8 แท็บเล็ต ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2020

แท็บเล็ต-รุ่นไหนดีแท็บเล็ต นับเป็นอุปกรณ์ติดตัว สารพัดประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง แท็บเลตแทบจะนับว่าเป็นอุปกรณ์กึ่งโน้ตบุ๊ค กึ่งสมาร์ทโฟน เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานและราคา ถือว่าใกล้เครียงกับ โน๊ตบุ๊คและ สมาร์ทโฟน โดยบางรุ่นสามารถโทรศัพท์ได้ ด้วยการใส่ SIM card แต่ตัวแท็บเลตจะเหนือกว่าด้วยจอที่มีขนาดใหญ่ สามารถใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือคนชรา ที่สายตาอาจจะไม่ดี ก็ยังพอมองเห็นได้ชัด เพราะจอจะมีขนาดใหญ่ หรือจะเป็นคนทำงาน ต้องทำพรีเซนท์ ค้นหา ท่องเว็บและสายพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ก็ยังสะดวก เพราะเจ้าแท็บเล็ตนี้สามารถพกพาไปได้ทุกที แต่งรูปและโพสสินค้าได้ทันที อีกหนึ่งคือไม่จำเป็นต้อง ซื้อโน้ตบุ๊กราคาสูง คุณสมบัติของแท็บเล็ตก็ทำได้ใกล้เคียง แทบทุกอย่าง การอัพโหลด รวมถึงจัดการสต๊อกได้ในเครื่องเดียวกันอีกด้วย ที่สำคัญพกพาไปไหนมาไหนก็สะดวกกว่า กดปุ่มเปิดทำงานได้ทันที อยากจะถ่ายภาพ ก็ทำได้เพราะกล้องชัด และสามารถโหลดแอพฯ แต่งเสร็จในตัว จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์เอนกประสงค์อีกอย่างหนึ่ง สำหรับคนในยุคนี้นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง

8 แท็บเล็ต รุ่นไหนดี ประจำปี 2020

  1. Apple iPad Pro 11-inch Wi-Fi
  2. Samsung Galaxy Tab S6 6GB/128GB
  3. Apple iPad Mini 5 Wi-Fi
  4. HUAWEI MediaPad M5 lite 8 / 3 GB+32 GB
  5. Microsoft Surface Pro 7
  6. Apple iPad Air 10.5 inch
  7. ALLDOCUBE M5
  8. Teclast Official ] P10HD
promo24

1. Apple iPad Pro 11-inch Wi-Fi

หน้าจอใหญ่เครื่องเร็วแรงไม่สะดุดครบทุกฟังก์ชั่น ดูหนัง เล่นเกมส์ กราฟฟิค

ยี่ห้อ/รุ่นApple iPad Pro 11-inch Wi-Fi
ขนาดจอ11 inch (9.74” x 7.02”)
RAM4GB/6GB
ROM
Micro SD Card สูงสุด1 TB

iPad Pro 11 นี้ก็คือหน้าจอที่ใหญ่เต็มตามากขึ้น ขอบหน้าจอลดทอนลงและแบ่งได้แบบเท่า ๆกัน นอกจากเรื่องหน้าจอที่เห็นได้ชัดแล้วว่าใหญ่ขึ้น ขอบบางลง ตัวเครื่องก็มีการปรับดีไซน์ให้เหลี่ยมขึ้นและบางลงไปอีก ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมผิวสัมผัสด้าน ๆ ทำให้จับถือได้ดีไม่ลื่นมือจนเกินไปรอบๆตัวเครื่องจะมีการฝังแม่เหล็ก

แถบด้านขวาของตัวเครื่องนี้ก็จะมีช่องแม่เหล็กสำหรับเชื่อมต่อกับ Apple Pencil ใหม่พร้อมกับเว้นตำแหน่งของช่องชาร์จแบบไร้สายไว้ด้วย แน่นอนว่าไอแพดระดับโปรแบบนี้ก็ยังคงรองรับการจดด้วย Apple Pencil และใช้งานวาดเขียนได้กับแอปพลิเคชันมากมาย ตัว Apple Pencil สามารถยึดติดกับตัวเครื่องและชาร์จแบบไร้สายได้

เครื่องเร็วแรงไม่สะดุดถ้าจะให้เห็นภาพอีกนิดก็คงต้องเอาตัวเลขมาการันตี สำหรับ iPad Pro 11 ถ้านำมาทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอปทดสอบหลัก ๆ อย่าง AnTuTu Benchmark ก็จะได้คะแนนที่สูงถึง 550,598 คะแนน อย่างที่บอกไปชิปเซ็ตตัวแรงนี่แรงแบบหยุดไม่อยู่จริง ๆ

การใช้งานต่างๆจะใช้รูปแบบ Gesture แบบเดียวกับ iPhone X เลยคือมีแถบปุ่มโฮมอยู่ที่ด้านล่างแล้วใช้การรูดขึ้น ปาด ๆ เลื่อน ๆ ในการทำงานแทบทั้งหมด มาพร้อมกล้องไวด์ความละเอียด 12MP สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอระดับ 4K และยังมีกล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 10MP ที่ซูมออกมาได้ 2 เท่าเพื่อเก็บภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และสามารถถ่ายวิดีโอมุมกว้างได้เช่นกัน

2. Samsung Galaxy Tab S6 6GB/128GB

tablet มีปากกา สเปคแรง จอสวย เสียงดี แถมแบตอึด สามารถสร้างสรรค์ผลงานและทำงานได้ทุกที่

ยี่ห้อ/รุ่นSamsung Galaxy Tab S6 6GB/128GB
ขนาดจอ10.5 inch
RAM8GB
ROM256 GB
Micro SD Card สูงสุด1 TB

Galaxy Tab S6 เป็น แทบเล็ต ที่มีชิป Snapdragon 855 ซึ่งเป็นชิประดับไฮเอนด์ของปี 2019 นอกจากนี้ Galaxy Tab S6 ยังเป็นแทบเล็ตรุ่นแรกของโลกอีกด้วยที่มาพร้อมกับหล้องหลังคู่ (แต่ตัดแฟลชทิ้ง)

แท็บเล็ต Galaxy Tab S6 มีตัวเครื่องเป็นโลหะชิ้นเดียว โดยเครื่องที่ได้มารีวิวเป็นสีชมพู Rose Blush ซึ่งเป็นสีแบบด้าน ดูพรีเมี่ยมและแข็งแรงทนทานลำโพง 2 ตัว บน ล่าง และพอร์ท USB-C ส่วนรูหูฟัง 3.5 มม. โดนตัดทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ตัวเครื่องบางลงไปได้อีกนิดนึง มีหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 10.5 นิ้ว ใหญ่เต็มตา แถมด้วยความละเอียดระดับ 2K และยังรองรับการแสดงผลแบบ HDR อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราดูคอนเทนท์ที่เป็น 4K HDR ภาพที่ได้จะตื่นตาตื่นใจ สวยงามสุดๆ

บริเวณที่เป็นสีดำก็จะดำสนิทไปเลยสเปคของ Tab S6 คราวนี้เรียกว่าจัดเต็ม ไม่ได้ใช้ชิปตกรุ่นเหมือนก่อน เพราะใส่ชิปตัวแรงอย่าง Snapdragon 855 มาให้ บวกกับ RAM อีก 6GB (ถ้าตัวท็อปก็ 8GB) ทำให้การใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเล่นเน็ต เล่นโซเชียล ดูหนัง ทำงาน วาดรูป ฯลฯ ลื่นสุดๆ โดยวัดประสิทธิภาพจากแอป AnTuTu ได้คะแนน 333174 เร็วเลยทีเดียว สรุปคือGalaxy Tab S6 เป็นแทบเล็ต Android ที่ถือว่าทรงพลังและครบเครื่องสุดๆ ในตลาดแล้วตอนนี้ เหมาะทั้งการใช้งานเพื่อความบันเทิง หรือใช้งานจริงจังด้วยโหมด DeX

promo23

3. Apple iPad Mini 5 Wi-Fi

กะทัดรัด บางเบา พกพาไปได้ทุกที่ มาพร้อมความสามารถที่เพิ่มมากเกินคำว่ามินิ หน้าจอ Retina

ยี่ห้อ/รุ่นApple iPad Mini 5 Wi-Fi
ขนาดจอRetina 7.9 inch
RAM3GB
ROM
Micro SD Card สูงสุด64GB, 256GB

iPad mini 5 นั้นรูปร่างภายนอกแทบไม่ต่างจาก iPad mini 4 เลย จุดที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ การย้ายตำแหน่งไมโครโฟนไปไว้ที่ด้านหลังตรงกลางของเครื่อง เมื่อสัมผัสตัวเครื่องก็ได้รับความรู้สึกบาง เบา ยังคงปุ่ม Home และ Touch ID ไว้เหมือนเดิม

การใช้งาน Apple Pencil ร่วมกับ iPad mini 5 นั่นลื่นไหลมาก แต่ด้วยความที่ iPad mini 5 เป็นรุ่นจอเล็กก็อาจทำให้การวาดภาพนั้นยากหน่อย ชิป A12 Bionic และ RAM 3GB ทำให้เล่นเกมได้ลื่นมาก ๆ และการที่ iPad mini 5 เป็นครื่องเล็กจึงนำมาเล่นเกมอย่าง ได้สะดวกมือ

โดยรวมแล้วจุดหลักๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใน iPad Mini ก็คือเรื่องของ จอภาพ ชิปหน่วยประมวลผลที่ใช้ รองรับ Apple Pencil รองรับคีย์บอร์ด (iPad Air) กล้องที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้น และถ้าเป็นรุ่นเซลลูล่า ก็จะรองรับการใช้งาน e SIM ด้วย
สำหรับ iPad mini 5 ไม่เหมาะที่จะวาด แต่เหมาะสำหรับใช้จดและทำงานเอกสารมากกกว่า

4. HUAWEI MediaPad M5 lite 8 / 3 GB+32 GB

tablet huawei ที่มีขนาดพอดีมือ น้ำหนักเบา พกพาง่าย สเปคดี

ยี่ห้อ/รุ่นHUAWEI MediaPad M5 lite 8 / 3 GB+32 GB
ขนาดจอ8 inch
RAM3GB
ROM
Micro SD Card สูงสุด512 GB

HUAWEI MediaPad M5 lite เน้นความบันเทิง มาพร้อมลำโพงคู่ และการปรับแต่งเสียงจาก Harman Kardon รุ่น MediaPad M5 lite นั้นมีหน้าจอขนาด 8 นิ้ว แบบ IPS อัตราส่วน 16:10 น้ำหนักเบาเพียง 310 กรัม

tablet huawei ใช้ชิปเซ็ต Kirin 710 รันบน Android 9 (Pie) บนหน้าตา EMUI 9 มี GPU Turbo แบตอึด 5,100 mAh และพลังเสียงจากลำโพงที่ปรับแต่งเสียงโดย Harman Kardon ซึ่งเป็นจุดขายของตระกูล MediaPad ของ Huawei มาพร้อม RAM 3GB ชิปเซ็ต Kirin 710 ซึ่งเป็นซีพียูที่อยู่บนมือถือ HUAWEI nova 3i ในขณะที่หน่วยความจำ 32 GB รองรับการใส่ Micro SD Card สูงสุด 512GB เหมือนยกมือถือมาขยายจอให้ใช้งานได้สะดวก

โหมด Kids Corner ผู้ปกครองสามารถกำหนดเวลาในการเล่น กำหนดแอปให้เด็กเล่นได้ มีโหมดกล้องถ่ายรูป มี Gallery ภาพถ่ายแยก Gallery ปกติของตัวเครื่อง โดยมี Parental Control ซึ่งผู้ปกครองต้องใส่รหัสผ่านเพื่อเปิดให้เด็กๆ ใช้งาน รุ่นนี้เหมาะมาก ๆ ให้เด็กนักเรียนใช้ ด้วยความที่น้ำหนักเบานี้เอง ทำให้เหมาะกับเด็ก นักเรียน พกพาง่าย ถือสะดวก ไม่หนัก

5. Microsoft Surface Pro 7

โน๊ตบุ้คในรูปแทบเลต ตอบโจทย์การทำงานได้ทุกที่

ยี่ห้อ/รุ่นMicrosoft Surface Pro 7
ขนาดจอ12.3 inch
RAM4/8/16GB
ROM
Micro SD Card สูงสุด256 GB

Microsoft มี Surface Pro 7 เป็นแท็บเล็ตของทางค่ายที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10, สามารถซื้อปากกา Surface Pen กับคีย์บอร์ด Type Cover ที่พับเป็นปกของ Surface Pro 7 เพิ่มได้ Microsoft Surface Pro 7 มีหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียด 2,736 × 1,824 พิกเซล มีขนาดใหญ่และขอบจอหนากว่าแท็บเล็ตหลาย ๆ รุ่นในตลาด

จากการใช้งานจริงถือว่าพกไม่ลำบาก เพราะน้ำหนักรวมคีย์บอร์ดแล้วอยู่ราว 1 กิโลกรัมเท่านั้น การตอบสนองตอนใช้งานของ Surface Pen ให้ความรู้สึกเหมือนใช้ดินสอเขียนลงกระดาษจริง ตอนจรดปลายปากกาแล้วจุดที่เกิดบนหน้าจอกับปลายปากกาตรงกัน

จากการใช้งานจริงรู้สึกว่าหน้าจอค่อนข้างลื่นและติดรอยนิ้วมือง่าย แบตเตอรีของ Surface Pro 7 จะอยู่นานสุด 8 ชั่วโมง สรุปโดยรวม Microsoft Surface Pro 7 ถือเป็นแท็บเล็ตที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานออฟฟิศและเซลส์ที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่พกง่ายแบบแท็บเล็ตไว้ใช้งาน ฟีเจอร์ที่ Surface Pro 7

นั้นดูเน้นที่คนทำงานออฟฟิศและเอกสารเป็นหลัก แต่คนที่ใช้งานด้านศิลปะก็อาจต่ออุปกรณ์เสริมผ่านพอร์ต USB-A หรือใช้ตัวแปลงเชื่อมต่อกับ USB-C แล้วใช้อุปกรณ์เสริมเช่นชุดปากกา Wacom เพิ่มก็ดีเช่นกัน

6. Apple iPad Air 10.5 inch

รองรับ Apple Pencil จดโน้ตไหลลื่น

ยี่ห้อ/รุ่นApple iPad Air 10.5 inch
ขนาดจอ10.5 inch
RAM
ROM
Micro SD Card สูงสุด256 GB

6Apple iPad Air 10.5 inch หน้าจอ Retina 10.5 นิ้ว Full Lamination, มี True Tone, ขอบเขตสี P3 ชิปประมวลผล Apple A12 Bionic ความจุ 64GB, 256GB รองรับ Apple Pencil 1, รองรับ Smart Keyboard กล้องหลัง 8MP บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p, รองรับ Live Photo กล้องหน้า 7MP บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p, รองรับ Live Photo

ปลดล็อกด้วย Touch ID ระบบเสียง 2 ลำโพง รองรับ Wi‑Fi (802.11a/b/g/n/ac), 2.4GHz และ 5GHz Bluetooth 5.0 มี eSIM, Nano SIM ในรุ่น Cellular มี3สีด้วยกัน Silver, Gold, Space Gray พอร์ต Lightning

สำหรับ iPad Air รุ่นนี้นั้นรองรับ Apple Pencil แล้ว แม้จะรองรับรุ่นแรก แต่ก็เหมาะสมกับการใช้งานของ iPad Air เพราะยังใช้ช่อง Lightning อยู่เหมือนเดิม และใช้งานได้อย่างไหลลื่นมาก จะจดโน้ต เขียนทับบนเอกสาร หรือคอมเมนต์อะไรบนภาพก็ขีด ๆ เขียน ๆ ได้สะดวกมาก

อีกออปชั่นที่เราชอบคือการใช้ Apple Pencil จดข้อความไว้ในโน้ต แล้วเแปลงเป็นตัวอักษรก็ยังได้ ส่วนใครที่ชอบดีไซน์ ชอบวาดภาพอะไรเล่น (หรือจริงจัง) ก็ต้องบอกว่านี่เป็นไอเทมประจำตัวเลยก็ได้

7. ALLDOCUBE M5

ใส่ซิม โทรได้ รองรับ 4G LTE

ยี่ห้อ/รุ่นALLDOCUBE M5
ขนาดจอ10.1 inch
RAM4 GB
ROM64 GB
Micro SD Card สูงสุด128 GB

ALLDOCUBE M5 มี CPU: MTK X20 (MT6797) Deca-core 4G 64-bit (A722 2.3GHz+A534 1.85GHz+A534 1.4GH) ความถี่: 2.3GHz (สูงสุด) GPU: MALI T880-MP4 มาพร้อมหน้าจอ ความละเอียด 25601600 แบบ IPS ระบบ มัลติทัช 5 จุด G+G จอแบบ COB capacitive (touchIC: GSL3670)

รองรับระบบปฏิบัติการ :Android 8.0 เครือข่ายที่ใช้ได้GSM+CDMA+WCDMA+TDS+EVDO+TDD+FDD CAT6 การเชื่อมต่อ WiFi: Dual WiFi 2.4GHz/5.0GHz WIFI: รองรับ 802.11a/b/g/n/ac (2.4GHz+5GHz) บลูทูธ: รองรับ Bluetooth 4.2 มี FM: GPS: G-sensor: OTG: กล้องหน้า: 2.0 ล้าน กล้องหลัง: 5.0 ล้าน, รองรับ ออโต้โฟกัส แบตเตอรี่ :3.7V/6500mAh ขนาดตัวเครื่อง: 24.117.20.87 ซม. น้ำหนัก: 510 กรัม

8. Teclast Official ] P10HD

สเปกครบเครื่องที่เน้นการใช้งานทั่วไปเป็นหลัก

ยี่ห้อ/รุ่นTeclast Official P10HD
ขนาดจอ10.1 inch
RAM3 GB
ROM32 GB
Micro SD Card สูงสุด128 GB

Teclast Official ] P10HD ตัวเครื่องแบบ Unibody พร้อมพื้นผิวแบบด้าน และมีน้ำหนักเครื่อง 450 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ความละเอียด 1920×1200 พิกเซล ขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการสัมผัสที่หน้าจอแสดงผล รองรับฟังก์ชัน Care for the Eyes สำหรับลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาผู้ใช้

มีกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีกล้องดิจิทัลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Spreadtrum SC9863A ชิปกราฟิก IMG GX6250 หน่วยความจำแรมขนาด 3GB หน่วยความจำรอมขนาด 32GB พร้อมรองรับการเพิ่มการ์ดแบบ microSD ได้สูงสุด 128GB ระบบปฏิบัติการ Android 9 รองรับ 4G LTE รองรับการเชื่อมต่อ WiFi คลื่นความถี่ 5GHz ได้ แบตเตอรี่แบบ 6000 mAh จัดได้ว่าเป็น แท็บเล็ตราคาถูก แต่ดีอีกหนึ่งรุ่น ที่น่าสนใจ

วิธีการเลือก ซื้อแท็บเล็ต

6 วิธีการเลือกซื้อแท็บเล็ต

เลือก แท็บเล็ต จากขนาดหน้าจอที่เหมาะสม

โดยทั่วไปในเวลานี้ แท็บเล็ตในท้องตลาด จะมีขนาดหน้าจอประมาณ 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว รวมถึงขนาดอื่นๆ ให้เลือก ตามรูปแบบการทำตลาดของแต่ละค่าย เพราะผู้ใช้แต่ละคน มีความต้องการที่ต่างกัน เช่น เน้นจอใหญ่ มองภาพสบายตากว่า เช่นจอภาพระดับ 10.1 นิ้วขึ้นไป สามารถนำไปใช้งานหรือท่องเน็ต เล่นโซเชียล ก็ดูรายละเอียดได้ชัดเจน บางครั้งจอขนาดใหญ่ ก็สามารถนำมาใช้ในการทำงาน ด้วยการต่อเมาส์ คีย์บอร์ดไร้สายเพิ่มเติมได้เช่นกัน

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการแท็บเล็ตขนาดกระทัดรัด แต่อยากได้จอภาพที่ใหญ่กว่ามือถือ และพกพาสะดวก สามารถใส่ในกระเป๋าสะพาย หรือกระเป๋าเป้ และนำออกมาใช้ได้สะดวก หน้าจอขนาด 7 หรือ 8 นิ้ว และใกล้เคียงนี้ ก็น่าจะช่วยให้คุณพกพาและใช้งานได้แบบไม่ลำบาก จะหยิบขึ้นมาดูหนัง ฟังเพลงและใช้งานอีเมล์ ตอบแชทในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

ใส่ SIM ได้ หลากหลายช่องทางเชื่อมต่อ

ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน มีเฉพาะแท็บเล็ตบางรุ่นเท่านั้น ที่รองรับการใส่ SIM card และตัวเลือกอย่าง WiFi only ก็มี แต่ในปัจจุบัน แท็บเล็ต ส่วนใหญ่ สามารถติดตั้ง SIM ได้เกือบทุกรุ่น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เลือกใช้งานอินเทอร์เน็ตร่วมกับสัญญาณ 3G/ 4G LTE หรือที่ใหม่กว่า ที่เริ่มจะมีเข้ามาบ้างแล้ว

รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อ WiFi ร่วมกับผู้ให้บริการรายต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งเวลานี้มีบริการ WiFi จากบรรดาผู้ให้บริการเครือข่าย อาทิ AIS, TRUE และ DTAC รวมถึงรายอื่นๆ อีกมากมาย เรียกว่าเกือบทุกจุดทั่วประเทศ นอกจากนี้หลายคนยังมองว่าแท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์สำหรับการติดต่อสื่อสาร การใส่ซิมการ์ดได้ ก็ช่วยให้การโทรติดต่อผ่านทางแท็บเล็ตได้ง่ายขึ้น

สะดวกกับการใช้งานระบบปฏิบัติการแบบใด

แท็บเล็ต หากไม่รวมกับระบบปฏิบัติการ iOS หรือเปลี่ยนมาเป็น iPadOS บนไอแพด ก็จะมีให้เลือกอีก 2 รูปแบบคือ แอนดรอยด์ และ วินโดวส์ แต่ที่เรามักจะพบเห็นกันอยู่มากมายในท้องตลาด

สำหรับ Android นั้นจะมีการทำงานคล้ายกับบนสมาร์ทโฟนที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เน้นการทำงานที่ง่าย อาทิ เล่นเกม ดูหนัง ท่องเว็บ โซเชียลเน็ตเวิร์กพื้นฐาน โดยมีให้เลือกตั้งแต่ Android 5.1, 6,7, 8 และ Android 9 (Pie) ในตอนนี้

ส่วนบางรุ่นที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows มักจะพบกันในแท็บเล็ตกึ่งโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอใหญ่ เพื่อให้รองรับการทำงานได้มากกว่าเดิม เช่น การใช้ซอฟต์แวร์สำนักงาน ตกแต่งภาพ หรือใช้สำหรับนำเสนอผลงาน พรีเซนเทชั่นและการดูหนัง ฟังเพลงได้เทียบเท่ากับการใช้โน้ตบุ๊ก แต่มีขนาดเล็กและเบากว่า โน้ตบุ๊ก และมีขอบเขตการใช้งานที่กว้างกว่านั่นเอง

หน่วยประมวลผล ประสิทธิภาพสูง

ซีพียูหรือหน่วยประมวลผล เป็นอีกสิ่งสำคัญในการเลือกแท็บเล็ต หากต้องการประสิทธิภาพในการทำงาน ในอดีตอาจจะเป็นซีพียู 1 core หรือ Dual core เท่านั้น ในปัจจบุันมีการพัฒนาไปมาก ว่ากันตั้งแต่ Quad core ขึ้นไป

สิ่งนี้จะเป็นตัวบอกถึงการประมวลผลที่รวดเร็ว เช่นเดียวกับความเร็วเป็น GHz ยิ่งตัวเลขมากยิ่งดี และสถาปัตยกรรมในการติดต่อข้อมูล 32-bit หรือ 64-bit เป็นต้น โดยตัวเลือกมีอยู่หลากหลาย ตามแต่ละผู้ผลิต เช่น Qualcomm® Snapdragon หรือ Mediatek MTxxx Samsung Exynos, Kirin และอื่นๆ นอกจากนี้กรณีที่ต้องการนำแท็บเล็ตไปเล่นเกม ก็ต้องดูที่กราฟิก GPU ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Mali, IMG, Andreno ซึ่งบางรุ่นอาจจะไม่ได้ระบุมา แต่ก็สามารถหาได้จากเว็บไซต์ผู้ผลิต

หน่วยความจำ และพื้นที่เก็บข้อมูล ROM และ RAM

Storage หรือ ROM ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ แต่สองสิ่งนี้ ยิ่งเยอะยิ่งดี ในแง่ของการใช้งาน เพราะถ้ามีน้อยไป เครื่องก็จะช้า ตอบสนองช้า มีโอกาสแฮงก์ค้าง เมื่อเจอกับแอพฯ หรือไฟล์ขนาดใหญ่ รวมถึงไม่เพียงพอต่อการติดตั้งแอพฯ และเก็บข้อมูลต่างๆ ได้เพียงพอต่อความต้องการ

ในเวลานี้มีตั้งแต่ 32GB แทบจะเป็นพื้นฐาน เรื่อยไปจนถึง 32GB, 64GB และ 128GB สำหรับแท็บเล็ตที่เน้นการใช้งานจริงจัง ส่วน RAM จะรับหน้าที่ในการจัดการข้อมูลเพื่อส่งให้กับการประมวลผล มีเยอะยิ่งดี อย่างน้อยเวลานี้ ควรมี 3-4GB หรือจะเป็นรุ่น 6GB ก็ได้ ยิ่งมีมาก ก็ทำให้การใช้แอพพลิเคชั่นรวดเร็วขึ้น การเปิดไฟล์ รวมถึงการบันทึกภาพ วีดีโอ ก็จะยิ่งเร็วขึ้นนั่นเอง

เครื่องแรง แบตเตอรี่ต้องเยอะ ใช้ได้นาน

ขึ้นชื่อว่าแท็บเล็ต ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์โมบายอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีทั้งความเร็ว ซีพียู จีพียู จอขนาดใหญ่ และการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ทำให้ต้องใช้พลังงานมาก ดังนั้นก็ควรจะต้องเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ยาวนาน เพียงพอให้คุณนำไปใช้นอกบ้านได้ในระดับหนึ่ง ขนาดของแบตต้องสัมพันธ์กับประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ก็ควรจะต้องนำเรื่องของเทคโนโลยีการชาร์จไฟมาประกอบการพิจารณาอีกด้วย แบตขนาดใหญ่ แต่ชาร์จไฟทีนานหลายชั่วโมงก็ไม่น่าจะไหว หรือแบตน้อยไป ใช้แปปเดียวหมด ก็คงจะไม่เหมาะกับการพกพาเช่นกัน ในตลาดตอนนี้แบตพื้นฐานระดับ 4000-5000mAh แต่บางรุ่นก็มาพร้อมแบตระดับ 7,xxxmAh พร้อมกับ Fast Charge ทำให้ไม่ต้องรอนานนัก แต่ยิ่งเทคโนโลยีเยอะ ราคาก็จะสูงตามไปด้วย

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา แท็บเล็ต มาไว้ใช้งานสักเครื่อง ข้อมูลของแท็บเล็ตที่เรารีวิวกันในวันนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกันหรือเปล่า เราเข้าใจว่า ผู้ใช้งานแท็บเล็ตนั้นมีความต้องการนำไปใช้หลากหลายประเภท ตั้งแต่ผู้ใช้งานเพื่อดูวีดีโอทั่ว ๆ ไป หรือใช้แค่ฟังก์ชั่นการติดต่อสื่อสาร รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น ไปจนถึงผู้ใช้งานที่ใช้งานระดับสูง เช่น การออกแบบภาพกราฟฟิก การนำเสนองานแบบมืออาชีพ รวมถึงการเล่นเกมส์กราฟฟิกสูง ซึ่งฟังก์ชั่นต่าง ๆ เหล่านี้กำลังตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันที่ต้องการทำงานนอกสถานที่มากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *