ไมค์อัดเสียง ยี่ห้อไหนดี ในปี 2020

ไมค์อัดเสียง ไมค์ต่อมือถือไมค์อัดเสียง เป็นหนึ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ จากกระแสการอัพโหลดวิดีโอคอนเทนต์ลงบน Youtube, Facebook และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งกำลังเติบโตไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ส่งผลให้มีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ Cover เพลง, การถ่ายทำ Vlog หรือการทำงานในสายอาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ไมค์สำหรับอัดเสียงในการทำงาน เพื่อให้มีคุณภาพของผลงานสูงมากที่สุด และด้วยการที่ไมค์อัดเสียงเป็นสิ่ง ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในด้านเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด จึงเป็นสิ่งที่ทำให้อุปกรณ์ตัวดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นมาแบบรวดเร็ว และเป็นที่ต้องการของคนในหลากหลายอาชีพตามไปด้วยนั่นเองครับ

ประเภทของไมค์อัดเสียง

  • ไมค์คอนเดนเซอร์
    เป็นไมค์อัดเสียงซึ่งเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ จากความสามารถในการบันทึกเสียงในทุกย่านความถี่ ที่ทำได้อย่างมั่นคงและลื่นไหล รองรับได้ทั้งการบันทึกเสียงร้องเพลง และการบันทึกเสียงผ่านกล้องวิดีโอได้ รวมไปถึงในด้านของราคา ก็เรียกว่ามีให้เลือกซื้อได้หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นที่มีราคาเพียงหลักร้อย ไปจนถึงรุ่นที่มีราคาหลายหมื่นบาท แต่ด้วยระดับราคาที่แตกต่างกันออกไป ทำให้บางรุ่นสามารถป้องกันเสียงรบกวนรอบด้านได้ในระดับต่ำเอามาก ๆ ส่งผลให้หลังจากการบันทึกเสียง หรือการบันทึกวิดีโอในบางสถานการณ์ ก็จำเป็นจะต้องปรับแต่งเสียงเพิ่มเติมด้วยเช่นกันครับ
  • ไมค์ไดนามิก
    สำหรับไมค์ประเภทนี้ เป็นประเภทที่ค่อนข้างพบเห็นได้บ่อย ในกลุ่มของผู้ใช้งานที่เป็นนักร้องหรือนักพากย์ โดยจะมีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของการป้องกันเสียงรบกวน ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านแผ่นไดอะเฟรม ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการบันทึกเสียงโดยตรง ทำให้ไมค์ไดนามิกเหมาะกับการใช้ในงาน ที่ผู้พูดไม่สามารถอยู่ในสถานที่ปิดได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีข้อเสียอยู่ในด้านของความไวเสียงที่ต่ำ และช่วงในการรับเสียงที่ค่อนข้างแคบ ส่งผลให้ไม่เหมาะกับการอัดเสียงในห้องอัดมากเท่ากับ ไมค์ คอนเดนเซอร์ แต่ก็ยังถือว่าใช้ในการร้องเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นประเภท ที่มีราคาค่อนข้างย่อมเยาอีกด้วยครับ

10 ไมค์อัดเสียง ยี่ห้อไหนดี ในปี 2020

  1. Razer Seiren Elite
  2. Beyerdynamic Fox
  3. MAONO-AU-A04T
  4. IK Multimediac iRing Mic Field
  5. FIFINE K678
  6. MAONA BM10
  7. BOYA BY-MM1 Mini
  8. iRemax BM900
  9. MAONO AU-902
  10. Signo MP-701
promo27

1. Razer Seiren Elite

ไมค์อัดเสียงแบบไดนามิก สายเกมมิ่งดีไซน์สุดทันสมัย รองกับการใช้งานได้ทั้งการแคสเกม สตรีมมิ่งเกม และการอัดเสียงในขณะเล่นเกมด้วยคุณภาพเสียงสูงสุด

ยี่ห้อ / รุ่นRazer Seiren Elite
ประเภทไมค์Dynamic
การตอบสนองต่อช่วงความถี่50 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด120 dB
พอร์ตเชื่อมต่อUSB

