แนะนำ 10 เครื่องขยายเสียง ยี่ห้อไหนดี ในปี 2022

เครื่องขยายเสียง-ยี่ห้อไหนดีเครื่องขยายเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับปรับแต่งการส่งออกเสียงของลำโพง ซึ่งจะทำให้ตัวเครื่องรองรับการแสดงผลเสียงรูปแบบต่าง ๆ ได้หลากหลายและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตัวลำโพงไปด้วยในเวลาเดียวกัน ส่วนในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่ปรับแต่งได้ในการแสดงผลเสียงนั้น ก็จะมีอยู่ตั้งแต่ระดับความดัง, ระดับเสียงเบส, ระดับเสียงสูง-ต่ำ และค่าความมาตรฐานของเสียง เป็นต้น และจากการที่รองรับการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายนั้น จึงส่งผลให้ตัวอุปกรณ์เป็นสิ่งที่มีความเป็นอย่างมาก สำหรับการใช้งานของกลุ่มคนในหลากหลายสาขาอาชีพ

โดยเฉพาะงานที่มีความเกี่ยวข้องกับเสียงและดนตรี ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการจัดการกับเรื่องเสียงอยู่ตลอดเวลา โดยจากการที่อุปกรณ์ประเภทนี้เป็นสินค้าเฉพาะทาง ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานของเฉพาะกลุ่มคน จึงทำให้ในการเลือกซื้อรุ่นที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมมากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ค่อนข้างลำบากมากกว่าสินค้าประเภทอื่น ๆ อยู่พอสมควร ดังนั้น เพื่อช่วยให้การเลือกซื้อรุ่นที่มีความเหมาะสมของคุณ สามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในวันนี้เราจึงได้รวบรวม 10 รุ่นน่าสนใจของ เครื่องกระจายเสียง ในปี 2022 ที่ตอบโจทย์การใช้งานรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพ มาให้คุณลองเลือกซื้อไปพร้อมกันกับเราในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางเราเชื่อว่าจากทั้งหมดในวันนี้จะต้องมีอย่างน้อยซักหนึ่งรุ่น ที่รองรับการใช้งานของคุณได้เป็นอย่างดีแน่นอนครับ

10 อันดับ เครื่องขยายเสียง ยี่ห้อไหนดี ในปี 2022

  1. เครื่องขยายเสียง TAFN COMBO 7000
  2. TAFN MEGA 9002 PRO
  3. Sherman APM-009
  4. Sherman AV-500
  5. เครื่องขยายเสียง SONAR AV-757
  6. XTUGA EX7
  7. Sway BT-309A
  8. เครื่องขยายเสียง Sonar AV-60
  9. Neoteck AK-380
  10. Worldtech WT-AMP4442HIGH

1. TAFN COMBO 7000

เครื่องขยายเสียง ประสิทธิภาพสูงจากแบรนด์ TAFN ที่ปรับแต่งรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายและมีคุณภาพ

ยี่ห้อ / รุ่นTAFN COMBO 7000
ขนาดสินค้า487 x 427 x 88 มิลลิเมตร
น้ำหนัก11.3 กิโลกรัม
กำลังขับรวม2,400 วัตต์
ช่วงความถี่
Signal to Noise Ratioมากกว่า 105 เดซิเบล

รุ่นแรกเป็นเครื่องกระจายเสียงจากแบรนด์ TAFN ที่ตอบโจทย์การใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น จากความสามารถในการปรับแต่งรายละเอียดด้านเสียงในส่วนต่าง ๆ ที่สามารถทำได้อย่างหลากหลาย และรูปแบบของพอร์ตเชื่อมต่อที่รองรับการใช้งานเป็นจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนในเรื่องของกำลังในการขับไฟนั้น รุ่นนี้จะให้มาที่ระดับ 2,400 วัตต์ ซึ่งจะทำให้รองรับการเชื่อมต่อลำโพงเสริมจำนวนมากได้ในขณะเดียวกัน ดังนั้นจึงทำให้เหมาะกับการใช้งานในสถานที่กว้างอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
กำลังในการขับไฟค่อนข้างสูง
รองรับการเชื่อมต่อส่งออกอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
ประสิทธิภาพการทำงานจัดอยู่ในระดับสูง

ข้อควรพิจารณา
ขนาดตัวอุปกรณ์ค่อนข้างใหญ่

2. TAFN MEGA 9002 PRO

แอมป์ขยายเสียงคุณภาพการทำงานระดับยอดเยี่ยม ที่ทำงานได้เป็นอย่างดีในทุกสถานการณ์การเปิดใช้งาน

ยี่ห้อ / รุ่นTAFN MEGA 9002 PRO
ขนาดสินค้า480 x 385 x 66 มิลลิเมตร
น้ำหนัก13 กิโลกรัม
กำลังขับรวม6,000 วัตต์
ช่วงความถี่20 Hz ถึง 20,000 Hz
Signal to Noise Ratioมากกว่า 105 เดซิเบล

TAFN MEGA 9002 PRO เป็นอีกหนึ่งรุ่นประสิทธิภาพสูง ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานที่โล่งแจ้ง หรือปรับแต่งเสียงในสถานที่ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษโดยเฉพาะ จากกำลังขับไฟฟ้ารวมของตัวอุปกรณ์ ที่ให้มาทั้งหมดถึง 6,000 วัตต์ และช่วงความถี่ในการส่งออกเสียง ที่รองรับได้อย่างเพียงพอในทุกย่านความถี่ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยฟังก์ชันการใช้งานในส่วนอื่น ๆ ที่ถูกใส่มาให้ ก็ยังช่วยให้รุ่นนี้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานเป็นอย่างมากด้วยครับ

ข้อดี
ประสิทธิภาพการทำงานจัดอยู่ในระดับสูง
กำลังขับไฟฟ้ารวมค่อนข้างสูง
มาตรฐานความปลอดภัยจัดอยู่ในระดับดีเยี่ยม

ข้อควรพิจารณา
ขนาดและน้ำหนักค่อนข้างมาก

3. Sherman APM-009

เครื่องปรับแต่งและขยายเสียงดีไซน์การออกแบบสุดทันสมัย ที่จัดวางได้อย่างง่ายดายโดยไม่กินพื้นที่ใช้สอย

ยี่ห้อ / รุ่นSherman APM-009
ขนาดสินค้า320 x 320 x 140 มิลลิเมตร
น้ำหนัก6.5 กิโลกรัม
กำลังขับรวม300 วัตต์
ช่วงความถี่
Signal to Noise Ratio

Sherman APM-009 นับเป็นหนึ่งในเครื่องกระจายและปรับแต่งเสียง ที่ถูกออกแบบมาพร้อมดีไซน์สุดสวยงามทันสมัย และสามารถปรับแต่งรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ได้มากมาย ผ่านการใช้งานส่วนปรับแต่งต่าง ๆ ที่ถูกติดตั้งมาให้ภายในตัวอุปกรณ์ โดยที่ในด้านของการใช้งานนั้นตัวอุปกรณ์จะรองรับการเชื่อมต่อกับไมโครโฟนได้มากถึง 8 อันในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงยังเปิดใช้งานได้ทันทีแบบไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อลำโพงตัวอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วยครับ

ข้อดี
ปรับแต่งรายละเอียดด้านเสียงได้อย่างหลากหลาย
รองรับการเชื่อมต่อไมโครโฟนได้พร้อมกันถึง 8 ตัว
ขนาดเล็กกะทัดรัดไม่กินพื้นที่การจัดวาง

ข้อควรพิจารณา
กำลังขับค่อนข้างต่ำ

4. Sherman AV-500

เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กฟังก์ชันการใช้งานระดับพื้นฐาน ที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างเพียงพอ

ยี่ห้อ / รุ่นSherman AV-500
ขนาดสินค้า430 x 320 x 150 มิลลิเมตร
น้ำหนัก10 กิโลกรัม
กำลังขับรวม160 วัตต์
ช่วงความถี่20 Hz ถึง 20,000 Hz
Signal to Noise Ratioมากกว่า 80 เดซิเบล

รุ่นนี้จัดเป็นรุ่นระดับพื้นฐานที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปภายในบ้านได้ดีเป็นอย่างมาก ด้วยขนาดตัวเครื่องที่มีความเล็กกะทัดรัดและไม่กินพื้นที่ในการจัดวางมากจนเกินไป ไปจนถึงฟังก์ชันการใช้งานในส่วนต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานได้เพียงพอในระดับพื้นฐาน อีกทั้งในส่วนของการเชื่อมต่อเข้ากันกับอุปกรณ์ประเภทอื่น ๆ ก็ยังทำได้ง่ายดายทั้งในรูปแบบของการเชื่อมต่อสาย USB และ AUX ไปจนถึงกระทั่งการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทางระบบ Bluetooth ด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้ทั้งรูปแบบใช้สายและไร้สาย
ไม่กินพื้นที่ในการจัดวางมากเท่าไหร่นัก
สเปกโดยรวมจัดอยู่ในระดับพื้นฐาน

ข้อควรพิจารณา
ปรับแต่งรายละเอียดเสียงต่าง ๆ ได้ไม่หลากหลายมากนัก

5. SONAR AV-757

ชุดแอมป์กระจายเสียงจากแบรนด์ SONAR ที่สามารถส่งออกเสียงได้อย่างคมชัด และทั่วถึงในทุกสถานการณ์ใช้งาน

ยี่ห้อ / รุ่นSONAR AV-757
ขนาดสินค้า335 x 255 x 125 มิลลิเมตร
น้ำหนัก2.2 กิโลกรัม
กำลังขับรวม80 วัตต์
ช่วงความถี่30 Hz ถึง 20,000 Hz
Signal to Noise Ratio

หากคุณกำลังมองหาชุดเครื่องเสียง ที่สามารถใช้งานได้อย่างครบจบในอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชื้น รุ่นนี้น่าจะจัดเป็นหนึ่งในรุ่นที่คุณควรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จากการทำงานของเครื่องปรับแต่งเสียงขนาด 80 วัตต์ ที่สามารถส่งออกกระแสไฟได้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์ และลำโพงต่อขยายเสียงขนาด 8 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมขนาดกำลังดีและไม่กินพื้นที่ในการจัดวางมากจนเกินไป ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับการใช้งานทั้งกล้างแจ้งและภายในร่มอีกด้วยครับ

ข้อดี
ใช้งานครบจบในชุดเดียว
น้ำหนักของเครื่องขยายเสียงไม่สูงมากนัก
มาพร้อมพัดลมสำหรับระบายอากาศ

ข้อควรพิจารณา
ใช้พื้นที่ในการรจัดวางพอสมควร

6. XTUGA EX7

อุปกรณ์สำหรับการขยายเสียงที่ปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ผ่านการใช้งานเครื่องสมาร์ทโฟนขนาดพกพา

ยี่ห้อ / รุ่นXTUGA EX7
ขนาดสินค้า
น้ำหนัก
กำลังขับรวม
ช่วงความถี่
Signal to Noise Ratio

XTUGA EX7 เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นระดับพื้นฐาน ที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปภายในบบ้านเป็นอย่างมาก จากจำนวนช่องเชื่อมต่อที่ให้มาเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป และรูปแบบของการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แสดงผลอื่น ๆ ที่ทำได้อย่างหลากหลายทั้งในรูปแบบของการใช้งานสายและไร้สาย นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น ตัวอุปกรณ์จึงยังถูกออกแบบให้รองรับการสั่งเปลี่ยนเพลงต่าง ๆ ได้ผ่านทางแอปพลิเคชันด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย
สั่งการเบื้องต้นได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน
เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปภายในบ้าน

ข้อควรพิจารณา
ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานเฉพาะทางมากนัก

7. Sway BT-309A

เครื่องขยายเสียงรุ่นขนาดเล็กกะทัดรัดฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ที่ควบคุมการทำงานในเบื่องต้นได้ ผ่านการใช้งานรีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก

ยี่ห้อ / รุ่นSway BT-309A
ขนาดสินค้า200 x 205 x 55 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
กำลังขับรวม800 วัตต์
ช่วงความถี่10 Hz ถึง 20,000 Hz
Signal to Noise Ratioมากกว่า 88 เดซิเบล

อุปกรณ์สำหรับขยายเสียงรุ่นสุดเล็กกะทัดรัดจากแบรนด์ Sway ที่มาพร้อมปุ่มปรับแต่งระบบเสียงระดับมาตรฐาน และสเปกโดยรวมที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันของแต่ละบ้าน ส่วนในเรื่องของการควบคุมและสั่งการสิ่งต่าง ๆ ของเครื่องรุ่นนี้ในระดับพื้นฐาน ก็ยังสามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ผ่านการใช้งานรีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก ที่ถูกแถมมาให้ควบคู่กันกับตัวเครื่องด้วยนั่นเองครับ

ข้อดี
ใช้พื้นที่ในการจัดวางตัวเครื่องไม่มากนัก
รีโมทคอนโทรลขนาดเล็กสำหรับใช้ในการควบคุมขั้นพื้นฐาน
สเปกโดยรวมจัดอยู่ในระดับพื้นฐาน

ข้อควรพิจารณา
ไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่โล่งแจ้ง

8. Sonar AV-60

แอมป์ขยายเสียงขนาด 80 วัตต์จากแบรนด์ Sonar ที่ปรับแต่งรายละเอียดด้านเสียงต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายและมีคุณภาพ

ยี่ห้อ / รุ่นSonar AV-60
ขนาดสินค้า280 x 320 x 80 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
กำลังขับรวม80 วัตต์
ช่วงความถี่
Signal to Noise Ratioมากกว่า 80 เดซิเบล

ถัดมาเป็นแอมป์ขยายเสียงขนาด 80 วัตต์ ที่มาพร้อมความสามารถในการปรับแต่งเสียงรูปแบบต่าง ๆ และสเปกการใช้งานระดับพื้นฐาน ที่เหมาะสำหรับการใช้งานพื้นฐานภายในบ้านเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยม ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการใช้งานทั่วไปของหลาย ๆ บ้าน ยิ่งไปกว่านั้นด้วยขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่มากจนเกินไป จึงทำให้การจัดวางทำได้อย่างไม่กินพื้นที่ และเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ใช่สอยไม่มากนักอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระจายเสียงได้หลากหลายรูปแบบ
ขนาดเล็กกะทัดรัดใช้พื้นที่ในการจัดวางไม่มากนัก
ปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

ข้อควรพิจารณา
กำลังขับไฟฟ้าไม่สูงมากนัก

9. Neoteck AK-380

อุปกรณ์กระจายเสียงขนาด 80 วัตต์ ที่รองรับการใช้งานได้อย่างแข็งแรงทนทาน จากวัสดุในการผลิตแบบอะลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพสูง

ยี่ห้อ / รุ่นNeoteck AK-380
ขนาดสินค้า155 x 85 x 45 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
กำลังขับรวม80 วัตต์
ช่วงความถี่20 Hz ถึง 20,000 Hz
Signal to Noise Ratioมากกว่า 70 เดซิเบล

Neoteck AK-380 นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นขนาดเล็กจากแบรนด์ Neoteck ที่จัดวางได้ในทุกสถานที่อย่างไม่กินพื้นที่มากจนเกินไป ส่วนในเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้น รุ่นนี้จะใช้งานเป็นแบบอะลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพสูง ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อความเสียหายได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่ในด้านของการใช้งานนั้นตัวเครื่องจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกำลังขับสูงสุดที่ให้มาในระดับ 80 วัตต์ และการเชื่อมต่อที่รวดเร็วผ่านการใช้งานระบบไร้สาย Bluetooth ยิ่งไปกว่านั้นยังสั่งการสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายผ่านการใช้งานรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กด้วยนั่นเองครับ

ข้อดี
รีโมทคอนโทรลขนาดเล็กสำหรับสั่งการสิ่งต่าง ๆ
วัสดุตัวเครื่องที่มีความแข็งแรงทนทานในระดับสูง
ดีไซน์การออกแบบสุดเล็กกะทัดรัดใช้พื้นที่ในการจัดวางไม่มากเท่าไหร่นัก

ข้อควรพิจารณา
กำลังขับไฟฟ้าที่ให้มาเพียงแค่ 80 วัตต์

10. Worldtech WT-AMP4442HIGH

แอมป์ขยายเสียง จากแบรนด์ Worldtech ที่จัดวางได้อย่างไม่กินพื้นที่ ด้วยขนาดโดยรวมของตัวเครื่อง ซึ่งมีความเล็กกะทัดรัดและไม่ใหญ่มากจนเกินไป

ยี่ห้อ / รุ่นWorldtech WT-AMP4442HIGH
ขนาดสินค้า
น้ำหนัก
กำลังขับรวม60 วัตต์
ช่วงความถี่
Signal to Noise Ratioมากกว่า 95 เดซิเบล

สุดท้ายเป็น แอมป์ขยายเสียง รุ่นระดับมาตรฐาน ที่ตอบโจทย์การใช้งานของบ้านทุกขนาดได้อย่างเพียงพอ จากรายละเอียดโดยรวมในส่วนต่าง ๆ ที่ถูกใส่มาให้ภายในเครื่องกระจายเสียงรุ่นนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้การส่งออกเสียงรูปแบบต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเป็นรูปแบบของเสียงกลาง, เสียงสูง, เสียงแหลม หรือแม้แต่เสียงต่ำ ส่วนในเรื่องของรูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบนั้น รุ่นนี้ก็เรียกได้ว่ามีความสวยงามทันสมัย และถูกออกแบบมาให้จัดวางได้แบบไม่กินพื้นที่ นอกจากนี้ด้วยน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป ก็ยังทำให้การเคลื่อนย้ายทำได้อย่างไม่ลำบากมากนักอีกด้วยครับ

ข้อดี
ดีไซน์การออกแบบมีความสวยงามทันสมัย
เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ตัวเครื่องมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก

ข้อควรพิจารณา
กำลังขับโดยรวมไม่สูงมากนัก

วิธีการเลือกซื้อเครื่องขยายเสียง

1. เลือกจากขนาดพื้นที่ที่ใช้ในการจัดวางตัวเครื่อง

สินค้าประเภทนี้โดยปกติแล้ว มักจะเป็นสิ่งที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เนื่องจากมีองค์ประกอบส่วนแยกย่อยต่าง ๆ มากมาย ที่จะต้องถูกใส่มาให้ภายในของตัวอุปกรณ์ ดังนั้นเพื่อให้ตัดสินใจเลือกซื้อรุ่นที่มีความเหมาะสม และตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีมากยิ่งขึ้น คุณจึงควรตรวจสอบดูถึงขนาดจริงของตัวสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลเป็นอย่างมากต่อพื้นที่ที่ใช้ในการจัดวางตัวอุปกรณ์ เพราะหากคุณต้องการใช้งานเครื่องขยายเสียง สำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก การเลือกรุ่นที่มีขนาดใหญ่มากจนเกินไป ก็อาจไม่ใช่รุ่นที่เหมาะสำหรับคุณมากเท่าไหร่นัก จากพื้นที่ที่ใช้ในการจัดวางซึ่งจำเป็นจะต้องใช้มากกว่ารุ่นอื่น ๆ แต่หากคุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องของพื้นที่ที่เราได้กล่าวไป ก็อาจไม่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบในส่วนนี้มากเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามเพื่อให้ตัวเครื่องเหมาะสมต่อพื้นที่ใช้สอยภายในสถานที่นั้น ๆ มากที่สุด สิ่งนี้จึงจัดเป็นส่วนสำคัญที่คุณไม่ควรลืมพิจารณาไปในการเลือกซื้อเลยแม้แต่น้อยครับ

2. พิจารณากำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการเปิดใช้งาน

แอมป์สำหรับขยายเสียงจัดเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานในการเปิดทำงานของตัวเครื่องค่อนข้างมาก จึงทำให้ในการเลือกซื้อซักหนึ่งรุ่นมาไว้ในการใช้งานนั้น เรื่องของกำลังไฟฟ้าในการทำงานของตัวอุปกรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่าย ที่คุณจะต้องจ่ายในระหว่างการใช้งาน เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่ต้องให้ความสนใจไม่แพ้กันกับเรื่องอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน เพื่อให้อุปกรณ์รุ่นที่คุณใช้งานสามารถเปิดใช้ได้อย่างไม่มีต้นทุนที่มากจนเกินไป ที่สำคัญจากการที่อุปกรณ์ประเภทนี้ มักจะเป็นสิ่งที่นิยมเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน จึงเป็นส่วนที่ส่งผลให้เรื่องนี้จะต้องถูกนำมาพิจารณาเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน เพราะหากคุณเลือกรุ่นที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากจนเกินไป ก็อาจทำให้ในระหว่างการเปิดเครื่องกระจายเสียง คุณจำเป็นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเกินความจำเป็น หากรุ่นนั้นใช้กำลังไฟฟ้ามากจนเกินไปด้วยนั่นเองครับ

3. ตรวจสอบรายละเอียดด้านเสียงต่าง ๆ ที่เลือกปรับแต่งได้

จากการที่อุปกรณ์ประเภทนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการปรับแต่งเสียงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ เป็นผลให้ในส่วนของรายละเอียดด้านเสียงต่าง ๆ ที่สามารถเลือกปรับแต่งได้ในระหว่างการใช้งานนั้น นับเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่จะต้องถูกนำมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากที่สุด เนื่องจากว่าในแต่ละสถานที่ที่จะต้องเปิดใช้งานเครื่องกระจายเสียง ก็แน่นอนว่าจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลให้การปรับแต่งเสียงของแต่ละสถานที่และสถานการณ์ให้มีความเหมาะสมมากที่สุดนั้น ก็จะต้องมีความแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน ซึ่งหากคุณต้องการให้รุ่นที่เลือกซื้อมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง และมีความคุ้มค่ามากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก็ควรมองหารุ่นที่รองรับการปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด เพราะจะทำให้ตัวอุปกรณ์มีความหลากหลายในการใช้งานที่มากกว่าตามไปด้วยเช่นกันครับ

4. เลือกดูรุ่นที่มีน้ำหนักเบาเพื่อให้เคลื่อนย้ายการจัดวางได้สะดวก

ในหลากหลายสถานการณ์ก็อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ที่จะต้องเคลื่อนย้ายการจัดวางตัวอุปกรณ์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่กำลังมองหาสินค้าประเภทนี้มาไว้ สำหรับการทำงานที่มีความจริงจังและมีความเฉพาะทางสูง ดังนั้นสำหรับในกลุ่มของผู้ใช้งานเหล่านี้ นอกจากเรื่องของขนาดตัวเครื่องจะเป็นส่วนที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากแล้ว ในด้านของน้ำหนักที่มีผลต่อการเคลื่อนย้าย ก็จัดเป็นสิ่งที่ควรถูกนำมาพิจารณาอยู่ไม่น้อยด้วยเช่นกัน โดยที่ในส่วนของการเลือกซื้อนั้นควรมองหารุ่นที่มีน้ำหนักเบาสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ตัวสินค้าตอบโจทย์การใช้งานในด้านนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ควรลืมให้ความสำคัญไปในส่วนของฟังก์ชันการปรับแต่งเสียงต่าง ๆ ที่ถูกใส่มาให้ภายใน เพื่อให้ตัวเครื่องขยายเสียงสามารถรองรับการใช้งานของคุณได้ดีมากที่สุดในทุกสถานการณ์การใช้งานด้วยนั่นเองครับ

5. ให้ความสำคัญกับเงื่อนไขและระยะเวลาการรับประกันสินค้า

เครื่องขยายเสียง นั้นจัดเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในระยะเวลายาวนานต่อเนื่องหลายปี และไม่จำเป็นจะต้องเลือกเปลี่ยนเครื่องใหม่ในการใช้งานบ่อยครั้งมากนัก เป็นผลให้ในส่วนของการเลือกซื้อหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการใช้งานของคุณได้มากยิ่งขึ้น จึงเป็นในด้านของรายละเอียดการรับประกัน และระยะเวลาการรับประกันสินค้าสูงสุด ที่ทางแบรนด์ได้ใส่มาให้กับเรานั่นเอง ซึ่งหากต้องการให้ตัวสินค้าสามารถใช้งานในระยะยาวได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ก็ควรเลือกดูจากรุ่นที่มีระยะเวลาการรับประกันสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมองหารุ่นที่มีเงื่อนไขในการซ่อมแซมคุ้มค่ามากสุดด้วยในเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นคุณยังควรตรวจสอบรูปแบบในการส่งซ่อมว่าเหมาะสมกับคุณ หรือช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มากเพียงใดอีกด้วยครับ

Header text

บทสรุป

จากการที่ เครื่องขยายเสียง ไม่ใช่สิ่ง ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในระยะสั้น จึงทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อมาไว้ใช้งานซักหนึ่งรุ่น เรียกได้ว่ามีรายละเอียดมากมายที่จำเป็นจะต้องคิดให้ถี่ถ้วนและละเอียดรอบคอบอยู่พอสมควร เพื่อให้คุณได้ใช้งานรุ่นที่มีความคุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีมากที่สุดในระยะยาว ซึ่งหากกล่าวถึงรายละเอียดทั้งหลาย ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานในทุกรูปแบบนั้น หลัก ๆ แล้วจะประกอบไปด้วยในส่วนของขนาดตัวเครื่อง ที่มีผลต่อการจัดวาง, กำลังไฟฟ้าที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเปิดใช้งาน, น้ำหนักที่เหมาะสมกับการพกพา, ความสามารถในการปรับแต่งเสียงต่าง ๆ ไปจนถึงระยะเวลาการรับประกันและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้มากยิ่งขึ้น

ในกรณีต้องการจะใช้งานสินค้ายาวนานตลอดหลายปี โดยที่ในการเลือกซื้อให้เหมาะสมมากที่สุดนั้น ควรพิจาณาดูถึงรูปแบบการใช้งานตัวอุปกรณ์เสียก่อน แล้วจึงลองตัดสินใจเลือกดูรุ่น ที่สามารถรองรับการใช้งานในด้านเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น การนำแต่ละรุ่นมาลองเทียบเคียงกันพร้อมกับพิจารณาถึงเรื่องของระดับราคาประกอบกับการตัดสินใจ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยให้การตัดสินใจทำได้รวดเร็วมากขึ้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

บทความล่าสุด