10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ในปี 2021

หูฟังตัดเสียงรบกวนหูฟังตัดเสียงรบกวน เป็นหนึ่งในประเภทของ หูฟังไร้สาย ที่มีความโดดเด่นสำคัญอยู่ในเรื่องของความสามารถในการฟังเพลงและรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วยคุณภาพเสียงที่จัดอยู่ในระดับสูงสุด และป้องกันผลที่อาจเกิดจากเสียงรบกวนด้านนอกได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้คน, เสียงรถยนต์, เสียงเครื่องจักร หรือแม้แต่เสียงรบกวนตามธรรมชาติอื่น ๆ ส่งผลให้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการอุปกรณ์ สำหรับเพิ่มอรรถรสและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการรับชมคอนเทนต์ให้มีคุณภาพและมีความสมจริงที่ดีมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในการฟังเพลง, เล่นเกม, รับชมวิดีโอบนแอปพลิเคชัน Youtube หรือติดตามซีรีย์ต่าง ๆ บนแอปพลิเคชัน Netflix การมองหา หูฟังตัดเสียงรบกวน เพื่อการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ก็นับเป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

และหากคุณเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่จัดอยู่ในกลุ่มของผู้ใช้งานที่เราได้กล่าวไป ก็แนะนำให้ลองหาซื้อรุ่นใหม่ซักหนึ่งรุ่นจากบทความ แนะนำ หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดีในปี 2020 ซึ่งเราได้เลือกรุ่นที่น่าซื้อมากที่สุด ในขณะนี้มาให้คุณได้ลองเลือกซื้อควบคู่ ไปกับการอธิบายรายละเอียดของสินค้าได้เลยครับ

10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ในปี 2021

  1. Sennheiser PXC 550
  2. Marshall MID Active Noise Cancelling
  3. Apple Airpods Pro
  4. Sony WH-1000XM4
  5. HUAWEI FreeBuds Pro
  6. JBL CLUB 950NC
  7. Samsung Galaxy Buds+
  8. realme Buds Air Pro
  9. Mi True Wireless Earphones 2 Basic
  10. OPPO Enco Free True Wireless Headphones
promo15month

1. Sennheiser PXC 550

หูฟังตัดเสียงรบกวน แบบไร้สายประสิทธิภาพสูงจากแบรนด์ Sennheiser ที่ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุด 30 ชั่วโมงโดยไม่ต้องชาร์จ

ยี่ห้อ / รุ่นSennheiser PXC 550
น้ำหนักของหูฟัง227 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด30 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

สำหรับรุ่นแรกเป็นหูฟังแบบ Headphone ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมระบบ NoiseGard Hybrid ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงรบกวนได้แบบยอดเยี่ยมในทุกสถานที่ ไม่เว้นแม้แต่ที่ที่มีเสียงดังมากเป็นพิเศษอย่างสวนสาธารณะหรือบริเวณห้างสรรพสินค้าด้วยเช่นกัน ส่วนในด้านของระยะเวลาการใช้ต่อเนื่องรุ่นนี้ทำได้ยาวนานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมง จากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ถูกติดตั้งมาบริเวณด้านในของตัวหูฟัง ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณเข้าสู่โลกส่วนตัวได้ดีมากที่สุด เราจะขอแนะนำให้ลองหาซื้อรุ่นนี้มาไว้ใช้งานได้เลยครับ

ข้อดี
ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ NoiseGard Hybrid
ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน 30 ชั่วโมง
ปรับแต่งเสียงได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Sennheiser Smart Control

ข้อเสีย
น้ำหนักตัวอุปกรณ์ 227 กรัม

2. Marshall MID Active Noise Cancelling

หูฟัง Marshall ตัดเสียงรบกวนประเภท Headphone แบบไร้สาย ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมสิ่งต่าง ๆ ให้ดีได้มากยิ่งขึ้น

ยี่ห้อ / รุ่นMarshall MID Active Noise Cancelling
น้ำหนักของหูฟัง
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด20 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน Bluetooth

Marshall MID Active Noise Cancelling เป็นหูฟัง Headphone แบบไร้สาย ที่ไม่มีดีแค่เพียงการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วยคุณภาพระดับสูงสุดเพียงเท่านั้น แต่ยังคงมีความโดดเด่นอยู่ในเรื่องของการสนทนาผ่านทางหูฟังที่คมชัด จากไมโครโฟน 4 ตัวรอบตัวหูฟังที่ใช้สำหรับทั้งการตัดเสียงรบกวน และเพิ่มความลื่นไหลและคมชัดในการสนทนาด้วยเช่นกัน ที่สำคัญเพื่อความง่ายดายในการสั่งใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ของตัวอุปกรณ์ เช่น การเล่น-หยุดเพลง, การลด-เพิ่มเสียง หรือแม้แต่การกดรับ-วางสาย รุ่นนี้ก็ทำได้ผ่านการใช้งานปุ่ม Multi-Directional Contral Knob เพียงปุ่มเดียวเท่านั้นครับ

ข้อดี
ปุ่ม Multi-Directional Contral Knob ที่ใช้สั่งการฟังก์ชันการควบคุมต่าง ๆ
ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน 20 ชั่วโมง
ไมโครโฟน 4 ตัวในระบบตัดเสียงรบกวนและเพิ่มความคมชัดในการสนทนา

ข้อเสีย
น้ำหนักค่อนข้างมากหากเทียบกับหูฟังแบบ In-Ear

3. Apple Airpods Pro

หูฟังรุ่นยอดนิยมจากแบรนด์ Apple ดีไซน์การออกแบบสุดทียสมัย สามารถสวมใส่ต่อเนื่องได้ยาวนานโดยไม่ปวดหู

ยี่ห้อ / รุ่นApple Airpods Pro
น้ำหนักของหูฟัง51 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด4.5 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

Apple Airpods Pro คือ หูฟังไร้สายแบบ In-Ear ประสิทธิภาพสูงสุดจากแบรนด์ Apple ที่คิดว่าไม่มีใครที่น่าจะไม่รู้จักกันอย่างแน่นอน จากความมีชื่อเสียงและความสามารถในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมของตัวอุปกรณ์ ซึ่งป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้แบบมีคุณภาพ ด้วยการใช้งานชิปประมวลผลเสียงแบบ Apple H1 ที่มีความโดดเด่นในการจัดการกับเสียงให้มีความหน่วงต่ำที่สุด และป้องกันการเกิดเสียงรบกวนในการใช้งานไปได้ในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นในด้านของดีไซน์การออกแบบก็นับว่ามีความหรูหราและดูมีราคา รวมไปถึงยังสวมใส่ต่อเนื่องได้ยาวนานโดยไม่เกิดอาการปวดหูอีกด้วยครับ

ข้อดี
ดีไซน์การออกแบบดูหรูหราและสวยงามทันสมัย
ชิปประมวลผลเสียงประสิทธิภาพสูง
สวมใส่ได้สบายโดยไม่ปวดหู

ข้อเสีย
อาจไม่สามารถใช้งานฟังก์ชันได้ทั้งหมดหากเป็นสมาร์ทโฟน Android

promo1010

4. Sony WH-1000XM4

หูฟัง Headphone Sony ขนาดใหญ่ที่มีดีไซน์การอออกแบบสุดคลาสสิก และรองรับการใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนทุกระบบปฏิบัติการ

ยี่ห้อ / รุ่นSony WH-1000XM4
น้ำหนักของหูฟัง
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด30 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

ต่อมาเป็นอีกหนึ่งหูฟังตัดเสียงรบกวนแบบ Headphone ขนาดใหญ่ ซึ่งถูกผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังระดับโลกอย่าง Sony โดยใช้งานดีไซน์การออกแบบตัวอุปกรณ์สุดคลาสสิก และใช้งานได้อย่างลงตัวทั้งกับสมาร์ทโฟนที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานตลอด 30 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องชาร์จเพิ่มเติมในระหว่างวัน และหากแบตเตอรี่หมดลงในระหว่างการใช้งาน ก็สามารถชาร์จเพิ่มได้ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 10 นาที แต่จะใช้งานต่อได้ยาวนานขึ้นอีก 5 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
การชาร์จแบบฉุกเฉิน 10 นาทีใช้งานได้ 5 ชั่วโมง
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง 30 ชั่วโมง
ปรับแต่งการใช้งานได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน Sony Headphone Connect

ข้อเสีย
ตัวอัปกรณ์มีขนาดค่อนข้างใหญ่

5. Huawei Freebuds Pro

หูฟังไร้สายรูปลักษณ์ตัวเครื่องสุดล้ำสมัยที่สั่งการฟังก์ชันพื้นฐานได้ง่ายดาย ผ่านการใช้งานรูปแบบการปัดและบีบตัวอุปกรณ์

ยี่ห้อ / รุ่นHuawei Freebuds Pro
น้ำหนักของหูฟัง72.2 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด30 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.2

Huawei Freebuds Pro นับเป็นอีกหนึ่งหูฟังเก็บเสียง ที่มีดีไซน์การออกแบบสุดล้ำสมัย และใช้งานได้สะดวกสบายด้วยการสัมผัสตัวหูฟังในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่การกดค้างที่หูฟังเพื่อใช้งาน ANC, การปัดขึ้น-ลงสำหรับการปรับระดับเสียง, การบีบหนึ่งครั้งเพื่อกดเล่น-หยุดเพลงและรับ-วางสาย, การบีบสองครั้งที่ใช้ในการเลื่อนไปยังเพลงถัดไป และการบีบ 3 ครั้งซึ่งใช้ในการเลื่อนกลับไปยังเพลงก่อนหน้า ดังนั้นหากคุณต้องการหูฟังที่มีรูปแบบการใช้งานแปลกใหม่ และมีคุณภาพเสียงที่จัดอยู่ในระดับดีเยี่ยม ก็ลองสั่งซื้อหูฟัง Huawei ตัวนี้มาลองใช้งานได้เลยครับ

ข้อดี
รูปแบบการสั่งใช้งานฟังก์ชันที่แปลกใหม่
เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน
มีระบบตรวจจับการสวมใส่

ข้อเสีย
ไม่มีปุ่มสั่งใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียง

6. JBL CLUB 950NC

หูฟัง JBL แบบ Headphone ขนาดใหญ่ที่ป้องกันเสียงรบกวนได้ดี และคุณภาพเสียงจัดอยู่ในระดับยอดเยี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นJBL CLUB 950NC
น้ำหนักของหูฟัง372 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด22 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

หากคุณต้องการหูฟังแบบ Headphone สำหรับช่วยให้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งในการรับคอนเทนต์, การฟังเพลง และการเล่นเกม JBL CLUB 950NC เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นของหูฟังตัดเสียงรบกวน ที่มีความเหมาะสมกับคุณเป็นอย่างมาก จากการแสดงผลเสียงคุณภาพสูงในระดับ Hi-Res และระบบป้องกันเสียงรบกวนจากรอบด้านอย่าง Over-Ear Wireless Noise Cancelling นอกจากนี้ในด้านของระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องสูงสุดก็ทำได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 22 ชั่วโมง เมื่อใช้ฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวนบนตัวหูฟังครับ

ข้อดี
คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res
เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง 22 ชั่วโมง

ข้อเสีย
ตัวอุปกรณ์มีน้ำหนักค่อนข้างมาก

7. Samsung Galaxy Buds+

หูฟัง Noise Cancelling แบบไร้สายจากแบรนด์ Samsung ที่ถูกออกแบบมาอย่างกะทัดรัดพกพาสะดวก และใช้พื้นที่จัดเก็บไม่มากนักในการเดินทาง

ยี่ห้อ / รุ่นSamsung Galaxy Buds+
น้ำหนักของหูฟัง52.6 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด22 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

Samsung Galaxy Buds+ เป็นหนึ่งในหูฟังแบบ In-Ear ที่มีดีไซน์การออกแบบสุดกะทัดรัด และพกพาได้ง่ายดายจากน้ำหนักโดยรวมไม่มากจนเกินไป มาพร้อมความสามารถในการสั่งใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ทำได้ง่ายเพียงการสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ตั้งแต่การกดหนึ่งครั้งบนตัวหูฟังเพื่อหยุด-เล่นเพลง, การแตะสองครั้งสำหรับการเล่นเพลงถัดไปหรือวางสาย, การแตะสามครั้งซึ่งใช้ในการย้อนกลับเพลง และการกดค้างสำหรับใช้งานฟังก์ชันที่คุณได้ตั้งค่าเอาไว้ อีกทั้งในด้านของการปรับระดับเสียงรบกวนจากภายนอก ก็ยังทำได้ดีแบบไร้ที่ติด้วยฟังก์ชัน Ambient Sound ที่เลือกปรับตามความต้องการได้หลากหลายด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
การใช้งานต่อเนื่อง 22 ชั้วโมงจากเคสชาร์จ
ปุ่มสั่งการที่ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
ดีไซน์ขนาดเล็กกะทัดรัด

ข้อเสีย
ไม่รองรับการใช้งานกับเวอร์ชันระบบปฏิบัติการบางรุ่น

8. Realme Buds Air Pro

หูฟังไร้สายแบบ In-Ear พร้อมฟังก์ชัน Noise Cancellation ที่ทำงานได้ดีจากไดร์เวอร์เสียงขนาด 10 มิลลิเมตร

ยี่ห้อ / รุ่นRealme Buds Air Pro
น้ำหนักของหูฟัง
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด25 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

Realme Buds Air Pro เป็นรุ่นที่ใช้งานชิปประมวลผลเสียง Realme S1 ควบคู่ไปกับการใช้งานไดร์เวอร์เสียงแบบเน้นเบสขนาด 10 มิลลิเมตร ซึ่งมีคุณสมบัติหลักอยู่ในเรื่องของการส่งออกเสียงที่มีความคมชัด และรักษาคุณภาพเสียงได้เช่นเดียวกับเสียงที่ออกมาจากคอนเทนต์ต้นทาง โดยที่ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานไปตลอดวันหรือประมาณ 25 ชั่วโมง ด้วยแบตเตอรี่ตัวเครื่องโดยรวมที่มีอยู่ 486mAh และใช้ระยะเวลาในการชาร์จเพียงแค่ 2 ชั่วโมง รวมไปถึงยังสวมใส่ได้สบายอย่างยาวนานจากน้ำหนักของตัวอุปกรณ์ ที่มีข้างละ 50 กรัมเพียงเท่านั้นครับ

ข้อดี
น้ำหนักเบาสวมใส่สบาย
ดีไซน์การออกแบบสุดกะทัดรัด
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 25 ชั่วโมง

ข้อเสีย
รูปลักษณ์ตัวเครื่องค่อนข้างเรียบง่าย

9. Mi True Wireless Earphone 2 Basic

หูฟัง True Wireless แบบตัดเสียงรบกวนที่สั่งการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายดายผ่านการใช้งานระบบสัมผัสบนตัวหูฟัง

ยี่ห้อ / รุ่นMi True Wireless Earphone 2 Basic
น้ำหนักของหูฟัง48 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด20 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

สำหรับรุ่นนี้เป็นหูฟังไร้สายแบบ True Wireless ที่มาพร้อมความสามารถในการตัดเสียงรบกวนจากรอบด้าน, การใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนาน 5 ชั่วโมงเมื่อนำออกจากเคสชาร์จ, และการสวมใส่ที่ทำได้ยาวนานโดยไม่ปวดหู จากรูปทรงการออกแบบเป็นหูฟังแบบ Earbuds ซึ่งเป็นประเภทของหูฟังที่สวมใส่ได้สบายมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความง่ายดายในการใช้งานตัวอุปกรณ์ รุ่นนี้ยังทำได้ดีและง่ายดายจากการใช้งานระบบสัมผัส ที่ถูกติดตั้งอยู่บริเวณตัวหูฟังอีกด้วยครับ

ข้อดี
การสั่งการฟังก์ชันผ่านระบบสัมผัส
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง
น้ำหนักโดยรวมเพียง 48 กรัม

ข้อเสีย
ดีไซน์การออกแบบมีความเรียบง่าย

10. Oppo Enco Free True Wireless

หูฟัง Oppo ไร้สายตัดเสียงรบกวนแบบ True Wireless ที่มีดีไซน์การออกแบบสุดหรูหรามีราคา และสวมใส่ได้ยาวนานโดยไม่ปวดหู

ยี่ห้อ / รุ่นOppo Enco Free True Wireless
น้ำหนักของหูฟัง48.2 กรัม
ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องยาวนานสูงสุด25 ชั่วโมง
ระบบปฏิบัติการที่รองรับการใช้งานAndroid และ iOS
เวอร์ชัน BluetoothBluetooth 5.0

สุดท้ายเป็นหูฟังรูปทรง Airpods ที่ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ได้อย่างยาวนานโดยไม่ปวดหู ด้วยน้ำหนักเบาสบายเพียง 4.6 กรัมต่อหนึ่งข้าง และการใช้วัสดุในการผลิตที่ดูไม่หนักมากจนเกินไป โดยที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดไปถึงสองวัน จากแบตเตอรี่เคสขนาดความจุ 410mAh และใช้งานต่อเนื่องต่อหนึ่งรอบการชาร์จได้มากถึง 5 ชั่วโมง จากแบตเตอรี่ของหูฟังที่มีอยู่ประมาณ 31mAh ที่สำคัญยังสั่งใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายด้วยการสไลด์ขึ้นลงและแตะที่ตัวอุปกรณ์ ซึ่งทำให้ไม่จำเป็นจะต้องมีปุ่มกดสำหรับสั่งการการใช้งานของตัวหูฟังเลยแม้แต่ปุ่มเดียวนั่นเองครับ

ข้อดี
การสั่งการผ่านระบบสัมผัส
น้ำหนักหูฟังแต่ละข้างเพียง 4.6 กรัม
การใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 25 ชั่วโมง

ข้อเสีย
ขนาดค่อนข้างใหญ่หากเทียบกับหูฟังประเภทเดียวกัน

เลือกซื้อ หูฟังตัดเสียงรบกวน อย่างไรดี

4 วิธีการ เลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน

1. เลือกจากประเภทของหูฟัง

โดยปกติแล้วหูฟังที่มาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องของการป้องกันเสียงรบกวน มักมาพร้อมดีไซน์การออกแบบทั้งหมด 2 ประเภท คือ

  • หูฟังไร้สายแบบ In-Ear ที่มีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของขนาดตัวอุปกรณ์สุดกะทัดรัด และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลานานโดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้าบริเวณใบหู แต่จะวัดประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนจากการออกแบบจุกหูฟัง และการทำงานของหน่วยประมวลผลเสียงต่าง ๆ ใน
  • ขณะที่หูฟังแบบ Headphone จะเป็นหูฟังไร้สายขนาดใหญ่ ที่ป้องกันการเกิดเสียงรบกวนได้แบบดีเยี่ยม จากการถูกออกแบบให้สวมใส่ครอบหูไปได้แบบสนิท ส่งผลให้ป้องกันเสียงรบกวนจากด้านนอกได้ดีมากกว่า แต่ด้วยน้ำหนักของตัวอุปกรณ์ที่มีอยู่ค่อนข้างมาก จะทำให้เมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็อาจเกิดอาการเมื่อยล้าได้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกซื้อตามประเภทของหูฟังให้เหมาะสมกับสไตล์การใช้งานของแต่ละคน ก็จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมีคุณภาพมากที่สุดตามไปด้วยนั่นเองครับ

2. ตรวจสอบขนาดและน้ำหนักของหูฟัง

เนื่องจาก หูฟัง เป็นอุปกรณ์เสริมแบบต่อพ่วง ที่จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บระหว่างการเดินทาง จึงทำให้การพิจารณาถึงขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสม ก็นับเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไปไม่ได้เพื่อให้ได้รุ่นที่คุ้มค่ามากที่สุดด้วยเช่นกัน

เพราะหาก คุณเลือกรุ่น ที่มีขนาดใหญ่ และ มีน้ำหนักมากจนเกินไป ก็อาจมีผลโดยตรงให้การพกพาหรือจัดเก็บลงในกระเป๋าทำได้ยากและลำบากมากยิ่งขึ้น โดยหากต้องการเน้นจุดเด่นในด้านของการพกพาเป็นหลัก ก็อาจเลือก ซื้อหูฟัง ที่มาพร้อมกับ เคสชาร์จ เพื่อทำให้การจัดเก็บทำได้ง่าย

และสามารถชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มเติมได้ต่อเนื่องในการใช้งานระหว่างวัน หรือหากต้องการเน้นไปในเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก ก็อาจเลือกเป็นหูฟังแบบครอบหูที่ป้องกันเสียงรบกวนได้ดี และมักใช้งานระบบเสียงที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าก็ได้ด้วยเช่นกันครับ

3. พิจารณาระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องของแบตเตอรี่

หูฟังตัดเสียงรบกวน ในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นหูฟังแบบไร้สาย ที่จำเป็นจะต้องชาร์จแบตเตอรี่เพื่อการใช้งานด้วยกันทั้งสิ้น เป็นผลให้การพิจารณาถึงความจุแบตเตอรี่ของตัวหูฟัง ก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันกับเรื่องอื่น ๆ อยู่ไม่น้อย

เพื่อให้หูฟังรุ่นนั้น ๆ รองรับการใช้งานต่อเนื่องไปได้ยาวนานตลอดวัน แต่ในบางครั้งการได้มาซึ่งแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ และระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนาน ก็อาจทำให้จำเป็นต้องแลกมาด้วยขนาดและน้ำหนักของตัวหูฟังที่มากยิ่งขึ้น

จนกระทั่งในบางครั้งก็อาจจำเป็นต้องใช้งานรุ่นที่มาพร้อมเคสชาร์จ สำหรับการสำรองแบตเตอรี่เพื่อให้ใช้งานได้ในหลาย ๆ รอบ ซึ่งคุณสามารถเลือกให้เหมาะสมตามความต้องการของคุณได้เลยครับ

4. ให้ความสำคัญฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เพื่อการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบทั้งการฟังเพลง, การดูวิดีโอบน Youtube และการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านทาง Netflix การเลือกซื้อหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีประสิทธิภาพการใช้งานยอดเยี่ยม และมีฟังก์ชันการใช้งานครบครันรอบด้าน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีแบบไร้ที่ติมากที่สุด

จากความสามารถของตัวอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมา สำหรับรองรับการใช้งานในด้านนี้โดยตรง และการมาพร้อมฟังก์ชันหรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ช่วยให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ โดยที่ในด้านของการเลือกซื้อก็ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่มีความสำคัญในการใช้งาน
เช่น ประเภทของหูฟัง, ขนาดและ น้ำหนักของตัว หูฟัง และการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานจากขนาดความจุของแบตเตอรี่ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน

แล้วจึงให้ความสนใจไปในด้านของระดับราคารองลงมา เพื่อให้เลือกซื้อรุ่น ที่ต้องการได้ดีและคุ้มค่ามาก ที่สุด ซึ่งหากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือก ซื้อ หูฟัง Noise Cancelling รุ่นไหนดี ในปี 2020 นี้ รุ่นที่คุณกำลังมองหาอยู่อาจจะเป็น 1 ใน 10 รุ่น ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณในบทความนี้ก็เป็นได้ครับ

บทสรุป

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบทั้งการฟังเพลง, การดูวิดีโอบน Youtube และ การรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านทาง Netflix การเลือก ซื้อ หูฟังตัดเสียงรบกวน ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานยอดเยี่ยม และมีฟังก์ชันการใช้งานครบครันรอบด้าน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีแบบไร้ที่ติมากที่สุด

จากความสามารถของตัวอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบมา สำหรับรองรับการใช้งานในด้านนี้โดยตรง และการมาพร้อมฟังก์ชันหรือ คุณสมบัติอื่น ๆ ที่ช่วยให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
โดยที่ในด้านของการเลือกซื้อ ก็ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่มีความสำคัญในการใช้งาน เช่น ประเภทของหูฟัง, ขนาดและน้ำหนักของตัวหูฟัง และการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานจาก ขนาดความจุของแบตเตอรี่ ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน แล้วจึงให้ความสนใจไปในด้านของระดับราคารองลงมา

เพื่อให้เลือกซื้อรุ่น ที่ต้องการได้ดีและ คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งหากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อหูฟัง Noise Cancelling รุ่นไหนดีในปี 2020 นี้ รุ่นที่คุณกำลังมองหาอยู่อาจจะเป็น 1 ใน 10 รุ่น ที่เราได้รวบรวมมาให้คุณในบทความนี้ก็เป็นได้ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง