10 หูฟังเกมมิ่ง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

เราก็จะต้องมีอุปกรณ์ ที่ดีไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ความแรงอินเตอร์เน็ต รวมไปถึง หูฟังเกมมิ่ง ที่ได้มาตรฐาน ให้เสียงที่คมชัดเหมือนจริง เมื่อคุณมี หูฟังเกมมิ่ง ก็หมดปัญหาเสียงลำโพงดังรบกวนคนอื่น หมดปัญหาลำโพงเสียงแตก ฟังแล้วไม่สบายหู ทำให้เกิดความหงุดหงิด ปัจจุบันหูฟังในตลาดมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อด้วยกัน เรามี หูฟังเกมมิ่ง แนะนํา ยอดนิยม ในปี 2026 นี้ มาดูกันเลยว่า เราจะต้องเลือกหูฟัง อย่างไร และ หูฟัง Gaming อะไรมาอัพเดทบ้างไปลองดูกัน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอิสระ การจัดอันดับมีไว้เพื่อความสะดวกในการอ่านเท่านั้น และ เว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนจากลิงก์แนะนำเล็กน้อย โดยไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า
10 หูฟัง gaming headset แนะนำ แห่งปี 2026
- SteelSeries Arctis Nova Elite
- Sony รุ่น WH-G910N
- Beyerdynamic รุ่น MMX 300 PRO generation 3
- Razer BlackShark V3 PRO
- Logitech G PRO X2
- HyperX Cloud Earbuds II Gaming Headphones
- Logitech G733 Lightspeed Wireless
- Onikuma Kumong
- FANTECH Gaming Headset รุ่น HG25
- EGA TYPE E4
Preview |
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
ยี่ห้อ/รุ่น | SteelSeries Arctis Nova Elite | Sony รุ่น WH-G910N | Beyerdynamic รุ่น MMX 300 PRO generation 3 | Razer BlackShark V3 PRO | Logitech G PRO X2 | HyperX Cloud Earbuds II Gaming Headphones | Logitech G733 Lightspeed Wireless | Onikuma Kumong | FANTECH Gaming Headset รุ่น HG25 | EGA TYPE E4 |
การใช้งานแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่คู่สลับได้ (30 ชม./ก้อน) | สูงสุด 30 ชั่วโมง | - | สูงสุด 30 ชั่วโมง | สูงสุด 50 ชั่วโมง | - | 20 ชั่วโมง | สูงสุด 25 ชั่วโมง | - | - |
ลิงค์สินค้า |

1. SteelSeries Arctis Nova Elite

★★★★★
หูฟังครอบหูจากแบรนด์ SteelSeries ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบรอบทิศทาง
| ยี่ห้อ/รุ่น | SteelSeries Arctis Nova Pro Wireless |
| ระบบเสียง | Hi-Res 96kHz/24bit, 40mm Carbon Drivers, Spatial Audio |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่คู่สลับได้ (30 ชม./ก้อน) + ชาร์จเร็ว 15 นาที = 4 ชม. |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Mac, Switch, iPhone, Android, Meta Quest, Tablet |
SteelSeries Arctis Nova Elite เป็น หูฟังเกมมิ่งไร้สาย ระดับพรีเมียม ที่ยกระดับประสบการณ์เสียงไปอีกขั้น ด้วยการเป็นหูฟัง Hi-Res Wireless รุ่นแรกของโลก ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์และผู้ที่ใส่ใจคุณภาพเสียง เสียงมีความคมชัด รายละเอียดสูง และมิติเสียงที่สมจริงจากไดรเวอร์ Carbon Speaker พร้อมรองรับการเชื่อมต่อทั้ง 2.4GHz และ Bluetooth ที่มีความหน่วงต่ำ ช่วยให้การเล่นเกม ดูหนัง หรือฟังเพลงเป็นไปอย่างลื่นไหล นอกจากนี้ ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation ยังช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้จดจ่อกับเกมหรือคอนเทนต์ได้เต็มที่
ในด้านการใช้งาน Arctis Nova Elite โดดเด่นด้วย GameHub ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันหลายเครื่อง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสลับใช้งานระหว่างแพลตฟอร์มต่าง ๆ แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดชาร์จ พร้อมไมโครโฟน AI ที่ให้เสียงสนทนาคมชัด เหมาะทั้งการเล่นเกมและการสื่อสาร ดีไซน์ของตัวหูฟัง เน้นความหรูหราและวัสดุคุณภาพสูง ทำให้ Arctis Nova Elite เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังเกมมิ่งระดับสูง ที่ผสานทั้งเทคโนโลยีเสียง การใช้งาน และงานออกแบบไว้ในรุ่นเดียว
ข้อดี
- ระบบตัดเสียง ANC ลดเสียงได้มากสุดในวงการเกมมิ่งถึง 42% เหมาะกับการเล่นเกมแบบจริงจัง
- ไดรเวอร์ Carbon Speaker เสียงใส รายละเอียดครบ รองรับ Spatial Audio หลายแพลตฟอร์ม
- แบตเตอรี่คู่ Hot-swappable ใช้งานต่อเนื่องได้แบบไม่ต้องหยุดชาร์จ
ข้อเสีย
- ✘
2. Sony รุ่น WH-G910N

★★★★★
หูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ให้การแยกทิศทางเสียงชัดเจน สวมใส่สบาย ใช้งานต่อเนื่อง และเชื่อมต่อได้หลากหลาย
| ยี่ห้อ/รุ่น | Sony รุ่น WH-G910N |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 30 ชั่วโมง |
| ระบบเสียง | Virtual 7.1 Surround / AI Noise Reduction Mic |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Switch, iPhone, Android, Meta Quest, Tablet |
Sony INZONE H9 เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงและไมโครโฟนที่มีความแม่นยำ มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางเสมือน 7.1 ซึ่งช่วยแยกทิศทางเสียงได้ชัดเจน ทั้งเสียงฝีเท้า ทิศทางการเคลื่อนไหว และบรรยากาศภายในเกม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้รายละเอียดเสียงรอบตัวได้ครบถ้วนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ในด้านการใช้งาน ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน การเชื่อมต่อไร้สายผ่านดองเกิล USB-C ให้ความหน่วงต่ำและมีความเสถียร พร้อมรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth กับอุปกรณ์หลากหลาย แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานช่วยลดความจำเป็นในการชาร์จบ่อย ทำให้ Sony INZONE H9 เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ให้สมดุลที่ดีระหว่างคุณภาพเสียง การสื่อสาร และความสะดวกในการใช้งาน
ข้อดี
- น้ำหนักเบาเพียง 260 กรัม สวมสบายยาวนานโดยไม่ล้า
- แบตเตอรี่ยาวนาน 30 ชั่วโมง สามารถเล่นไปชาร์จไปได้
- รองรับการเชื่อมต่อผ่านดองเกิลไร้สายและ Bluetooth ช่วยให้ใช้งานกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย
ข้อเสีย
- ✘
3. Beyerdynamic รุ่น MMX 300 PRO generation 3

★★★★☆
หูฟังเกมมิ่งไร้สาย ให้เสียงคมชัดมีมิติ แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 16 ชั่วโมง
| ยี่ห้อ/รุ่น | Beyerdynamic รุ่น MMX 300 PRO generation 3 |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | ไม่ใช้แบตเตอรี่ |
| ระบบเสียง | Stereo Hi-Res / ไดรเวอร์ Stellar.45 |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Switch, iPhone, Android, Meta Quest, Tablet |
Beyerdynamic MMX 300 PRO หูฟังเกมมิ่ง ระดับพรีเมียมที่ถอดแบบคุณภาพเสียงจากหูฟังสตูดิโอมืออาชีพมาสู่การเล่นเกมโดยตรง ด้วยไดรเวอร์ Stellar.45 รุ่นใหม่ที่ให้ความเที่ยงตรง ลดความเพี้ยนเหลือเพียง 0.05% ถ่ายทอดเสียงทั้งย่านต่ำ–กลาง–สูงได้แม่นยำ ทำให้ระบุตำแหน่งในเกมได้ดีเยี่ยม เสริมด้วยไมโครโฟนแคปซูล ขนาด 13 มม. ที่ให้เสียงสนทนาชัดเจนระดับสตูดิโอ เหมาะสำหรับสตรีมเมอร์ และผู้เล่นที่ต้องการคุณภาพระดับสูง
มาพร้อมวัสดุพรีเมียม นวมศีรษะแบบใหม่ที่ลดแรงกด และฟองน้ำหูแบบเวลัวร์นุ่มสบาย ใช้งานต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ล้า เชื่อมต่อแบบมีสาย 3.5 มม. ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ทั้ง PC, Console, Mobile และ Handheld ทำให้เป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งแบบมีสายที่คุ้มค่าที่สุดในระดับโปร
ข้อดี
- ตัวหูฟังใส่สบาย ไม่อึดอัด เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง
- ไมโครโฟนเก็บเสียงได้ดี ทำให้เพื่อนร่วมทีมได้ยินชัดเจน
- ได้ยินเสียงในเกมชัดเจน ช่วยให้รับรู้เสียงรอบตัวได้ดี ทำให้เล่นเกมได้มั่นใจมากขึ้น
ข้อเสีย
- ✘

4. Razer BlackShark V3 PRO

★★★★☆
หูฟังเกมมิ่งไร้สายที่เด่นด้านความหน่วงต่ำและการแยกเสียง รองรับการเชื่อมต่อหลากหลาย พร้อมมิติเสียงรอบทิศทาง
| ยี่ห้อ/รุ่น | Razer BlackShark V3 PRO |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 30 ชั่วโมง |
| ระบบเสียง | THX Spatial Audio 7.1.4 / Razer TriForce Bio-Cellulose 50mm |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Switch, iPhone, Android, Meta Quest, Tablet |
Razer BlackShark V3 Pro หูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ถูกออกแบบเพื่อเวทีอีสปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยี HyperSpeed Wireless Gen-2 ที่ให้ความหน่วงต่ำเพียง 10 ms พร้อมไมโครโฟน HyperClear Full Band 12 มม. ที่แยกเสียงพูดได้คมชัดที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ผสานระบบ Hybrid ANC ที่ช่วยตัดสิ่งรบกวนรอบข้างเพื่อให้คุณโฟกัสกับเกมได้สูงสุด นอกจากนี้ยังใช้ไดรเวอร์ TriForce Bio-Cellulose 50 มม. Gen-2 ทำให้เสียงคมใส แยกชั้นเสียงได้ดี
รองรับการเชื่อมต่อถึง 4 แบบ ทั้ง 2.4GHz, Bluetooth, USB-C และ 3.5 มม. ทำให้ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ เกมบน PC และมือถือยังทำงานร่วมกับระบบ THX Spatial Audio 7.1.4 เพื่อให้มิติเสียงรอบทิศทางสมจริง อีกทั้งยังมีโปรไฟล์เสียงแบบโปรให้เลือกในตัวหูฟัง การใช้งานยืดหยุ่น น้ำหนัก 367 กรัม ใส่ได้นานโดยไม่เมื่อย ถือเป็นหูฟังตัวท็อปที่ครบเครื่องสุดในสายไร้สายแข่งขัน
ข้อดี
- ระบบ Hybrid ANC ช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เพิ่มสมาธิระหว่างเล่นเกม
- รองรับการเชื่อมต่อ 4 โหมด ใช้งานได้ทั้งไร้สายและแบบมีสายครบทุกแพลตฟอร์
- ไดรเวอร์ TriForce Gen-2 ให้รายละเอียดเสียงยอดเยี่ยม เหมาะกับเกม FPS โดยเฉพาะ
ข้อเสีย
- ✘
5. Logitech G PRO X2

★★★★☆
หูฟังเกมมิ่งไร้สาย ที่เน้นความแม่นยำของเสียง
เชื่อมต่อได้หลากหลาย พร้อมคุณภาพเสียงที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย
| ยี่ห้อ/รุ่น | Logitech G PRO X2 |
| ระบบเสียง | DTS Headphone:X 2.0 / ไดรเวอร์ Graphene 50 มม. |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 50 ชั่วโมง |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Switch, iPhone, Android, Tablet |
Logitech G PRO X2 LIGHTSPEED รุ่นนี้คืออีกหนึ่ง หูฟังเกมมิ่งไร้สาย ที่ถูกออกแบบ ร่วมกับโปรเพลเยอร์ระดับโลก เพื่อการแข่งจริงโดยเฉพาะ มาพร้อมไดรเวอร์ Graphene 50 มม. ที่ให้รายละเอียดเสียงคมชัด ลดความผิดเพี้ยน ช่วยให้ได้ยินเสียงฝีเท้า–เสียงไกลแบบแม่นยำกว่าเดิม รองรับ DTS Headphone:X 2.0 (7.1 Surround) เพิ่มมิติเสียงให้ตรวจจับทิศทางในเกม FPS ได้ง่ายขึ้น ไมค์บูมแบบถอดได้ พร้อมเทคโนโลยี Blue VO!CE ทำให้เสียงพูดคมชัด ไร้เสียงลมและเสียงแตก
จุดเด่น อีกอย่างคือการเชื่อมต่อหลากหลาย ทั้ง LIGHTSPEED Wireless, Bluetooth และ 3.5 mm ใช้ได้ทุกอุปกรณ์ แบตเตอรี่ใช้งานได้ สูงสุด 50 ชั่วโมง และยังมีโครงสร้างอะลูมิเนียม+เหล็กที่แข็งแรงแต่ใส่สบาย พร้อมนวมเมมโมรี่โฟม ให้เลือกทั้ง 2 แบบ รุ่นนี้เหมาะกับผู้เล่น ที่ต้องการความแม่นยำ เสียงดี และต้องการอุปกรณ์ระดับแข่งขันจริง
ข้อดี
- แบตเตอรี่ใช้งานได้นานมากถึง 50 ชั่วโมง
- รองรับการเชื่อมต่อ 3 รูปแบบ ใช้งานได้กับอุปกรณ์ทุกแพลตฟอร์ม
- ไมค์บูม Blue VO!CE เสียงคุยคมชัดเหมาะทั้งเล่นเกมและทำงาน
ข้อเสีย
- ✘
6. HyperX Cloud Earbuds II Gaming Headphones

★★★★☆
หูฟังเอียร์บัดมีสายสำหรับการใช้งานบนอุปกรณ์พกพา พกพาง่าย ใส่สบาย และรองรับการใช้งานหลากหลาย
| ยี่ห้อ/รุ่น | HyperX Cloud Earbuds II Gaming Headphones |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | ไม่ใช้แบตเตอรี่ |
| ระบบเสียง | ไดรเวอร์ Dynamic 14.3 มม. / 20Hz–20kHz |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Switch, iPhone, Android, อุปกรณ์ที่มีช่อง 3.5 มม. |
HyperX Cloud Earbuds II เป็นหูฟังเอียร์บัดแบบมีสายที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนอุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูสตรีม หรือรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ตัวหูฟังใช้ไดรเวอร์ขนาด 14 มม. ที่ปรับจูนให้เหมาะกับระบบเสียงบนมือถือ ให้เสียงที่ชัดเจนและฟังสบาย จุกหูฟังมีมาให้ถึง 4 ขนาด ช่วยให้เลือกใส่ได้พอดีกับรูปหู เพิ่มความกระชับและความสบายระหว่างการใช้งานต่อเนื่อง
ในด้านการใช้งาน HyperX Cloud Earbuds II มาพร้อมหัวปลั๊ก 3.5 มม. แบบโลว์โปรไฟล์ที่งอได้ 90 องศา ช่วยลดการเกะกะขณะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ มีไมโครโฟนในตัวสำหรับการสนทนา และปุ่มควบคุมที่ใช้งานง่าย ตัวหูฟังสามารถใช้งานร่วมกับหลายแพลตฟอร์ม ทั้งพีซี เครื่องเล่นเกมพกพา และอุปกรณ์เคลื่อนที่ อีกทั้งยังมีเคสแข็งสำหรับพกพา ช่วยจัดเก็บได้สะดวก ทำให้รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาหูฟังเอียร์บัดมีสายที่ใช้งานหลากหลาย พกพาง่าย และให้คุณภาพเสียงที่เหมาะกับการใช้งานอีกด้วย
ข้อดี
- เสียงชัด ฟังสบายบนอุปกรณ์พกพา ปรับจูนเสียงมาให้เหมาะกับการใช้งานบนมือถือและอุปกรณ์พกพา
- ใส่กระชับ เลือกขนาดจุกได้ มีจุกหูฟังให้เลือกหลายขนาด ช่วยให้ใส่พอดีหูและใช้งานได้สบายมากขึ้น
- ใช้งานสะดวก พกพาง่าย
ข้อเสีย
- ✘
7. Logitech G733 Lightspeed Wireless

★★★★★
หูฟัง Logitech สำหรับการเล่นเกม ที่มาพร้อมรูปลักษณ์สุดโดดเด่นและดูมีสไตล์
| ยี่ห้อ/รุ่น | Logitech G733 Lightspeed Wireless |
| ระบบเสียง | DTS Headphone:X 2.0 |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | 20 ชั่วโมง |
| ใช้กับเครื่อง | Play Station และ Nintendo Switch |
Logitech G733 Lightspeed Wireless นับเป็นอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นหูฟังเกมมิ่งอย่างแท้จริง ในเรื่องของรูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบ ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยระบบไฟ RGB ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับการติดตั้งในอุปกรณ์สายเกมมิ่งปัจจุบัน
สำหรับตัวเลือกของสินค้าทางแบรนด์ จะมีออกมาให้เราเลือกได้ทั้งหมด 4 สี ส่งผลให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของแต่ละคนได้แตกต่างกันออกไปอย่างลงตัว ส่วนในเรื่องของการทำงานนั้น ตัวหูฟังจะมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกมของคุณได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานไดรเวอร์เสียงคุณภาพสูง หรือแม้แต่การติดตั้งระบบตัดเสียงรบกวน จากไมค์ที่มีประสิทธิภาพมาให้ในตัวสินค้า
ข้อดี
- รูปแบบสีที่มีให้เลือกซื้อได้หลากหลาย
- การตกแต่งที่สวยงามด้วยระบบไฟ RGB
- การเชื่อมต่อใช้งานแบบไร้สาย
ข้อเสีย
- ✘
8. Onikuma Kumong

★★★★☆
หูฟังไร้สาย Sony ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานกับเครื่อง Play Station 5 โดยเฉพาะ
| ยี่ห้อ/รุ่น | Sony PS5 PULSE 3D |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 25 ชั่วโมง (สูงสุด 60 ชม. เมื่อปิดไฟ) |
| ใช้กับเครื่อง | PC, PS4/PS5, Xbox, Switch, iPhone, Android |
Onikuma Kumong เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สาย ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ยืดหยุ่น รองรับการเชื่อมต่อถึง 3 โหมด ทั้ง Bluetooth, 2.4G และ AUX 3.5 มม. ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น PC, PS5, มือถือ หรือเครื่องเล่นเกมพกพา จุดเด่นอยู่ที่ไดรเวอร์ Dual Neodymium ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยถ่ายทอดเสียงได้ทรงพลัง มีมิติ เหมาะกับทั้งการเล่นเกม ดูคอนเทนต์ และฟังเพลง พร้อมไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนที่ช่วยให้การสื่อสารในทีมชัดเจนยิ่งขึ้น
ในด้านความสบาย Onikuma Kumong ใช้วัสดุถ้วยครอบหูที่เป็นมิตรกับผิวและระบายอากาศได้ดี ใส่ต่อเนื่องแล้วไม่อับชื้น แถบคาดศีรษะนุ่มและปรับระดับได้ ช่วยลดแรงกดขณะใช้งานยาวนาน ปุ่มควบคุมต่าง ๆ ถูกจัดวางไว้บนตัวหูฟัง ทำให้ใช้งานได้สะดวกโดยไม่ต้องหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาควบคุมบ่อย แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ใช้งานง่าย ครบฟังก์ชัน
ข้อดี
- ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 50 มม. ให้เสียงพลังจัด เต็มอารมณ์เกม
- แบตเตอรี่ใช้งานนานสูงสุด 25–60 ชั่วโมง
- ใส่สบาย ใช้งานต่อเนื่องได้
ข้อเสีย
- ✘
9. FANTECH Gaming Headset รุ่น HG25

★★★★☆
จับทิศเสียงแม่น เสียงชัด ไมค์ดี เหมาะสำหรับเกมเมอร์สาย FPS / MOBA
| ยี่ห้อ/รุ่น | Razer Hammerhead V2 Pro In-Ear |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | – |
| ระบบเสียง | Virtual 7.1 Surround / Driver 50 มม. |
| ใช้กับเครื่อง | PC |
FANTECH HG25 ORBIT หูฟังเกมมิ่ง แบบมีสายที่ให้ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 ช่วยแยกทิศเสียงได้แม่นยำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมแนว FPS, RTS, MOBA และ MMORPG ที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำในการได้ยินเสียงฝีเท้าและเอฟเฟกต์ต่าง ๆ เสริมความได้เปรียบในเกมทุกสถานการณ์ ตัวครอบหูถูกออกแบบให้สวมใส่สบาย กระชับ ไม่กดหู ทำให้ใส่เล่นต่อเนื่องนาน ๆ ได้โดยไม่ล้า
ไมโครโฟนของ HG25 เป็นแบบ Omni-directional ตัดเสียงรบกวนได้ดี ให้เสียงพูดชัดเจนไม่อู้ ช่วยเพิ่มคุณภาพการสื่อสารระหว่างทีมได้อย่างลื่นไหล อีกทั้งยังมาพร้อมไฟ RGB รอบตัวหูฟัง เพิ่มลุคเกมมิ่งแบบจัดเต็ม เหมาะกับผู้ที่ต้องการหูฟังเกมมิ่งคุ้มค่าในงบประหยัด แต่ได้คุณภาพครบทั้งเสียง เกม และไมค์
ข้อดี
- แยกทิศทางเสียงได้ชัดเจน ระบบเสียงรอบทิศทางช่วยให้ได้ยินเอฟเฟกต์ในเกมได้แม่นยำมากขึ้น
- สวมใส่สบาย เล่นได้นาน
- ไมโครโฟนเก็บเสียงได้ดี ช่วยให้คุยกับทีมได้ชัดเจน พร้อมไฟ RGB
ข้อเสีย
- ✘
10. EGA TYPE E4

★★★★☆
หูฟังขนาดเล็กที่ให้เสียงครบและใช้งานคล่องตัว รองรับหลายแพลตฟอร์ม พร้อมไมค์ถอดปรับได้
| ยี่ห้อ/รุ่น | EGA TYPE E4 |
| การใช้งานแบตเตอรี่ | ไม่ใช้แบตเตอรี่ |
| ระบบเสียง | Stereo Driver 10 มม. / ไมค์คู่ |
| ใช้กับเครื่อง | Mobile / PC / PS4 / PS5 / Xbox One |
EGA TYPE E4 หูฟังอินเอียร์ ที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ ที่ต้องการความคล่องตัว พกพาสะดวก แต่ยังได้เสียงคมชัดครบทุกย่าน ไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ให้เสียงทรงพลัง พร้อมไมโครโฟนแบบ Omnidirectional ที่รับเสียงรอบด้าน และยังมีก้านไมค์ถอด–หมุนปรับได้ 360°
เพื่อการสื่อสารในเกมที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เหมาะกับการเล่นเกม FPS, MOBA หรือใช้ในแชทเสียงทั่วไปได้ดี ตัวหูฟังรองรับ การใช้งานทั้ง Mobile / PC / PS4 / PS5 / Xbox One ผ่านแจ็ค 3.5 มม. พร้อมหัวแปลงสายแยก 1 ออก 2 ให้ใช้กับคอมได้ ทันที น้ำหนักเบา ไม่เกะกะ มีปุ่มควบคุมเพลงและโทรศัพท์ ใช้งานง่าย รวมถึงจุกยางหลายไซซ์ที่ช่วยให้ใส่กระชับยิ่งขึ้น
ข้อดี
- ไดรเวอร์ 10 มม. ให้เสียงชัดเจน รายละเอียดครบ เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลงได้ดี
- อุปกรณ์ครบ มีหัวแปลง 1 ออก 2 จุกยางหลายไซซ์ ใช้งานได้ทุกแพลตฟอร์ม
- น้ำหนักเบา สวมใส่กระชับ
ข้อเสีย
- ✘
หูฟังเกมมิ่ง มีกี่แบบ
หูฟังเกมมิ่งจริงๆแล้วสามารถแบ่งย่อยได้เยอะมาก แต่เราจะอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ โดยการแบ่งหูฟังเกมมิ่งออกเป็น 2 แบบ
หูฟังแบบFull Size หรือ Headphone
หูฟังแบบนี้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคอเกม เนื่องจากตัวชุดหูฟัง และลำโพงจะมีขนาดที่ใหญ่ มีก้านไว้สำหรับรองรับการคาดของบนศีรษะ ดอกลำโพงจะแนบไปกันใบหูของผู้ใช้เมื่อเวลาใช้งานจะเกิดความสะดวก และมีฟองน้ำรองรับใบหู เพราะเมื่อใช้ไปนานๆจะไม่เกิดอาการเจ็บหู
ข้อดี
- มีกำลังเสียงดี สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งระบบ หูฟัง 5.1 5.1 และ หูฟัง 7.1
- การใช้โมโครโฟนสำหรับหูฟังแบบ Headphone นั้น ทำได้ดีเนื่องจากระดับไมโครโฟนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เสียงไม่แกว่ง
ข้อเสีย
- หูฟังแบบ Headphone มีขนาดใหญ่น้ำหนักมาก
- เมื่อใช้ในระยะเวลานานอาจทำให้เกิดอาการเมื่อยบริเวณคอ
มีขนาดใหญ่ - ไม่สะดวกต่อการพกพาไปข้างนอก
หูฟังแบบ Headphone ส่วนใหญ่จะมีราคาสูง
หูฟังแบบ In Ear
เป็นชุดหูฟังแบบเล็ก ๆ อุดเข้าไปยังรูหู ตัวลำโพงมีขนาดเล็ก การให้เสียงนั้นค่อนข้างที่จะแน่น
ข้อดี
- หูฟังแบบ In Ear มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก เมื่อใช้นานๆไม่ทำให้เกิดอาการเมื่อย
ข้อเสีย
- หูฟัง In Ear ลำโพงจะอยู่บริเวณปลายสายซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เสียงลำโพงจึงไม่ชัดเจน เสียงแกว่ง
- หูฟัง In Ear ใช้งานได้เฉพาะระบบเสียงแบบ 2.1 เท่านั้น หากต้องการพลังเสียงที่ดีต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม
วิธีการเลือกซื้อ หูฟังเกมมิ่ง
- เลือกหูฟังที่สามารถรองรับเครื่องเกมหลายๆแบบ
หูฟังเกมมิ่งออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมอยู่หลักๆ 2 แบบ คือเล่นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และเล่นบนสมาร์ทโฟนหรือเล่นที่เกมคอนโซล เมื่อคุณไปซื้อหูฟังจะต้องสังเกตจากแจ็คตัวเสียบ แจ็คสำหรับคอมพิวเตอร์จะเป็นแบบ3.5 มม.แยก2หัว (สำหรับหูฟังและไมโครโฟน) และแจ็คสำหรับเกมคอนโซลจะเป็นแบบหัวเดียว แต่บางยี่ห้อก็จะมีอุปกรณ์แยกสำหรับใช้เสียบเพื่อเล่นเกมคอนโซลมาให้ หรือบางรุ่นอาจใช้กับคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ก็ต้องดูให้ละเอียด - เลือกหูฟังที่ใส่สบาย
หูฟังเกมมิ่งส่วนมากจะมีขนาดใหญ่ เมื่อใช้ไปนานๆจะเกิดอาการเมื่อยคอ ดังนั้นเมื่อคุณเลือกหูฟังเกมมิ่งควรเลือกหูฟังที่ใส่สบายไม่กดทับหู มีฟองน้ำนุ่ม มีการระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น มีน้ำหนักเบา หากลองสวมใส่ได้ให้ลองสวมก่อนว่าเหมาะสมกับขนาดศีรษะของเราหรือไม่บีบหัวหรือไม่ เพราะคุณคงต้องใช้เวลาในการเล่นเกมไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงแน่นอน - คุณภาพของไมโครโฟน
หูฟังที่มีไมโครโฟนที่ดีจะเป็นหูฟังแบบ Headphone เนื่องจากไมโครโฟนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หูฟังเกมมิ่งจะต้องมีคุณภาพไมโครโฟนที่ดีเนื่องจากเราจะต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น ไมโครโฟนจะต้องสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดี เสียงพูดชัดเจน เสียงไม่แตก ไมโครโฟนไม่ดีชีวิตเปลี่ยนเลยนะเพราะฉะนั้นข้อนี้พลาดไม่ได้ - การออกแบบ
หูฟังเกมมิ่งมีหลายยี่ห้อหลายแบบ การออกแบบนั้นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของคุณเลย ว่าจะชอบแบบสีพื้นๆอย่างสีดำสีขาว หรือชอบแบบสีสันฉูดฉาดอย่างสีเขียว สีแดง สีส้ม หรือสายหวานอย่างสีชมพู ชอบแบบมีไฟLED ไหม อันนี้อยู่ที่ความต้องการของแต่ละคน - รายละเอียดอื่นๆ
เช่น ความยาวสาย หูฟังเกมมิ่งส่วนใหญ่จะออกแบบให้สวยยาวเพื่อความสะดวกในการใช้งาน open-back และ closed-back เป็นการตัดเสียงรบกวนจากภายนอก - เลือกหูฟังที่มีคุณภาพเสียงที่ดี
คุณภาพเสียงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับหูฟัง โดยเฉพาะหูฟังในการเล่นเกมนั้นจะต่างจากหูฟังแบบอื่นเนื่องจากหูฟังเล่นเกมนั้นจะต้องสามารถแยกเสียงได้อย่างชัดเจน สามารถเก็บเสียงเล็กๆน้อยเช่น เสียงเดิน เสียงหายใจ โดยเฉพาะในการเล่นเกมในรูปแบบต่อสู้เสียงเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการแพ้ชนะของเกมได้เลย ซึ่งเราสามารถแยกเสียงของหูฟังเกมมิ่งออกเป็น 4 แบบดังนี้
- ตำแหน่ง และ ทิศทาง เป็นส่วนสำคัญสำหรับเกม CSGO หรือ PUBG เกมที่ต้องมีการต่อสู้ การวางแผน ตำแหน่งทิศทางมีผลต่อการแพ้ชนะของเกมอย่างมาก
- Sound Effect ช่วยให้เกมมีความสนุกสนาน สมจริง กระตุ้นอารมณ์ความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงปืน เสียงระเบิดต่างๆ
- บรรยากาศ หรือ Ambient บรรยากาศช่วยให้เราสามารถเล่นเกมอย่างมีความสุข และเข้าถึงการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเกมที่มีเสียงเล็กๆน้อยอย่างเสียง ลม เสียงน้ำ เสียงนก เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี
- เสียงพูด เสียงที่ชัดก็มาจากไมโครโฟนที่ชัด ดังนั้นจะต้องเลือกหูฟังที่มีคุณภาพไมโครโฟนที่ดีการสื่อสารจะได้มีความชัดเจน
บทสรุป
หูฟังเกมมิ่ง นั้นมีหลายแบบ หลายราคา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้เป็นหลัก ว่าต้องการความสามารถมากขนาดไหน ต้องการการใช้งานที่หลากหลายหรือต้องการใช้เล่นเกมอย่างเดียว บทความนี้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อ หูฟังเกมมิ่ง ที่มีคุณภาพเพื่อคุณจะได้มีหูฟังเกมมิ่งคู่ใจไว้ต่อสู้กับคนอื่นได้อย่างสนุกสนาน



