average ด้วยการตัดสัญญาณที่เข้ามาแทรกแทรงในระหว่างการวัด ซึ่งการใช้งานของฟังก์ชันในลักษณะนี้ จะเหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการใช้เพื่อวัดค่ารูปแบบต่าง ๆ ของเครื่องจักร เนื่องจากเมื่อใช้งานฟังก์ชันลักษณะนี้ในการวัดค่า จะทำให้คุณได้ผลลัพธ์ในการวัดที่มีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
วิธีเลือก ซื้อมัลติมิเตอร์
3 วิธีการเลือกซื้อ
1. เลือกจากรูปแบบของโหมดการวัด
มัลติมิเตอร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน จะสามารถแบ่งแยกโหมดการวัดได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ ที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานในประเภทงานที่แตกต่างกันออกไป โดยคุณจะต้องทำการเลือกซื้อให้ตรงกัน กับการใช้งานมากที่สุด หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ในการใช้งานออกมามีประสิทธิภาพในระดับสูงสุด
โดยในส่วนนี้ก็จะทำให้คุณสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ ที่ตรงกันกับลักษณะการใช้งานของคุณได้มากยิ่งขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าซักหนึ่งรุ่น คุณจึงจะต้องทำความเข้าใจถึงรูปแบบการใช้งานของ 2 รูปแบบการทำงานเสียก่อน เพราะจะทำให้คุณใช้งานตัวสินค้าได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นตามไปด้วยในเวลาเดียวกัน
รูปแบบของโหมดในการวัด แบบแรกนั้น จะเป็นในลักษณะของ โหมด Average ที่จะเหมาะสำหรับการใช้วัดค่ากระแส หรือ แรงดันไฟ ที่เป็นลักษณะเชิงเส้น เพราะการวัดใรลักษณะนี้จะทำในค่าความถี่พื้นฐานที่ 50 เฮิรตช์
โดยที่จะยังคงเป็นลักษณะของ DC ในการวัด ในขณะที่แบบ True-RMS จะสามารถตอบโจทย์ได้ สำหรับการใช้เพื่อวัดข้อมูลไฟฟ้าเกี่ยวกับงานอุตสาหกรรม ในลักษณะของการวัดที่ไม่เป็นเชิงเส้น เนื่องจากการวัดในลักษณะนี้ จะสามารถวัดได้ในรูปแบบความถี่ที่หลากหลาย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์หลังการวัดที่ตรงมากกว่า การวัดค่าของไฟฟ้าในรูปแบบแรกนั่นเอง
2. ตรวจสอบฟังก์ชันการวัดที่ถูกติดตั้งมาให้ในตัวสินค้า
อุปกรณ์แต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมา ให้สามารถรองรับการวัดสิ่งต่าง ๆ ในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามช่วงราคาและการผลิตของสินค้าแต่ละรุ่น ซึ่งรายละเอียดของการใช้งานในด้านนี้ จัดเรียกได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากคุณต้องการเลือกซื้อสินค้า ให้สามารถใช้งานได้อย่างตรงกันกับความต้องการมากที่สุด
เพราะมัลติมิเตอร์นั้นเป็นอุปกรณ์ ที่สามารถวัดค่าต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ส่งผลให้บางครั้งหากคุณเลือกซื้อสินค้ามา โดยไม่มีฟังก์ชันในการวัดค่าค่าง ๆ ที่คุณต้องการ ก็อาจทำให้ตัวสินค้าไม่สามารถใช้งานได้ด้วยเช่นกัน ส่วนในด้านของการวัดค่าที่อุปกรณ์ประเภทนี้ จะสามารถรองรับการวัดได้ทั้งหมดนั้น เราจะกล่าวถึงให้กับคุณอย่างชัดเจนในส่วนต่อไปของบทความนี้
หากคุณต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการใช้งานตัวสินค้าได้มากที่สุด รุ่นที่สามารถรองรับการวัดค่ารูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างหลากลหายมากที่สุด จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับการเลือกซื้อสินค้าของคุณ เนื่องจากคุณจะสามารถใช้งานตัวอุปกรณ์ได้ในทุกสถานการณ์ สำหรับการวัดค่าของรายละเอียดต่าง ๆ ในทุกรูปแบบ
ซึ่งถึงแม้ว่าสินค้าในลักษณะนี้ จะถูกออกวางจำหน่ายมาในช่วงราคาที่ค่อนข้างสูง แต่คุณก็จะสามารถใช้งานได้ในความคุ้มค่าระดับสูงมากยิ่งขึ้น โดยที่รายละเอียดในส่วนนี้คุณจะสามารถตรวจสอบได้ ผ่านทางรายละเอียดที่ใส่มาให้ในแต่ละรุ่นของสินค้า อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการใช้งานเพียงบางฟังก์ชัน และต้องการประหยัดงบประมาณในการเลือกซื้อให้ได้มากที่สุด ก็อาจเลือกรุ่นที่มีความเพียงพอต่อการใช้งานของคุณได้ด้วยเช่นกัน
3. ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย CAT
มาตรฐาน CAT นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถบอกได้ว่าตัวอุปกรณ์ จะเหมาะสำหรับการใช้วัดเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทไหนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นรายละเอียดส่วนแรก ๆ ที่คุณจะต้องให้ความสำคัญในการเลือกซื้อ และเป็นส่วนที่จะทำให้คุณเลือกซื้ออุปกรณ์ ได้อย่างตรงกันกับลักษณะการใช้งานมากยิ่งขึ้น
โดยในแต่ละมาตรฐานของการใช้งานนั้น จะมีความแตกต่างกันในด้านของการใช้งานอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้สามารถวัดสิ่งต่าง ๆ ได้ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ทำให้หากคุณไม่ได้เลือกซื้อจากมาตรฐานนี้ในการเลือกซื้อ ก็อาจทำให้คุณไม่สามารถใช้งานตัวอุปกรณ์ได้ อย่างตรงกันกับความต้องการ และตัวสินค้าก็อาจไม่มีความสามารถมากเพียงพอ ให้การวัดสิ่งต่าง ๆ ตามที่คุณต้องการ รวมไปถึงอาจมีผลต่อความปลอดภัยในระหว่างการาใช้งานด้วยในเวลาเดียวกัน
สำหรับมาตรฐานความปลอดภัย CAT ของมัลติมิเตอร์นั้น ในปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 ระดับ ประกอบด้วย CAT I ที่จะใช้สำหรับการวัดแรงดันไฟฟ้าของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถืถอเป็นมาตรฐานที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจากจะเหมาะสำหรับการใช้กับอุปกรณ์ ที่มีกำลังไฟฟ้าโดยรวมค่อนข้างต่ำ, CAT II ใช้สำหรับการวัดแรงดันไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ขั้นพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น ปลั๊กไฟ, เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือตู้เย็น เป็นต้น, CAT III มาตรฐานที่ค่อนข้างอยู่ในระดับสูง ใช้ในการวัดค่าแรงดันของสายไฟ ที่ใช้สำหรับการส่งไฟฟ้าภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของสายเคเบิล, เบรกเกอร์ หรือแม้แต่แผงควบคุมระบบไฟฟ้าต่าง ๆ เป็นต้น และ CAT IV ที่มีระดับความอันตรายในการวัดสูงสุด เนื่องจากจะใช้สำหรับการวัดค่าของการส่งไฟฟ้าภายนอกอาคาร ซึ่งจะมีการไหลของไฟฟ้าในระดับที่รุนแรงมากที่สุด
บทสรุป
มัลติมิเตอร์ จัดได้ว่ามีรายละเอียดส่วนต่าง ๆ มากมาย ที่คุณจะต้องให้ความสนใจในขั้นตอนของการพิจารณา หากต้องการเลือกซื้อสินค้าให้มีคุณภาพ และใช้งานได้อย่างตรงกันกับความต้องการมากที่สุด โดยส่วนต่าง ๆ ที่คุณจะต้องพิจารณานั้น เราก็ได้ทำการแนะนำไปให้กับคุณในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงยังมีการแนะนำฟังก์ชัน
ที่สามารถพบเห็นได้ในตัวเลือกของอุปกรณ์ประเภทนี้ มาให้คุณได้ลองพบเห็นเพื่อให้สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ ได้อย่างตรงกันกับความต้องการมากที่สุดด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นหากคุณทำความเข้าใจถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนแล้ว หากต้องการเลือกซื้อให้ง่ายดายได้มากยิ่งขึ้น ก็เพียงทำการเลือกดูจากทั้งหมด 10 รุ่น ที่เราได้แนะนำไว้ให้ในช่วงกลางของบทความนี้ก็เพียงพอแล้ว



