10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ในปี 2026

ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในการฟังเพลง, เล่นเกม, รับชมวิดีโอบนแอปพลิเคชัน Youtube หรือติดตามซีรีย์ต่าง ๆ บนแอปพลิเคชัน Netflix การมองหา หูฟังตัดเสียงรบกวน เพื่อการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ก็นับเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
และหากคุณเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่จัดอยู่ในกลุ่มของผู้ใช้งานที่เราได้กล่าวไป ก็แนะนำให้ลองหาซื้อรุ่นใหม่ซักหนึ่งรุ่นจากบทความ แนะนำ หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 ซึ่งเราได้เลือกรุ่นที่น่าซื้อมากที่สุด ในขณะนี้มาให้คุณได้ลองเลือกซื้อควบคู่ ไปกับการอธิบายรายละเอียดของสินค้าได้เลยครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอิสระ การจัดอันดับมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ่านเท่านั้น และ เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์แนะนำเล็กน้อย โดยไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า
10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ในปี 2026
- หูฟัง Sony รุ่น WH-1000XM6
- หูฟัง Bose QuietComfort Ultra Headphones
- Samsung Galaxy Buds3 Pro
- Bose QuietComfort Earbuds
- MARSHALL MOTIF II A.N.C.
- JBL Tune Buds 2
- Jabra Elite 4
- Sony WF-C710N
- HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC
- Edifier X3 Lite TWS
Preview |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
ยี่ห้อ/รุ่น | Sony WH-1000XM6 | Bose QuietComfort Ultra Headphones | Bose 700 | Bose QuietComfort Earbuds | MARSHALL MOTIF II A.N.C. | JBL Tune Buds 2 | Jabra Elite 4 | Sony WF-C710N | HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC | Edifier X3 Lite TWS |
น้ำหนักของหูฟัง | 294 กรัม | - | - | - | 4.312 กรัม/ข้าง | - | 0.38 กก. รวมเคส | 0.38 กก. รวมเคส | 4.3 กรัม | 4.3 กรัม |
การใช้งานแบตเตอรี่ | 60 ชั่วโมง | สูงสุด 24 ชม. (18 ชม. เมื่อเปิด Immersive Audio) | สูงสุด 30 ชม. (รวมเคส / ANC OFF) | สูงสุด 8.5 ชั่วโมง | สูงสุด 6 ชม. (เปิด ANC) / รวมเคสสูงสุด 30 ชม. | สูงสุด 48 ชม. (ปิด ANC) / สูงสุด 36 ชม. จากเคส (เปิด ANC รวม 32 ชม.) | สูงสุด 5.5 ชม. / สูงสุด 28 ชม. รวมเคส | สูงสุด 8.5 ชม. / สูงสุด 21.5 ชม. รวมเคส | สูงสุด 50 ชม. (รวมเคส) | สูงสุด 24 ชม. (รวมเคส) |
ระบบเสียง | Android และ iOS | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth | Android / ระบบที่รองรับ Galaxy AI | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth | Android และ iOS | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
ใช้กับเครื่อง | Bluetooth 5.2 | Bluetooth 5.3 | Bluetooth 5.4 | Bluetooth 5.3 | Bluetooth 5.3 LE | Bluetooth 5.3 | Bluetooth 5.2 | Bluetooth 5.3 | Bluetooth 5.4 | Bluetooth 5.3 |
ลิงค์สินค้า |

1. หูฟัง Sony รุ่น WH-1000XM6

★★★★★
หูฟังครอบหูตัดเสียงรบกวนระดับท็อป พร้อมฟีเจอร์เสียงรอบทิศทางและปรับเสียงได้ละเอียดผ่านแอป
| ยี่ห้อ / รุ่น | หูฟัง Sony รุ่น WH-1000XM6 |
| น้ำหนักของหูฟัง | 294 กรัม |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | 60 ชั่วโมง |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android และ iOS |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.2 |
Sony WH-1000XM6 เป็นหูฟังครอบหูไร้สายระดับเรือธงที่เน้น “ความเงียบ + คุณภาพเสียง” แบบจริงจัง จุดเด่นคือระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ที่ใช้ชิปประมวลผล HD QN3 และไมโครโฟนรวม 12 ตัว ช่วยวิเคราะห์เสียงรอบข้างแบบเรียลไทม์ ตัดเสียงได้แม่นขึ้นทั้งบนรถไฟฟ้า ออฟฟิศ หรือคาเฟ่ ตัวไดรเวอร์ขนาด 30 มม. ถูกออกแบบมาเฉพาะให้ดึงศักยภาพการเก็บรายละเอียดเสียงได้เต็มที่ ทั้งเสียงเบสที่แน่นลึกและเสียงแหลมใสชัด ฟังก์ชันอย่าง 360 Reality Audio, DSEE Extreme และการปรับเสียงผ่านแอป Sony | Sound Connect ทำให้คนฟังปรับโทนเสียงให้เข้ากับแนวเพลงหรือการดูหนัง/เล่นเกมได้ละเอียดมากขึ้น
WH-1000XM6 ออกแบบมาเพื่อใส่ยาว ๆ ทั้งวัน สายคาดศีรษะกว้างขึ้น ใช้วัสดุนุ่ม ลดแรงกดบนศีรษะและรอบหู แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 30 ชั่วโมงเมื่อเปิด NC และสูงสุด 40 ชั่วโมงเมื่อปิด NC เรียกว่าชาร์จทีเดียวใช้ได้หลายวัน การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.3 รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์และสลับการใช้งานได้ลื่น ฟีเจอร์ฉลาด ๆ อย่าง Speak-to-Chat, Adaptive Sound Control, Auto Play และ Head Tracking ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหลมาก ทั้งฟังเพลง รับสาย หรือดูหนัง
ข้อดี
- ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ใช้ชิป HD QN3 และไมโครโฟนหลายตัว ปรับการตัดเสียงตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์
- คุณภาพเสียงระดับพรีเมียม รองรับเสียงความละเอียดสูง
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดราว 30–40 ชั่วโมง
ข้อเสีย
- ✘
2. หูฟัง Bose QuietComfort Ultra Headphones

★★★★★
ระบบ Immersive Audio ให้เสียงสมจริงเหมือนอยู่ในห้องฟังเพลงระดับสตูดิโอ พร้อมระบบตัดเสียงที่เงียบกว่า รุ่นก่อนหน้า
| ยี่ห้อ / รุ่น | หูฟัง Bose QuietComfort Ultra Headphones |
| น้ำหนักของหูฟัง | – |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 24 ชม. (18 ชม. เมื่อเปิด Immersive Audio) |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.3 |
Bose Quiet Comfort Ultra Headphones หูฟังตัดเสียงรบกวน ที่พัฒนาไปอีกขั้น ทั้งด้านความเงียบ คุณภาพเสียง และความสบายในการสวมใส่ จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ระบบตัดเสียงรบกวนระดับเวิลด์คลาสที่ทำได้ “เงียบกว่ารุ่นก่อน” พร้อมเทคโนโลยี CustomTune ปรับเสียงอัตโนมัติตามรูปทรงหูของผู้ใช้ เพื่อให้ได้โทนเสียงที่เหมาะสมที่สุดเสมอ ไม่ว่าจะฟังเพลง ดูหนัง หรือประชุมงาน นอกจากนี้ Bose Immersive Audio ยังจำลองเวทีเสียงให้ออกมาด้านหน้า สร้างความรู้สึกโอบล้อมและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
ด้านดีไซน์และประสบการณ์ใช้งาน Bose ใช้วัสดุระดับพรีเมียมเพื่อความสบายตลอดวัน ทั้งครอบหูที่นุ่มแนบสนิท สายคาดศีรษะกระจายแรงกดดี ตัวบอดี้โลหะช่วยเพิ่มความหรูหรา การใช้งานต่อเนื่องทำได้สูงสุดถึง 24 ชั่วโมง (หรือ 18 ชั่วโมงเมื่อเปิด Immersive Audio) เชื่อมต่อเสถียรด้วย Bluetooth 5.3 รองรับการตั้งค่าผ่านแอป Bose Music และใช้งานได้กับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์เกือบทุกระบบ
ข้อดี
- เชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 เสถียร ใช้งานได้หลายอุปกรณ์
- สวมใส่สบาย วัสดุพรีเมียม ใช้งานได้นาน
- คุณภาพเสียงคมชัด สมดุล เหมาะทั้งฟังเพลงและดูหนัง
ข้อเสีย
- ✘
3. Samsung Galaxy Buds3 Pro

★★★★★
หูฟังไร้สายดีไซน์ใหม่ สวมใส่กระชับหู เสียง Hi‑Fi คมชัด พร้อม ANC อัจฉริยะจาก Galaxy AI
| ยี่ห้อ / รุ่น | Samsung Galaxy Buds3 Pro |
| น้ำหนักของหูฟัง | – |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 30 ชม. (รวมเคส / ANC OFF) |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / ระบบที่รองรับ Galaxy AI |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.4 |
รุ่นนี้เป็น หูฟัง Samsung Galaxy Buds3 Pro การอัปเกรดครั้งใหญ่ของไลน์อัป Buds ด้วยดีไซน์ใหม่แบบเอียงรับรูปหู ช่วยให้สวมใส่กระชับและให้ตำแหน่งเสียงใกล้ใบหูมากขึ้น พร้อม Blade Lights ที่โดดเด่นเฉพาะรุ่น Pro ตัวหูฟังยังรองรับระบบเสียง Ultimate Hi-Fi (24bit/96kHz) ขับด้วยลำโพงคู่ Dual Speaker ความถี่สูงสุดกว่า 40kHz และ ANC ที่ประมวลผลร่วมกับ Galaxy AI ให้ตัดเสียงรบกวนแบบอัจฉริยะตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์
ด้านประสบการณ์ใช้งาน Buds3 Pro ให้แบตเตอรี่ยาวนานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคส รองรับ Bluetooth 5.4 ที่เสถียรและประหยัดพลังงาน กันน้ำระดับ IP57 และยังมีฟีเจอร์ AI เช่น การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การตั้งโปรไฟล์เสียงแยกตามแอป และระบบเตือนเมื่อหูฟังอยู่ห่างจากสมาร์ทโฟน
ข้อดี
- ลำโพงคู่ Dual Speaker ให้เสียงคมชัด
- แบตเตอรี่ทนมาก ใช้งานรวมเคสได้สูงสุด 30 ชั่วโมง
- รองรับฟีเจอร์ Galaxy AI เช่น แปลภาษา–ปรับโปรไฟล์เสียงแยกตามแอป
ข้อเสีย
- ✘
4. Bose QuietComfort Earbuds

★★★★★
หูฟังอินเอียร์ตัดเสียงรบกวน ระดับพรีเมียม ใส่ได้นานสบาย
| ยี่ห้อ / รุ่น | Bose QuietComfort Earbuds |
| น้ำหนักของหูฟัง | – |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 8.5 ชั่วโมง |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.3 |
Bose QuietComfort Earbuds ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ตัดเสียงรบกวนระดับสูงในรูปแบบอินเอียร์ โดยยังให้ความสบายในการสวมใส่ด้วยจุกและแถบพยุง 3 ขนาด ช่วยให้แนบพอดีไม่หลุดง่าย เหมาะทั้งใช้งานประจำวัน ออกกำลังกาย หรือทำงานนอกสถานที่ ตัวหูฟังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ IPX4 รองรับการใช้งานในสถานการณ์ที่มีเหงื่อและละอองน้ำ
ด้านการเชื่อมต่อ Bose ใช้ Bluetooth 5.3 ที่เสถียรและรองรับ Multi-Point สลับอุปกรณ์ได้ลื่นไหล ตัวหูฟังใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 8.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเคสชาร์จเพิ่มได้อีกหลายรอบ พร้อมรองรับการชาร์จไร้สาย นอกจากนี้ยังปรับ EQ และตั้งค่า ANC ได้ละเอียดผ่านแอป Bose QCE ช่วยให้ปรับเสียงและฟีเจอร์ได้ตรงใจมากขึ้น
ข้อดี
- ใส่นานสบาย มีจุกและแถบพยุง 3 ขนาด กระชับไม่หลุดง่าย
- แบตเตอรี่ทน ใช้งานสูงสุด 8.5 ชั่วโมง และชาร์จเพิ่มด้วยเคสได้หลายรอบ
- ปรับแต่งเสียงได้ละเอียดผ่านแอป Bose QCE ทั้ง EQ และโหมด ANC
ข้อเสีย
- ✘

5. MARSHALL MOTIF II A.N.C.

★★★★★
หูฟัง Marshall ตัดเสียงรบกวน หูฟังอินเอียร์ดีไซน์ไอคอนิก พร้อมตัดเสียงระดับพรีเมียม และรองรับ LE Audio รุ่นใหม่
| ยี่ห้อ / รุ่น | MARSHALL MOTIF II A.N.C. |
| น้ำหนักของหูฟัง | 4.312 กรัม/ข้าง |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 6 ชม. (เปิด ANC) / รวมเคสสูงสุด 30 ชม. |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.3 LE |
MARSHALL MOTIF II A.N.C. BLACK หูฟังบลูทูธไร้สาย แบบอินเอียร์ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพเสียงและความคล่องตัว มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง ทำให้สามารถโฟกัสกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ที่รับฟังได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังรองรับการปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชันของ Marshall เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังให้ตรงกับความชอบของผู้ใช้
ในด้านการใช้งาน Motif II A.N.C. สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ และใช้งานต่อเนื่องได้มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับมาตรฐาน Bluetooth LE Audio ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรและลดอาการเสียงขาดหาย นอกจากนี้ ตัวหูฟังและเคสชาร์จยังผลิตจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็วที่ช่วยเพิ่มเวลาใช้งานได้ภายในระยะเวลาสั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาหูฟังไร้สายที่ให้ทั้งคุณภาพเสียง ความสะดวก และความคุ้มค่า
ข้อดี
- แบตเตอรี่อึด ใช้งานรวมเคสได้สูงสุด 30 ชั่วโมง
- น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย กันน้ำ IPX5
- ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ช่วยโฟกัสเสียงได้ดีขึ้น
ข้อเสีย
- ✘
6. JBL Tune Buds 2

★★★★★
หูฟังไร้สายเสียงเบสจัดเต็ม พร้อม Adaptive ANC และแบตเตอรี่สูงสุด 48 ชั่วโมง
| ยี่ห้อ / รุ่น | JBL Tune Buds 2 |
| น้ำหนักของหูฟัง | – |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 48 ชม. (ปิด ANC) / สูงสุด 36 ชม. จากเคส (เปิด ANC รวม 32 ชม.) |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.3 |
หูฟังตัดเสียงรบกวน JBL Tune Buds 2 เป็นหูฟังไร้สาย ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน มาพร้อมระบบ Adaptive Noise Cancelling ที่สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ ช่วยให้การฟังเพลงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่ถูกรบกวน เสริมประสบการณ์ด้วยพลังเสียง JBL Pure Bass Sound ที่ให้เบสแน่น ฟังสนุก พร้อม JBL Spatial Sound ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงรอบทิศทาง เหมาะทั้งการฟังเพลง ดูคอนเทนต์ หรือใช้งานด้านความบันเทิงทั่วไป
JBL Tune Buds 2 ให้แบตเตอรี่ที่ยาวนานสูงสุดถึง 48 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ รองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 สำหรับตัวหูฟัง เพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานกลางแจ้งหรือระหว่างเดินทาง ระบบไมโครโฟน 6 ตัวช่วยให้การสนทนามีความคมชัดมากขึ้น พร้อมฟีเจอร์ Smart Ambient ที่ให้เลือกเปิดรับเสียงรอบข้างได้ตามสถานการณ์ และสามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างละเอียดผ่านแอป JBL Headphones พร้อม Personi‑Fi 3.0 โดยรวมแล้ว JBL Tune Buds 2 ถือเป็นหูฟังไร้สายที่ให้ความคุ้มค่าทั้งด้านคุณภาพเสียง ฟีเจอร์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาหูฟังครบจบในรุ่นเดียว
ข้อดี
- แบตเตอรี่ใช้งานรวมเคสได้นานสูงสุดถึง 48 ชั่วโมง
- ไมโครโฟน 6 ตัว ช่วยให้การโทรชัดเจนในทุกสถานการณ์
- กันน้ำ–กันฝุ่น IP54 และปรับแต่งเสียงง่ายผ่านแอป JBL Headphones
ข้อเสีย
- ✘
7. Jabra Elite 4

★★★★★
หูฟัง True Wireless พร้อม ANC และ Multipoint ที่ตอบโจทย์งาน
| ยี่ห้อ / รุ่น | Jabra Elite 4 |
| น้ำหนักของหูฟัง | 0.38 กก. รวมเคส |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 5.5 ชม. / สูงสุด 28 ชม. รวมเคส |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android และ iOS |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.2 |
Jabra Elite 4 ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในยุคที่ต้องสลับบทบาทระหว่างการทำงานและการใช้งานส่วนตัว หูฟังรุ่นนี้มาพร้อม Active Noise Cancellation (ANC) ช่วยลดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโหมด HearThrough สำหรับฟังเสียงรอบตัว เพิ่มความปลอดภัยเมื่อเดินทาง ไมโครโฟน 4 ตัวช่วยให้เสียงสนทนาชัดใสแม้อยู่ในที่ลมแรงหรือเสียงดัง รองรับ Bluetooth Multipoint ให้เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน และสลับการใช้งานได้ทันทีโดยไม่สะดุด เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องประชุมออนไลน์และรับสายบนมือถือไปพร้อมกัน
ในด้านความบันเทิง Jabra Elite 4 ให้เสียงคุณภาพดี ปรับแต่ง EQ ได้ผ่านแอป Jabra Sound+ รองรับ Spotify Tap เล่นเพลงโปรดได้ทันใจ แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ 5.5 ชั่วโมง และเพิ่มเป็น 28 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ พร้อมมาตรฐานกันน้ำ–กันฝุ่น IP55 ใส่ลุยได้ทุกสถานการณ์ จึงเป็นตัวเลือกที่ครบเครื่อง ใช้งานง่าย และคุ้มค่าในเรทราคาเดียวกัน
ข้อดี
- ANC + HearThrough ช่วยตัดเสียงและฟังเสียงรอบข้างได้
- ไมโครโฟน 4 ตัว สนทนาชัดเจนแม้อยู่ในที่เสียงดัง
- รองรับ Bluetooth Multipoint เชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์
ข้อเสีย
- ✘
8. Sony WF-C710N

★★★★★
หูฟัง Earbuds จากแบรนด์ Samsung ที่สามารถสวมใส่เพื่อฟังสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสบายโดยไร้เสียงรบกวน
| ยี่ห้อ / รุ่น | Samsung Galaxy Buds Live |
| น้ำหนักของหูฟัง | 0.38 กก. รวมเคส |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 8.5 ชม. / สูงสุด 21.5 ชม. รวมเคส |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.3 |
Sony WF-C710N เป็นหูฟังเอียร์บัดไร้สายที่ให้ความสบายในการสวมใส่แบบ “ใส่นานแค่ไหนก็ไม่ล้า” มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Advanced Noise Cancelling ที่ใช้ Dual Noise Sensor และไมโครโฟนคู่ในการกรองเสียง ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้เต็มอรรถรส พร้อมระบบ DSEE ช่วยคืนรายละเอียดเสียง เสริมด้วย Adaptive Sound Control ที่ปรับเสียงรอบข้างตามกิจกรรมของคุณอัตโนมัติ เหมาะทั้งฟังเพลง ทำงาน ประชุมออนไลน์ หรือใช้งานนอกบ้านแบบคล่องตัว
เรื่องการใช้งานก็ตอบโจทย์ครบ เครื่องรองรับ Google Fast Pair / Microsoft Swift Pair เชื่อมต่อง่ายแบบทันใจ พร้อม Multipoint Connection ที่เชื่อมได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน แบตเตอรี่ใช้งานเดี่ยวสูงสุด 8.5 ชั่วโมง และรวมเคสได้ถึง 21.5 ชั่วโมง รองรับชาร์จเร็ว 5 นาทีฟังได้อีก 1 ชั่วโมง กันน้ำระดับ IPX4 ใช้ลุยกิจกรรมประจำวันได้สบาย ถือเป็นหูฟังรุ่นคุ้มที่ให้ฟีเจอร์ระดับสูงมาแบบจัดเต็มในงบที่จับต้องง่าย
ข้อดี
- รองรับ Fast Pair / Swift Pair และ Multipoint เชื่อมต่อหลายอุปกรณ์
- ณภาพเสียงดีขึ้นด้วยระบบ DSEE และไมโครโฟน Voice Pickup ช่วยให้คุยโทรศัพท์ชัดเจน
- แบตอึด ชาร์จเร็ว 5 นาทีฟังได้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันน้ำ IPX4
ข้อเสีย
- ✘
9. HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC

★★★★★
หูฟังตัดเสียงรบกวน แบบไร้สาย ที่มาพร้อมขนาดเล็กกะทัดรัดและพกพาได้สะดวก
| ยี่ห้อ / รุ่น | HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC |
| น้ำหนักของหูฟัง | 4.3 กรัม |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 50 ชม. (รวมเคส) |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.4 |
สำหรับรุ่นนี้เป็น หูฟัง HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC เป็นหูฟังอินเอียร์ รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อมอบคุณภาพเสียงและความเงียบระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงง่าย มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC สูงสุดถึง 50 เดซิเบล พร้อมไมโครโฟน 3 ตัวแบบ AI ที่ช่วยตัดเสียงส่วนเกินให้คุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนแม้อยู่ในที่เสียงดัง ด้านคุณภาพเสียงใช้ไดรเวอร์ 10 มม. แบบโพลิเมอร์คอมโพสิต ให้เสียงเบสแน่น รายละเอียดคมชัด
และรองรับการปรับแต่งเสียงผ่านแอปของ HUAWEI เพื่อให้ได้ลายเสียงที่ตรงใจผู้ใช้ที่สุดจุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นกว่าใครคือ “แบตเตอรี่สุดอึด” ใช้งานรวมเคสได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง และรองรับชาร์จไวเพียง 10 นาที ฟังได้ต่ออีก 4 ชั่วโมง เชื่อมต่อรวดเร็วเสถียรด้วย Bluetooth 5.4 พร้อมมาตรฐานกันน้ำ IP54 ใส่ออกกำลังกายหรือใช้งานกลางแจ้งได้สบาย ถือเป็นรุ่นที่ครบทั้งเสียงดี ANC แรง แบตอึด และราคาเป็นมิตร เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปจนถึงคนทำงานที่ต้องการลดเสียงรบกวนระหว่างวันแบบจริงจัง
ข้อดี
- แบตเตอรี่อึดมาก ใช้งานรวมเคสได้สูงสุด 50 ชั่วโมง
- คุณภาพเสียงดีด้วยไดรเวอร์ 10 มม. รายละเอียดครบ เสียงคมชัด
- กันน้ำ IP54 ใช้งานกลางแจ้ง ออกกำลังกาย หรือพกไปทำงานได้
ข้อเสีย
- ✘
10. Edifier X3 Lite TWS

★★★★★
หูฟังไร้สายขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่ายทุกวัน ฟีเจอร์ครบ เสียงชัด แบตอึด ในราคาประหยัด
| ยี่ห้อ / รุ่น | Edifier X3 Lite TWS |
| น้ำหนักของหูฟัง | 4.3 กรัม |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด | สูงสุด 24 ชม. (รวมเคส) |
| ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งาน | Android / iOS / คอมพิวเตอร์ที่รองรับ Bluetooth |
| เวอร์ชัน Bluetooth | Bluetooth 5.3 |
สุดท้ายเป็น หูฟัง Edifier X3 Lite TWS เป็นหูฟังไร้สายที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน ด้วยรูปลักษณ์กะทัดรัด น้ำหนักเบา ใส่สบาย และให้เสียงคมชัดด้วยไดรเวอร์แบบพลวัต พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อม (ENC) ที่ช่วยให้สนทนาได้ชัดขึ้นแม้อยู่ในพื้นที่มีเสียงรบกวน รองรับการใช้งานสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมงเมื่อรวมเคส
และมีโหมดเกมที่ช่วยลดความหน่วงในการส่งเสียง ทำให้ภาพและเสียงตรงกันมากขึ้น เหมาะทั้งสำหรับดูหนัง เล่นเกม หรือฟังเพลงทั่วไป อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอป EDIFIER เพื่อปรับแต่งเสียงและตั้งค่าการทำงานตามสไตล์ผู้ใช้ โดยตัวหูฟังทนทานต่อฝุ่นและเหงื่อระดับ IP55 ทำให้พกไปออกกำลังกายหรือใช้งานกลางแจ้งได้อย่างมั่นใจ เชื่อมต่อเสถียรด้วย Bluetooth 5.3 รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในหูฟังราคาเบาที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม TWS สำหรับคนที่ต้องการฟีเจอร์ครบในราคาประหยัด
ข้อดี
- กันฝุ่นและเหงื่อระดับ IP55 เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย
- แบตอึด ใช้งานรวมเคสได้สูงสุด 24 ชั่วโมง
- รองรับแอป EDIFIER ปรับแต่งเสียงและการควบคุมได้หลากหลาย
ข้อเสีย
- ✘
เลือกซื้อ หูฟังตัดเสียงรบกวน อย่างไรดี
1. เลือกจากประเภทของหูฟัง
โดยปกติแล้วหูฟังที่มาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องของการป้องกันเสียงรบกวน มักมาพร้อมดีไซน์การออกแบบทั้งหมด 2 ประเภท คือ
- หูฟังไร้สายแบบ In-Ear ที่มีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของขนาดตัวอุปกรณ์สุดกะทัดรัด และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้าบริเวณใบหู แต่จะวัดประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนจากการออกแบบจุกหูฟัง และการทำงานของหน่วยประมวลผลเสียงต่าง ๆ ใน
- ขณะที่หูฟังแบบ Headphone จะเป็นหูฟังไร้สายขนาดใหญ่ ที่ป้องกันการเกิดเสียงรบกวนได้แบบดีเยี่ยม จากการถูกออกแบบให้สวมใส่ครอบหูไปได้แบบสนิท ส่งผลให้ป้องกันเสียงรบกวนจากด้านนอกได้ดีมากกว่า แต่ด้วยน้ำหนักของตัวอุปกรณ์ที่มีอยู่ค่อนข้างมาก จะทำให้เมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็อาจเกิดอาการเมื่อยล้าได้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกซื้อตามประเภทของหูฟังให้เหมาะสมกับสไตล์การใช้งานของแต่ละคน ก็จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมีคุณภาพมากที่สุดตามไปด้วยนั่นเองครับ
2. ตรวจสอบขนาดและน้ำหนักของหูฟัง
เนื่องจาก หูฟัง เป็นอุปกรณ์เสริมแบบต่อพ่วง ที่จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บระหว่างการเดินทาง จึงทำให้การพิจารณาถึงขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ก็นับเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไปไม่ได้เพื่อให้ได้รุ่นที่คุ้มค่ามากที่สุดด้วยเช่นกัน
เพราะหาก คุณเลือกรุ่น ที่มีขนาดใหญ่ และ มีน้ำหนักมากจนเกินไป ก็อาจมีผลโดยตรงให้การพกพาหรือจัดเก็บลงในกระเป๋าทำได้ยากและลำบากมากยิ่งขึ้น โดยหากต้องการเน้นจุดเด่นในด้านของการพกพาเป็นหลัก ก็อาจเลือก ซื้อหูฟัง ที่มาพร้อมกับ เคสชาร์จ เพื่อทำให้การจัดเก็บทำได้ง่าย
และสามารถชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มเติมได้ต่อเนื่องในการใช้งานระหว่างวัน หรือหากต้องการเน้นไปในเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก ก็อาจเลือกเป็นหูฟังแบบครอบหูที่ป้องกันเสียงรบกวนได้ดี และมักใช้งานระบบเสียงที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าก็ได้ด้วยเช่นกันครับ
3. พิจารณาระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องของแบตเตอรี่
หูฟังตัดเสียงรบกวน ในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นหูฟังแบบไร้สาย ที่จำเป็นจะต้องชาร์จแบตเตอรี่เพื่อการใช้งานด้วยกันทั้งสิ้น เป็นผลให้การพิจารณาถึงความจุแบตเตอรี่ของตัวหูฟัง ก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันกับเรื่องอื่น ๆ อยู่ไม่น้อย
เพื่อให้หูฟังรุ่นนั้น ๆ รองรับการใช้งานต่อเนื่องไปได้ยาวนานตลอดวัน แต่ในบางครั้งการได้มาซึ่งแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ และระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนาน ก็อาจทำให้จำเป็นต้องแลกมาด้วยขนาดและน้ำหนักของตัวหูฟังที่มากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งในบางครั้งก็อาจจำเป็นต้องใช้งานรุ่นที่มาพร้อมเคสชาร์จ สำหรับการสำรองแบตเตอรี่เพื่อให้ใช้งานได้ในหลาย ๆ รอบ ซึ่งคุณสามารถเลือกให้เหมาะสมตามความต้องการของคุณได้เลยครับ
4. ให้ความสำคัญฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เพื่อการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบทั้งการฟังเพลง, การดูวิดีโอบน Youtube และการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านทาง Netflix การเลือกซื้อหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีประสิทธิภาพการใช้งานยอดเยี่ยม และมีฟังก์ชันการใช้งานครบครันรอบด้าน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีแบบไร้ที่ติมากที่สุด
จากความสามารถของตัวอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมา สำหรับรองรับการใช้งานในด้านนี้โดยตรง และการมาพร้อมฟังก์ชันหรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ช่วยให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ โดยที่ในด้านของการเลือกซื้อก็ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่มีความสำคัญในการใช้งาน
เช่น ประเภทของหูฟัง, ขนาดและ น้ำหนักของตัว หูฟัง และการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานจากขนาดความจุของแบตเตอรี่ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน
แล้วจึงให้ความสนใจไปในด้านของระดับราคารองลงมา เพื่อให้เลือกซื้อรุ่น ที่ต้องการได้ดีและคุ้มค่ามาก ที่สุด ซึ่งหากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือก ซื้อ หูฟัง Noise Cancelling รุ่นไหนดี ในปี 2020 นี้ รุ่นที่คุณกำลังมองหาอยู่อาจจะเป็น 1 ใน 10 รุ่น ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณในบทความนี้ก็เป็นได้ครับ
บทสรุป
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบทั้งการฟังเพลง, การดูวิดีโอบน Youtube และ การรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านทาง Netflix การเลือก ซื้อ หูฟังตัดเสียงรบกวน ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานยอดเยี่ยม และมีฟังก์ชันการใช้งานครบครันรอบด้าน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีแบบไร้ที่ติมากที่สุด
จากความสามารถของตัวอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบมา สำหรับรองรับการใช้งานในด้านนี้โดยตรง และการมาพร้อมฟังก์ชันหรือ คุณสมบัติอื่น ๆ ที่ช่วยให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
โดยที่ในด้านของการเลือกซื้อ ก็ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่มีความสำคัญในการใช้งาน เช่น ประเภทของหูฟัง, ขนาดและน้ำหนักของตัวหูฟัง และการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานจาก ขนาดความจุของแบตเตอรี่ ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน แล้วจึงให้ความสนใจไปในด้านของระดับราคารองลงมา
เพื่อให้เลือกซื้อรุ่น ที่ต้องการได้ดีและ คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งหากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือก ซื้อหูฟัง Noise Cancelling รุ่นไหนดี ในปี 2024 นี้ รุ่นที่คุณกำลังมองหาอยู่อาจจะเป็น 1 ใน 10 รุ่น ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณในบทความนี้ก็เป็นได้ครับ