 ไมค์อัดเสียงรุ่นแรกเป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาสำหรับสายเกมเมอร์โดยตรง ทำให้เหมาะกับการใช้งานของสตรีมเมอร์ ทั้งในการแคสเกม การสตรีมมิ่ง หรือแม้แต่การอัดเสียงวิดีโอคอนเทนต์เกี่ยวกับการเล่นเกม โดยในด้านของดีไซน์นับว่ามีความโฉบเฉี่ยวทันสมัย และจัดวางควบคู่ไปกับอุปกรณ์บนโต๊ะของคุณได้แบบลงตัว

ส่วนประสิทธิภาพการบันทึกเสียง ก็เรียกว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นในการตอบสนองต่อช่วงความถี่ ที่รองรับตั้งแต่ 50 Hz ไปจนถึง 20 kHz ค่าความสามารถในการรับเสียงสูงสุดที่ 120dB และทิศทางการรับเสียงแบบ Cardioid ซึ่งสามารถบันทึกเสียงได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านทางด้านหน้า

และยิ่งไปกว่านั้นด้วยปุ่มสั่งการ ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกสบายบนตัวไมค์ ยังช่วยให้ปรับเพิ่มลดระดับเสียงได้ง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องไปที่ตัวโปรแกรม ส่งผลให้เหมาะกับการใช้งานของมืออาชีพ และเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่น ที่ตอบโจทย์การใช้งานในห้องอัดได้ดีอย่างมากเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
การตอบสนองต่อช่วงความถี่กว้าง
ปุ่มปรับเสียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย
ขนาดเล็กกะทัดรัดไม่เปลืองพื้นที่การจัดวาง

ข้อจำกัด
รับเสียงได้จากด้านหน้าเพียงเท่านั้น

2. Beyerdynamic Fox

ไมค์ร้องเพลงที่มีคุณภาพเสียงระดับสูงเหมาะกับการใช้งานในห้องอัด รองรับการทำงานของนักร้อง นักดนตรี และนักพากย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยี่ห้อ / รุ่นBeyerdynamic Fox
ประเภทไมค์Dynamic
การตอบสนองต่อช่วงความถี่20 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด98 dB
พอร์ตเชื่อมต่อUSB

 สำหรับรุ่นต่อมาเป็นไมค์อัดเสียงแบบไดนามิก ที่เหมาะกับการจัดตั้งไว้ในห้องอัดหรือสตูดิโอ ด้วยความสามารถในการบันทึกเสียงระดับสูง จากไดอะเฟรมของไมค์ไดมานิก ซึ่งทำได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้งาน ที่ต้องการอุปกรณ์การอัดเสียงในระดับมืออาชีพ

โดยจะให้ความละเอียดในการบันทึกเสียงได้สูงสุดที่ 24 bit หรือ 96 kHz จึงนับว่าตอบโจทย์การใช้งานของทั้งนักดนตรี นักร้อง และนักพากย์ได้แบบตรงจุด รวมไปถึงยังช่วยให้มีคุณภาพของผลงานอยู่ในระดับยอดเยี่ยมอีกด้วย ส่วนในด้านรูปลักษณ์และดีไซน์ของตัวอุปกรณ์ ก็มีทั้งความสวยงามทันสมัย

และดูโดดเด่นสะดุดตาไปในขณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมปุ่มปรับเสียงทั้งหมด 3 ปุ่มบนตัวไมค์ ที่ใช้สำหรับการปรับแต่งคุณภาพเสียงและระดับเสียง ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานได้เป็นอย่างมาก และด้วยทิศทางการรับเสียงแบบ Cardioid ส่งผลให้บันทึกเสียงจากทางตรงได้แบบมีคุณคุณภาพ ในขณะมียังคงรายละเอียดของเสียงได้ครบถ้วนไปในขณะเดียวกันครับ

ข้อดี
บันทึกเสียงได้ยอดเยี่ยมในทิศทางตรง
ปุ่มสำหรับปรับแต่งเสียงช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย
ความละเอียดในการบันทึกเสียงระดับสูง

ข้อจำกัด
ความไวเสียงค่อนข้างต่ำ

3. MAONO-AU-A04T

ไมค์ร้องเพลงอุปกรณ์ครบเซ็ตที่เหมาะสำหรับมือใหม่ ใช้งานง่ายผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB และมีราคาย่อมเยาเข้าถึงได้ง่าย

ยี่ห้อ / รุ่นMAONO-AU-A04T
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่30 Hz ถึง 16 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด
พอร์ตเชื่อมต่อUSB

 MAONO-AU-A04T เป็นอีกหนึ่ง ไมค์คอนเดนเซอร์ ที่น่าสนใจ ด้วยการใส่อุปกรณ์ในการบันทึกเสียงมาให้แบบครบเซ็ต ทั้งตัวไมค์ที่มีการตอบสนองสนองช่วงความถี่ในระหว่าง 30 Hz ถึง 16 kHz และทิศทางการรับเสียงแบบ Cardioid

ซึ่งมีคุณสมบัติหลักอยู่ที่การรับเสียงจากด้านหน้า ที่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ, ขาตั้งไมโครโฟนแบบตั้งโต๊ะ ที่เลือกปรับระดับความสูงต่ำได้อย่างหลากหลาย และที่บังลมเพื่อป้องกันเสียงลมกระแทกกับตัวไมค์โดยตรงในระหว่างการบันทึกเสียง จึงทำให้รุ่นนี้เป็น ไมค์ร้องเพลง ที่ตอบโจทย์การใช้งานของนักร้อง หรือนัก Cover เพลงบน Youtube ได้แบบตรงจุด อีกทั้งด้วยความง่ายในการใช้งาน และระดับราคา ที่ไม่สูงมากจนเกินไป

ยังทำให้เหมาะกับการใช้งานทั้งมือใหม่และมืออาชีพ โดยหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาไมค์ตัวใหม่ เพื่อใช้ในการทำงานและงานอดิเรก ไมโครโฟนตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่น ที่คุณควรใส่ไว้ในลิสต์สำหรับเลือกซื้ออยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก
เหมาะกับการบันทึกเสียงในการร้องเพลง
อุปกรณ์ที่ให้มาอย่างครบถ้วน

ข้อจำกัด
✘ รองรับช่วงความถี่ไม่ถึง 20 kHz

4. IK Multimedia iRing Mic Field

ไมค์อัดเสียงโทรศัพท์ สำหรับการสัมภาษณ์ และ ไลฟ์สด รองรับการใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad แทบทุกรุ่น ด้วยคุณภาพเสียงที่ไร้ที่ติ

ยี่ห้อ / รุ่นIK Multimedia iRing Mic Field
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่40 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด115 dB
พอร์ตเชื่อมต่อLighting

 ในรุ่นต่อมาเป็น ไมค์คอนเดนเซอร์ สำหรับอัดเสียง บนโทรศัพท์มือถือ ที่นับว่ามีดีไซน์แปลกตา และมีความแปลกใหม่ในการใช้งานเป็นอย่างมาก จากการใช้พอร์ตการเชื่อมต่อเป็นแบบ Lighting ส่งผลให้รองรับการใช้งานได้เพียงอุปกรณ์จากแบรนด์ Apple อย่าง iPhone หรือ iPad บางรุ่นเพียงเท่านั้น ส่วนในด้านทิศทางการรับเสียงใช้งานเป็นแบบ Cardioid ทำให้เหมาะกับการบันทึกเสียง ในทิศทางตรง

โดยที่สามารถคงคุณภาพเสียงไว้ได้ในระดับสูงสุดถึง 115 dB นอกจากนี้ในเรื่องของการพกพา ยังทำได้ง่ายจากดีไซน์ตัวไมค์ ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด และมีน้ำหนักโดยรวมเพียง 30 กรัม จึงช่วยให้เมื่อใช้งานร่วมกันกับ iPhone หรือ iPad แล้วตัวเครื่องจึงมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

ซึ่งจากทั้งหมดที่ได้กล่าวไป จึงเรียกได้ว่าเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้อุปกรณ์ สำหรับเพิ่มคุณภาพเสียงในการสัมภาษณ์ และต้องการลดน้ำหนักของอุปกรณ์ ให้มีจำนวนในการพกพาน้อยมากที่สุด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง รวมไปถึงยังใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับเพิ่มคุณภาพเสียง ในการไลฟ์สดได้ด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
ขนาดเล็กกะทัดรัดน้ำหนักเบาพกพาสะดวก
การตอบสนองต่อช่วงความถี่กว้าง
สามารถบันทึกเสียงในสถานที่เสียงดังได้

ข้อจำกัด
ใช้งานได้เพียงบน iPhone และ iPad บางรุ่นเท่านั้น

5. FIFINE K678

ไมค์สำหรับอัดเสียง ดีไซน์สุดทันสมัยความแข็งแรงทนทานสูง รองรับการใช้งานได้หลากหลายแพล็ตฟอร์ม และมีคุณภาพเสียงอยู่ในระดับดีเยี่ยม

ยี่ห้อ / รุ่นFIFINE K678
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่40 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด
พอร์ตเชื่อมต่อUSB

 FIFINE K678 เป็น ไมค์อัดเสียง ดีไซน์สุดทันสมัย มาพร้อมความสามารถต่าง ๆ มากมาย ที่ช่วยให้คุณบันทึกเสียงได้ดี และสะดวกสบายได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเปิดปิดตัวไมค์ ซึ่งช่วยให้คุณเปิดหรือปิดการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เพิ่มความง่ายในการใช้งานไปได้อีกหนึ่งระดับ

โดยในด้านการใช้งานรองรับการเชื่อมต่อบนทุกแพลตฟอร์ม ที่ใช้งานพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ PC ที่ใช้งานบนปฏิบัติการ Windows ไปจนถึง MacBook ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ MacOS สามารถบันทึกเสียงได้อย่างลงตัว ด้วยช่วงความถี่ 40 Hz ถึง 20 kHz ส่งผลให้รองรับการใช้งานได้ในหลากหลายอาชีพ ทั้งนักร้อง นักดนตรี นักพากย์ หรือแม้แต่นักสตรีมมิ่งและนักทำพอดแคสต์

รวมไปถึงในเรื่องของความทนทานก็ยังนับว่าน่าสนใจ ด้วยวัสดุที่ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงกระแทกได้ในระดับสูง ช่วยให้ไมโครโฟนของคุณมีอายุการใช้งานยาวนาน และรองรับการใช้งานไปได้อีกหลายปีด้วยนั่นเองครับ

ข้อดี
ปุ่มเปิด-ปิดช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย
การตอบสนองต่อความถี่ค่อนข้างกว้าง
วัสดุที่ใช้ผลิตมีความแข็งแรงทนทาน

ข้อจำกัด
รับเสียงได้ดีเฉพาะในทิศทางตรง

6. MAONO BM10

ไมค์อัดเสียงที่เหมาะกับการประชุม รองรับการทำงานแบบ work from home ด้วยประสิทธิภาพในการบันทึกเสียงสูงสุด สามารถสื่อสารผ่าน video conference ได้อย่างลื่นไหล

ยี่ห้อ / รุ่นMAONO BM10
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่80 Hz ถึง 10 kHz
ทิศทางการรับเสียงOmnidirectional
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด110 dB
พอร์ตเชื่อมต่อUSB

 ในรุ่นต่อมาเป็น ไมค์ คอนเดนเซอร์ สำหรับสายทำงาน ที่ใช้งานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์ PC และแล็บท็อปได้ในทุกสถานการณ์ เหมาะสำหรับการทำงานและการประชุมออนไลน์ หรือการทำงานแบบ work from home ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส และปัญหาในเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่กระจายอยู่รอบตัวในปัจจุบัน

โดยในด้านของการบันทึกเสียง ก็นับว่าทำได้แบบมีประสิทธิภาพ ด้วยทิศทางการรับเสียงแบบ Omnidirectional 360 องศา ทำให้เก็บทุกรายละเอียดในการพูด หรือการบันทึกเสียงได้อย่างไม่ขาดหายในคุณภาพเสียงสูงสุด

นอกจากนี้ไมค์ตัวดังกล่าวยังมีจุดเด่นอยู่ที่พอร์ตการเชื่อมต่อแบบแจ็ค 3.5 ซึ่งต่อออกได้จากตัวอุปกรณ์โดยตรง สำหรับการรับฟังเสียงสนทนา และฟังเสียงที่บันทึกได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อผ่านอุปกรณ์หลัก ที่สำคัญด้วยน้ำหนักเบาและดีไซน์สุดกะทัดรัด ยังช่วยให้พกพาใส่กระเป๋าได้ง่าย โดยไม่กินพื้นที่ในการจัดเก็บอีกด้วย หากใครกำลังมองหา ไมค์คอนเดนเซอร์ แนะนํา รุ่นนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเลยครับ

ข้อดี
การบันทึกเสียงแบบรอบทิศทาง
พอร์ตแจ็ค 3.5 บนตัวอุปกรณ์
น้ำหนักเบาพกพาสะดวก

ข้อจำกัด
ไม่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้

7. BOYA BY-MM1 Mini

ไมค์คอนเดนเซอร์กล้องวิดีโอดีไซน์สุดน่ารัก บันทึกเสียงวิดีโอได้ด้วยคุณภาพสูง เหมาะกับการทำคอนเทนต์ ถ่าย Vlog และงานวิดีโอนอกสถานที่

ยี่ห้อ / รุ่นBOYA BY-MM1 Mini
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่35 Hz ถึง 18 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด
พอร์ตเชื่อมต่อJack 3.5 mm

 สำหรับรุ่นนี้นับเป็นไมค์อัดเสียง ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับกล้องวิดีโอ ที่เราได้เลือกมาให้คุณได้ชมเพียงรุ่นเดียวในครั้งนี้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่วัสดุแบบขนบริเวณแผ่นซับเสียง ที่ใช้ในการป้องกันเสียงรบกวนเข้าสู่ไมค์กล้อง เพื่อช่วยให้การบันทึกเสียงทำได้ดีมากที่สุด ในสถานการณ์ที่ต้องบันทึกวิดีโอในสถานที่กลางแจ้ง หรือมีเสียงโดยรอบค่อนข้างดังเป็นพิเศษ และด้วยระดับราคาไม่สูงมากจนเกินไป จึงทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกน่าสนใจ สำหรับตากล้องมือใหม่ ที่กำลังมองหาไมค์อัดเสียงผ่านกล้องวิดีโอในราคาประหยัด โดยที่นอกจากจะใช้งานควบคู่ไปกับกล้องวิดีโอได้อย่างลงตัวแล้ว ด้วยการเชื่อมต่อผ่านพอร์ตแบบแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร ยังส่งผลให้คุณใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่สามารถใช้งานพอร์ตเชื่อมต่อแบบดังกล่าวได้ด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
รองรับการใช้งานทั้งบนกล้องวิดีโอ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตผ่านพอร์ตแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร
ป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างดีเยี่ยม
ราคาย่อมเยาเข้าถึงได้ง่าย

ข้อจำกัด
ไม่สามารถใช้งานร่วมกับแล็บท็อป หรือคอมพิวเตอร์ PC ได้

8. iRemax BM900

ไมค์บันทึกเสียง ผ่านพอร์ตแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร ใช้งานง่าย อุปกรณ์ครบครัน รองรับการใช้งานได้ในหลากหลายอาชีพน

ยี่ห้อ / รุ่นiRemax BM900
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่20 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด130 dB
พอร์ตเชื่อมต่อJack 3.5 mm

 iRemax BM900 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่มาพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถใช้ในการอัดเสียงได้แบบครบครัน รองรับการตอบสนองต่อช่วงความถี่ ที่เพียงพอต่อการได้ยินของหูมนุษย์ และระดับเสียงสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 130 dB

โดยใช้งานได้หลากหลายผ่านอุปกรณ์บนแพล็ตฟอร์มมากมาย ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ PC แบบตั้งโต๊ะ, แล็บท็อป, แท็บเล็ต เป็น ไมค์ต่อมือถือ ภายใต้ระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งบน Android และ iOS รวมไปถึงจากน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป ยังส่งผลให้จัดวาง และเคลื่อนย้ายได้ง่ายไปยังหลากหลายสถานที่ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความง่ายในการใช้งานอุปกรณ์ตัวดังกล่าว และระดับราคาที่ย่อมเยาเข้าถึงได้ไม่ยาก

ยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เหมาะสำหรับมือใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Youtuber, Bloger, นักพากย์, นักร้อง หรือแม้แต่อาชีพใด ๆ ก็ตาม ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการบันทึกเสียง ซึ่งหากคุณก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่เราได้กล่าวไป ไมค์อัดเสียงรุ่นนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอนครับ

ข้อดี
ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน
อุปกรณ์ในการบันทึกเสียงครบเซ็ต
เหมาะสำหรับมือใหม่

ข้อจำกัด
ตัดเสียงรบกวนได้ไม่ดีมากนัก

9. MAONO AU-902

ไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียง ที่มาพร้อมปุ่มสั่งการบนตัวไมค์ ใช้งานได้ทั้งในสตูดิโอ ห้องอัด หรือสถานที่อื่น ๆ ได้ด้วยคุณภาพเสียงสูงสุด

ยี่ห้อ / รุ่นMAONO AU-902
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่20 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงCardioid
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด110 dB
พอร์ตเชื่อมต่อUSB

 MAONO AU-902 ไมค์อัดเสียง สำหรับคอมพิวเตอร์ ดีไซน์สุดคลาสสิก มาพร้อมปุ่มสั่งการและควบคุมเสียงในการบันทึกบนตัวอุปกรณ์

สามารถอัดเสียงได้อย่างยอดเยี่ยมในทางตรงจากด้านหน้า ด้วยทิศทางการรับเสียงแบบ Cardioid และเลือกปรับระดับองศาของไมค์ได้หลากหลาย ด้วยลักษณะการปรับแบบ 360 องศา โดยในด้านการเชื่อมต่อทำได้รวดเร็ว และง่ายดายผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type C

ส่งผลให้ใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแล็บท็อป โดยในส่วนของการใช้งาน ก็นับว่าทำได้หลากหลาย ทั้งการสนทนาผ่านไมโครโฟน การบันทึกเสียงดนตรี การสตรีมมิ่งเกม การร้องเพลง หรือแม้แต่การทำพอดแคสต์

ส่งผลให้คุณสามารถสร้างคุณภาพเสียงของผลงานได้ในระดับสูงสุด ด้วยการทำงานผ่านอุปกรณ์เพียงตัวเดียวเท่านั้นครับ

ข้อดี
เชื่อมต่อง่ายผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C
ปรับการวางมุมได้ 360 องศา
เหมาะกับการใช้งานหลากหลายอาชีพ

ข้อจำกัด
รับเสียงจากด้านข้างและด้านหลังได้ไม่ดีมากนัก

10. Signo MP-701

ไมค์ร้องเพลง ที่ถูกออกแบบมาสำหรับมือใหม่ มาพร้อมอุปกรณ์ในการบันทึกเสียงครบครัน ทำให้สามารถเริ่มต้นการบันทึกเสียงได้อย่างง่ายดายด้วยตัวเอง

ยี่ห้อ / รุ่นSigno MP-701
ประเภทไมค์Condenser
การตอบสนองต่อช่วงความถี่20 Hz ถึง 20 kHz
ทิศทางการรับเสียงUnidirectional
ความสามารถในการรับเสียงสูงสุด130 dB
พอร์ตเชื่อมต่อJack 3.5 mm

 สุดท้ายเป็น ไมค์ร้องเพลง ราคาประหยัด ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ ด้วยมาตรฐานการบันทึกเสียง ซึ่งรองรับการอัดเพลงได้แบบมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นช่วงความถี่ที่อยู่ระหว่าง 20 Hz ถึง 20 kHz หรือการรับระดับเสียงดังสูงสุดในระดับ 130 dB

ที่สำคัญในด้านของการเชื่อมต่อ ก็ทำได้หลากหลายผ่านอุปกรณ์ ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านรูหูฟังแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร และด้วยความสามารถในการรับเสียงแบบทิศทางเดียว ยังส่งผลให้บันทึกเสียงร้องได้ครบถ้วนไม่ขาดหาย

ยิ่งไปกว่านั้นจากอุปกรณ์ในการอัดเสียง ที่ใส่มาให้อย่างครบครัน ทั้งฟองน้ำสำหรับลดเสียงรบกวน ที่บังลมเพื่อป้องกันลมกระแทกกับแผ่นซับเสียง หรือแม้แต่ขาตั้งไมโครโฟน ซึ่งเลือกปรับระดับการใช้งานได้แบบอิสระ ยังช่วยให้การอัดเพลงของมือใหม่ทำได้ง่าย ด้วยงบประมาณที่ไม่สูงมากจนเกินไปอีกด้วยครับ

ข้อดี
ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่
เชื่อมต่อได้หลากหลายอุปกรณ์ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร
อุปกรณ์ที่ให้มาอย่างครบครัน

ข้อจำกัด
คุณภาพเสียงอาจไม่ดีมากนัก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง

3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อไมค์อัดเสียง

1. ทิศทางการรับเสียงของไมโครโฟน (Polar Pattern)

ในไมค์แต่ละประเภทจะมีทิศทางในการรับเสียงแตกต่างกันออกไป จึงทำให้เหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน โดยทิศทางของการรับเสียงจะแบ่งแยกออกมาได้ 5 ประเภท ดังนี้

  • Cardioid รูปแบบการรับเสียงที่ผ่านมาเฉพาะเพียงด้านหน้า
  • Figure Eight รูปแบบที่รับเสียงสองทิศทางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่จะไม่รับเสียงจากด้านข้าง
  • Omnidirectional ประเภทที่รับเสียงจากรอบทิศทางได้อย่างเท่าเทียมกัน
  • Unidirectional การรับเสียงแบบทางตรง ที่สามารถรับเสียงด้านหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จะรับเสียงจากด้านข้างได้ลดลงไปตามะยะทาง
  • Bidirectional ซึ่งเป็นแบบที่เก็บเสียงได้ดีที่สุดจากด้านข้างและด้านหลัง ทำให้เสียงด้านหน้าค่อนข้างเบามากกว่าแบบอื่น ๆ
2. สามารถในการรับเสียงสูงสุด (Maximum SPL)

เป็นหนึ่งในสิ่งที่จะช่วย บอกประสิทธิภาพในการทำงานของ ไมโครโฟน โดยหากคุณไม่ต้องการให้ในการบันทึกเสียงมีบางส่วนขาดหายไป ก็ควรตรวจเช็คความสามารถในการรับเสียงสูงสุด ที่ไมค์ตัวดังกล่าวทำได้ ซึ่งจะแสดงออกมาได้ถึงการบันทึกเสียงในระดับความดังสูงสุดของตัวไมค์ โดยที่ยังคงคุณภาพความคมชัดของเสียงวิดีโอไปได้ในขณะเดียวกันครับ

3. การตอบสนองต่อช่วงความถี่ (Frequency Response)

โดยปกติแล้ว คนเราจะสามารถได้ยินช่วงความถี่ของเสียงในขอบเขตที่จำกัด ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณ 20 Hz ถึง 20 kHz ส่งผลในการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง ไม่ควรลืมตรวจสอบเกี่ยวกับช่วงความถี่ ที่ไมค์ตัวนั้นบันทึกได้ เพราะหากช่วงคความถี่ที่บันทึกได้ไม่ครอบคลุมกับเสียง ที่มนุษย์เราสามารถได้ยินได้ทั้งหมด อาจทำให้ในการบันทึกเสียงที่ต้องใช้ช่วงความถี่แตกต่างกัน เช่น การบันทึกเสียงเครื่องดนตรี อาจไม่ดีเพียงพอเท่าที่ควรจะเป็นครับ

วิธีการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง

4 วิธีการเลือก มีดังนี้

1. จุดประสงค์หรือความต้องการ

สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสนใจในการเลือกซื้อไมค์อัดเสียง คือ จุดประสงค์หรือความต้องการหลัก ๆ ที่คุณจำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์ตัวดังกล่าว เช่น หากคุณต้องการใช้งานไมโครโฟน เพื่อบันทึกเสียงสำหรับการทำพอดแคสต์ หรือใช้ในการพากย์วิดีโอ ก็อาจต้องเลือกรุ่นที่มีช่วงความถี่กว้าง เพื่อให้รองรับการไล่เสียงสูงต่ำ ซึ่งจะทำให้แสดงอารมณ์ได้ดีมากที่สุดนั่นเองครับ

2. เลือกจากอุปกรณ์ที่ให้มาพร้อมกันกับตัวไมค์

นอกจากคุณภาพของไมโครโฟน ที่ให้มาแล้ว ยังควรพิจารณาถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบันทึกเสียงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นที่บังลม ขาตั้ง หรือฟองน้ำหุ้มไมค์ โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้มือใหม่ สามารถอัดเสียงได้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในการใช้งานของมืออาชีพ ก็อาจจำเป็นต้องแยกซื้อแต่ละชิ้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน จากระดับของคุณภาพอุปกรณ์ ที่คุณเลือกใช้งานในแต่ละชิ้นด้วยเช่นกันครับ

3. พิจารณาประเภทของไมค์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

หากคุณมีจุดประสงค์เฉพาะในการเลือกใช้งานไมค์อัดเสียง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานสำหรับเป็นไมค์บันทึกเสียง ไมค์ร้องเพลง หรือ ไมค์กล้องวิดีโอ การเลือกประเภทให้เหมาะสม ก็นับเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้การทำงานของคุณเป็นไปได้ดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหากต้องการให้การบันทึกเสียงร้องมีคุณภาพสูงสุด ควรเลือกใช้ไมค์ไดนามิกที่มีแผ่นไดอะเฟรม ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงรบกวน หรือหากคุณต้องการใช้เป็นไมค์กล้องวิดีโอ ก็อาจต้องเลือกไมค์คอนเดนเซอร์ ที่มีความไวในการรับเสียงมากกว่า เพื่อช่วยให้วิดีโอของคุณมีคุณภาพเสียงสูงมากที่สุดครับ

4. ตรวจสอบพอร์ตการเชื่อมต่อของอุปกรณ์

ไมค์สำหรับบันทึกเสียงโดยส่วนใหญ่ จะแบ่งแยกพอร์ตการเชื่อมต่อหลัก ๆ ออกมาเป็น 2 ประเภท ซึ่งประกอบด้วยพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB และพอร์ตเชื่อมต่ออบบแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร ส่งผลให้ในการเลือกใช้งานควรตรวจสอบพอร์ตการเชื่อมต่อหลัก ๆ ของตัวไมค์ให้ถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับตัวอุปกรณ์ของคุณได้อย่างถูกต้อง โดยไม่เกิดความผิดพลาดหลังการสั่งซื้อนั่นเองครับ

บทสรุป

ไมค์อัดเสียง เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่รองรับการใช้งานได้ในหลากหลายอาชีพ และยังนับเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการทำงานของอาชีพเหล่านั้นด้วยเช่นกัน จากคุณภาพของการบันทึกเสียง ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์อื่น ๆ อย่างสมาร์ทโฟน แล็บท็อป และกล้องถ่ายภาพ สามารถทำการอัดเสียงได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการเก็บรายละเอียดเสียง การบันทึกเสียงสูงต่ำ หรือแม้แต่การป้องกันการเกิดเสียงรบกวน และด้วยการที่มีให้เลือกซื้อได้ในหลายระดับราคา จึงส่งผลให้อุปกรณ์ตัวดังกล่าวรองรับการใช้งานของทั้งมือใหม่ และมืออาชีพได้อย่างหลากหลายในขณะเดียว โดยหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องใช้งานในสถานการณ์ที่เราได้กล่าวไป เราเชื่อว่าหนึ่งในรุ่นที่ได้นำเสนอไปในครั้งนี้ จะต้องเหมาะสมและตอบโจทย์การทำงานของคุณได้อย่างแน่นอนครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *