แนะนำ 10 อันดับ Pocket Wifi ยี่ห้อไหนดี ประจำปี 2020

แนะนำ 10 อันดับ Pocket Wifi ยี่ห้อไหนดี ประจำปี 2020

ในยุคที่การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายกลายเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญ ที่ขาดไปไม่ได้เสียแล้วในการใช้ชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน ส่งผลให้ในปัจจุบันมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ มากมาย ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการในด้านนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความรวดเร็วในการเชื่อมต่อ ความลื่นไหลในการใช้งานของเครือข่ายแบบไร้สาย หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณใช้งานสิ่งนี้ได้ง่ายมากขึ้นเองก็ตาม จึงเป็นสิ่งที่ทำให้อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ เช่น Pocket Wifi ( พ็อกเก็ตไวไฟ )เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก และมักจะพบเห็นผู้ใช้งานหลาย ๆ คนที่พกพาคิดตัวอยู่เสมอ ทั้งในการพกพาสำหรับการเดินทาง การทำงานข้ามจังหวัด การใช้งานภายในห้องเรียน ไปจนกระทั่งการใช้ในกรณีที่จำเป็นต้องท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นผลให้ตัวเลือกของ ตัวปล่อยสัญญาณ Wifi ประเภทนี้ มีให้เราเลือกซื้ออยู่มากมายตามท้องตลาด และร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ที่เปิดวางจำหน่ายอยู่ในช่วงเวลานี้ครับ

แนะนำ 10 Pocket Wifi ยี่ห้อไหนดี ประจำปี 2020

  1. TP-Link M7350
  2. Xiaomi ZMI MF885
  3. 4G Pocket WiFi GA100
  4. Huawei E5573
  5. TP-Link M7200
  6. AIS 4G RUIO Growfield D523
  7. ZTE MF79U
  8. DLink DWR-932C
  9. Pocket WiFi True Shared Wifi 21 Mbps
  10. S-way Unlocked 4G

Pocket Wifi รูปลักษณ์สุดทันสมัย ที่ใช้งานได้เพียงพอตลอดวัน ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 1,800mAh และเชื่อมต่อสูงสุดได้ที่ความเร็วระดับ 4G

ยี่ห้อ/รุ่นTP-Link M7350
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G LTE
แบตเตอรี่1,800mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก

สำหรับรุ่นแรกเป็น Pocket Wifi จากแบรนด์ TP-Link ที่มีความโดดเด่นอยู่ในเรื่องของอุปกรณ์ที่รองรับ ซึ่งทำได้สูงสุดที่จำนวน 10 เครื่อง ด้วยความเร็วสูงสุดในระดับ 4G LTE โดยมีความเร็วในการอัพโหลดข้อมูลสูงสุดที่ 50 Mbps และการดาวน์โหลดที่ 150 Mbps สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดวันจากแบตเตอรี่ขนาด 1,800mAh ที่ช่วยให้ ตัวปล่อยสัญญาณ Wifi รุ่นนี้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และตรวจสอบจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือและความเร็วของอินเทอร์เน็ตได้ง่าย จากหน้าจอแสดงผลขนาดกะทัดรัด 1.4 นิ้วที่ติดตั้งอยู่บนตัวเครื่อง ส่วนในด้านของการจัดการข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ ก็ทำได้ง่ายจากแอปพลิเคชัน tpMiGi ที่เลือกดาวน์โหลดลงบนสมาร์โฟนได้ผ่านทาง App Store ยิ่งไปกว่านั้นอุปกรณ์ตัวดังกล่าวยังใช้งานเป็นตัวกลางในการแชร์ข้อมูลหลากหลายประเภท เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ เพลง และสิ่งอื่น ๆ ได้เมื่อสวมใส่ Micro SD Card สำหรับการจัดเก็บข้อมูล ที่รองรับขนาดความจุได้สูงสุดถึง 32 Gb ด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
รองรับจำนวนอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่อง
ฟังก์ชันการแชร์ข้อมูลผ่านตัวเครื่อง
ความในการอัพโหลดและดาวน์โหลดระดับสูง

ข้อเสีย
ไม่รองรับการเชื่อมต่อระดับ 5G

2. Xiaomi ZMI MF885

ตัวปล่อยสัญญาณ Wifi ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใช้งานเพียงพอภายในหนึ่งสัปดาห์ได้แบบไร้กังวล

ยี่ห้อ/รุ่นXiaomi ZMI MF885
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G
แบตเตอรี่10,000mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้9 เครื่อง
น้ำหนัก257 กรัม

Xiaomi ZMI MF885 เป็นตัวปล่อยไวไฟแบบพกพา ที่ช่วยให้คุณท่องเที่ยวต่างประเทศได้แบบไร้กังวลด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว จากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ทาง Xiaomi ใส่มาให้เราได้ใช้งานมากสุดถึง 10,000mAh ทำให้เปิดใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 65 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องปิดเครื่อง และชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มเติมได้ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Micro-USB ส่วนในด้านการใช้งานเครือข่ายหลักสามารถทำงานร่วมกันได้กับค่ายมือถือที่หลากหลาย ทั้ง AIS, Truemove H และ Dtac ด้วยควมเร็วในการเชื่อมต่อเครือข่ายสูงสุดในระดับ 4G ผ่านทางการใช้งานระบบ Nano Sim Card ซึ่งทำให้มีความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดสูงสุดที่ 120 Mbps และ 50 Mbps ตามลำดับ โดยรองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ได้ที่จำนวนสูงสุด 9 เครื่อง และใช้งานได้ทั้งอุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ผ่านการเชื่อมต่อทางระบบ Wifi ที่สำคัญยังมีการออกแบบมาให้พกพาได้สะดวกสบายจากน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 257 กรัม ที่ถือว่าน้อยเอามาก ๆ สำหรับพ็อกเก็ตไวไฟที่มีแบตเตอรี่มากขนาดนี้ครับ

ข้อดี
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10,000mAh
น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 257 กรัม
ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 65 ชั่วโมง

ข้อเสีย
ไม่มีหน้าจอแสดงผลแบตเตอรี่และความเร็วอินเทอร์เน็ต

3. 4G Pocket WiFi GA100

Pocket Wifi ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก ใช้งานการเชื่อมต่อสูงสุดได้ด้วยความเร็ว 150 Mb

ยี่ห้อ/รุ่น4G Pocket WiFi GA100
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G
แบตเตอรี่8,800mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก

ในรุ่นต่อมาเป็นตัวปล่อยสัญญาณสำหรับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป ที่มีความน่าสนใจอยู่เรื่องของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8,800mAh ที่ทำให้คุณใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน 24 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องชาร์จเพิ่มเติม ส่งผลให้ใช้งานในทริปเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืนได้แบบสบาย ๆ โดยในการใช้งานเครือข่ายไร้สายทำได้ที่ความเร็วสูงสุดในระดับ 4G ด้วยความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 150 Mbps ที่จำนวนอุปกรณ์สูงสุดกว่า 10 เครื่อง และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น จากการตั้งชื่อและรหัสผ่านในการเชื่อมต่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตั้งค่าเพิ่มเติม และใช้เป็นตัวกลางในการจัดเก็บข้อมูลบน Micro SD Card ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ที่ดาวน์โหลดได้ผ่านทาง Web Share ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังพกพาได้ง่ายจากน้ำหนักเบา และตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาอย่างกะทัดรัดอีกด้วยครับ

ข้อดี
ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก
ตัวเครื่องบางเพียง 12 มิลลิเมตร
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8,800 mAh

ข้อเสีย
ไม่สามารถตั้งค่าการใช้งานได้

4. Huawei E5573

อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายแบบพกพาขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาใส่กระเป๋าเสื้อได้แบบไม่กินพื้นที่

ยี่ห้อ/รุ่นHuawei E5573
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G LTE
แบตเตอรี่1,500mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้16 เครื่อง
น้ำหนัก

หากคุณกำลังมองหา Pocket Wifi สำหรับการใช้งานเครือข่ายแบบไร้สายระดับ 4G ที่มาพร้อมดีไซน์สุดทันสมัย พกพาสะดวก รองรับการใช้งานของซิมทุกค่ายมือถือ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น AIS, Truemove H, Dtac หรือแม้แต่ค่ายอื่น ๆ

huawei pocket wifi น่าจะเป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อยู่ไม่น้อย ทั้งจากแบตเตอรี่ขนาด 1,500mAh ที่ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานตลอด 6 ชั่วโมง การรองรับการดาวน์โหลดข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 150 Mbps

ไปจนกระทั่งการเชื่อมต่อกับจำนวนอุปกรณ์ ที่รองรับได้มากสุดถึง 16 เครื่อง ซึ่งนอกจากจะรองรับการใช้งานร่วมกันได้กับสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อปทุกระบบปฏิบัติการแล้ว รุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาให้คุณใช้งานได้กับ คอมพิวเตอร์ PC และ แล็ปท็อป บนระบบปฏิบัติการ Windows ที่หลากหลาย ตั้งแต่ Windows XP, Windows VISTA, Windows 7 และ Windows 8 ไปจนถึงอุปกรณ์บน MacOS เวอร์ชัน 10.5, 10.6 และ 10.7 เลยทีเดียวครับ

ข้อดี
รองรับการใช้งานได้บนหลากหลายระบบปฏิบัติการ
เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 16 เครื่อง
ความเร็วในการดาวน์โหลด 150 Mbps

ข้อเสีย
แบตเตอรี่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับรุ่นอื่นๆ

Pocket Wifi ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการพกพา ที่เชื่อมต่อได้ด้วยความเร็วสูงสุดระดับ 4G LTE

ยี่ห้อ/รุ่นTP-Link M7200
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G LTE
แบตเตอรี่2,000mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก

TP-Link M7200 เป็นอีกหนึ่ งตัวปล่อยไวไฟ แบบพกพาขนาดเล็ก ที่คุณพกพาใส่กระเป๋าเสื้อไปในการเดินทางได้อย่างง่ายดาย โดยรองรับการเชื่อมได้ด้วยระดับความเร็วสูงสุดถึง 4G LTE ซึ่งช่วยให้ทำความเร็วในการดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 300 Mbps ด้วยจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้สูงสุด 10 เครื่องพร้อมกัน และใช้งานในโหมดการปล่อย Wifi แบบ Hotspot ต่อเนื่องได้สูงสุด 8 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ขนาด 2,000mAh โดยที่สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อสวมใส่ซิมการ์ด และจัดการตัวเครื่องเพิ่มเติมได้ง่ายดายผ่านทางแอปพลิเคชัน tpMiFi ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากแบรนด์ TP-Link รวมไปถึงยังตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ในเบื้องต้น เช่น การเปิดการเชื่อมต่อระบบ Wifi หรือจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลือได้ ผ่านทางทางหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กบนตัวเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดดูผ่านแอปพลิเคชัน หรือตรวจสอบผ่านทางสมาร์ทโฟนเลยแม้แต่น้อยครับ

ข้อดี
ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 300 Mbps
ขนาดเล็กพกพาได้ง่าย
เชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 10 เครื่อง

ข้อเสีย
หน้าจอแสดงผลข้อมูลยังไม่มีความละเอียดมากพอ

6. AIS 4G RUIO Growfield D523

ais pocket wifi ตัวปล่อยสัญญาณไร้สายขนาดพกพาดีไซน์สุดทันสมัยรองรับการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

ยี่ห้อ/รุ่นAIS 4G RUIO Growfield D523
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G LTE
แบตเตอรี่3,000mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก80.2 กรัม

AIS 4G RUIO Growfield D523 เป็นเครื่องปล่อยสัญญาณ Wifi ขนาดกะทัดรัด ที่มีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของน้ำหนักเบาเพียง 80.2 กรัม ซึ่งทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากนักในการจัดเก็บใส่กระเป๋า และยังช่วยให้พกพาได้ง่ายด้วยน้ำหนักที่ไม่รบกวนใจคุณด้วยเช่นกัน

ais pocket wifi ในด้านของระดับความเร็วในการเชื่อมต่อสูงสุดทำได้ในระดับ 4G LTE ที่จะมีความเร็วในการอัพโหลดสูงสุดอยู่ที่ 50 Mbps และดาวน์โหลดที่ 150 Mbps ส่วนในด้านของอุปกรณ์ที่ใช้งานได้นั้น สามารถใช้งานพร้อมกันได้สูงสุดถึง 10 เครื่อง และติดตั้งการใช้งานได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปบนระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows 8, Windows VISTA และ MacOS ยิ่งไปกว่านั้นด้วยแบตเตอรี่ที่ใส่มาให้กว่า 3,000mAh wifi พก พา ais ตัวนี้ ยังเป็นผลให้คุณใช้งานตัวเครื่องได้ยาวนานตลอดทั้งวันโดยไม่จำเป็นต้องชาร์จเพิ่มเติม รวมไปถึงยังใช้งานเป็นอุปกรณ์ในการแชร์ข้อมูล เมื่อสวมใส่ Micro SD Card ที่มีขนาดสูงสุด 32 Gb ได้อีกด้วยครับ

ข้อดี
น้ำหนักเบาเพียง 80.2 กรัม
เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่อง
ความเร็วในการเชื่อมต่อระดับ 4G LTE

ข้อเสีย
ไม่รองรับการตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน

7. ZTE MF79U

Pocket Wifi รูปทรงแฟลชไดร์ฟพกพาได้ง่าย ที่ช่วยให้คุณใช้งานอินเทอร์เน็ตได้จากทุกที่ที่คุณต้องการ

ยี่ห้อ/รุ่นZTE MF79U
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G LTE
แบตเตอรี่
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก

หากคุณให้ความสนใจหลัก ๆ ไปในด้านของการพกพา ที่ทำได้ง่ายจากรูปลักษณ์แบบแฟลชไดร์ฟสุดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา 60 กรัม ซึ่งช่วยให้คุณพกใส่กระเป๋าไปได้โดยไม่กินพื้นที่ในการจัดเก็บ และควบคุมการทำงานได้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟนผ่านทางแอปพลิเคชัน ZTE Link ที่ช่วยให้คุณจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว Pocket Wifi รุ่น ZTE MF79U รุ่นนี้นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 10 เครื่อง ภายในระยะการใช้งาน Wifi ที่ระดับความเร็วสูงสุด 4G LTE กว่า 30 ตารางเมตร ด้วยความเร็วในการอัพโหลดและดาวน์โหลด 50 Mbps และ 150 Mbps ตามลำดับ ที่สำคัญยังสามารถต่อเสาอากาศเพิ่มเติม เพื่อให้คุณเพิ่มระยะการเชื่อมต่อขึ้นได้อีกเป็นจำนวนมาก ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานได้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ข้อดี
จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้สูงสุด 10 เครื่อง
ความเร็วในการเชื่อมต่อระดับ 4G LTE
น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 60 กรัม

ข้อเสีย
ไม่มีหน้าจอแสดงผลข้อมูล

ตัวปล่อยไวไฟจากแบรนด์ D-Link ดีไซน์ทันสมัยสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายได้ด้วยความเร็วสูงสุดระดับ 4G

ยี่ห้อ/รุ่นD-Link DWR-932C
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G
แบตเตอรี่2,000mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก82 กรัม

รุ่นนี้เป็น Pocket Wifi ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายระดับ 4G โดยมีความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดอยู่ที่ประมาณ 150 Mbps และ 50 Mbps ตามลำดับ สามารถใช้งานอุปกรณ์พร้อมกันได้สูงสุด 10 เครื่อง ด้วยระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง 4 ถึง 5 ชั่วโมง จากแบตเตอรี่ขนาด 2,000mAh ที่ถูกใส่มาให้ภายในตัวเครื่อง และยังพกพาออกไปยังสานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายดาย จากน้ำหนักตัวเครื่องที่มีอยู่เพียง 82 กรัมด้วยเช่นกัน อีกทั้งในด้านของความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการใช้งานตัวเครื่อง ยังมีการออกแบบหน้าจอแสดงผลแบบ Clear Indicative LED ซึ่งช่วยให้คุณตรวจสอบแบตเตอรี่ การเชื่อมต่อแบตเตอรี่ การปล่อยสัญญาณไวไฟได้โดยไม่จำเป็นต้องกดปุ่มสั่งการใด ๆ รวมไปยังช่วยให้ตัวเครื่องมีรูปลักษณ์ดีไซน์ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้นไปได้ในเวลาเดียวกันครับ

ข้อดี
หน้าจอ LED สำหรับแสดงผลการใช้งาน
น้ำหนักเบาเพียง 82 กรัม
ดีไซน์สุดทันสมัย

ข้อเสีย
ตัวเครื่องค่อนข้างหนา

9. Pocket Wifi True Shared Wifi 21 Mbps

ตัวปล่อยสัญญาณ Wifi พร้อมซิมจากค่ายมือถือ Truemove H ที่ช่วยให้คุณเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ

ยี่ห้อ/รุ่นPocket Wifi True Shared Wifi 21 Mbps
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ3G
แบตเตอรี่1,500mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก

Pocket Wifi รุ่นต่อมาเป็นรุ่นที่ถูกผลิตขึ้นจากค่ายมือถือชั้นนำในประเทศไทยอย่าง Truemove H ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้คุณใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านระบบ Wifi ได้จากทุกที่ที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นภายในห้อง หอพัก คอนโด ห้องเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ในสถานที่ทำงาน ด้วยความเร็วในการเชื่อมต่อสูงสุดระดับ 3G ที่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 21.6 Mbps และอัพโหลดที่ 5.76 Mbps ด้วยจำนวนอุปกรณ์ในการใช้งานสูงสุดถึง 10 เครื่องในเวลาเดียวกัน

pocket wifi true ตัวนี้ ในส่วนของอุปกรณ์ที่รองรับก็มีตั้งแต่สมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ PC และแล็ปท็อปบนระบบปฏิบัติการ Windows XP และ MacOS X ตั้งแต่เวอร์ชัน 10.5 เป็นต้นไป รวมไปถึงยังใช้งานได้ยาวนานพอสมควรด้วยแบตเตอรี่ขนาด 1,500mAh ด้วยเช่นกันครับ

ข้อดี
รองรับอุปกรณ์ได้พร้อมกันทั้งหมด 10 เครื่อง
ใช้ได้กับอุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย
ขนาดเล็กกะทัดรัด

ข้อเสีย
ความเร็วสูงสุดในระดับ 3G
แบตเตอรี่เพียง 1,500mAh

10. S-way Unlocked 4G

Pocket Wifi ขนาดกะทัดรัดสามารถใช้งานได้เพียงพอตลอดวันจากแบตเตอรี่ขนาด 2,400mAh ด้วยความเร็วสูงสุดระดับ 4G LTE

ยี่ห้อ/รุ่นS-way Unlocked 4G
ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อ4G LTE
แบตเตอรี่2,400mAh
จำนวนอุปกรณ์สูงสุดที่รองรับได้10 เครื่อง
น้ำหนัก105 กรัม

สุดท้ายเป็น Pocket Wifi ที่รองรับจำนวนอุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุด 10 เครื่อง ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายระดับ 4G LTE ที่มีความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดอยู่ที่ 150 Mbps และ 50 Mbps ตามลำดับ และใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงติดต่อกันจากแบตเตอรี่ขนาด 2,400mAh อีกทั้งยังพกพาได้ง่ายโดยใส่กระเป๋ากางเกงได้ จากดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามและกะทัดรัด ไปจนถึงน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาเพียง 105 กรัมด้วยเช่นกัน ส่วนในตัวอุปกรณ์ที่รองรับบนระบบปฏิบัติการ Windows จะมีอยู่ตั้งแต่ Windows XP, Windows VISTA, Windows 7 ไปจนถึง Windows 8 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ค่อนข้างทันสมัย ยิ่งไปกว่านั้นยังตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น เช่น ปริมาณแบตเตอรี่ การปล่อยสัญญาณ Wifi และการรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางหน้าจอผลแบบ LED ขนาดใหญ่ ที่กินพื้นที่ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของด้านหน้าตัวเครื่องอีกด้วยครับ

ข้อดี
ใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง
หน้าจอแสดงผล LED ขนาดใหญ่
น้ำหนักเพียง 105 กรัม

ข้อเสีย
ไม่มีคู่มือการใช้งานเวอร์ชันภาษาไทย

วิธีการเลือกซื้อ pocket wifi

4 วิธีการเลือก pocket wifi

1. เลือกจากระดับความเร็วในการเชื่อมต่อสูงสุด

สิ่งแรกที่คุณควรให้ความสนใจในการเลือกซื้อ Pocket Wifi คือ ระดับความเร็วในการเชื่อมต่อสูงสุดที่ตัวอุปกรณ์ทำได้ เนื่องจากการเลือกรุ่นที่รองรับเวอร์ชันของระดับความเร็วที่มากกว่า ก็จะทำให้คุณสามารถดาวน์โหลดและอัพโหลดข้อมูลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยในปัจจุบันความเร็วสูงสุดที่อุปกรณ์ประเภทดังกล่าวทำได้ จะอยู่ที่ระดับ 4G ซึ่งจะทำความเร็วในการอัพโหลดได้ 50 Mbps ในขณะที่การดาวน์โหลดจะได้มากถึง 150 Mbps เลยทีเดียวครับ

2. ให้ความสำคัญกับขนาดและน้ำหนักในการพกพา

ตัวปล่อยสัญญาณ Wifi แบบไร้สายเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมา สำหรับใช้ในการพกพามากกว่าการติดตั้งไว้ภายในสถานที่ใดที่หนึ่ง ส่งผลให้ในเรื่องของดีไซน์ที่มีความกะทัดรัด และน้ำหนักเบาพกพาสะดวกกลายเป็นสิ่งที่คุณควรให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะหากตัวเครื่องมีน้ำหนักมากจนเกินไปสำหรับการพกพา ก็อาจทำให้คุณมีความคล่องตัวในระหว่างการเดินทาง หรือท่องเที่ยวลดลองตามไปด้วยนั่นเองครับ

3. ตรวจสอบฟังก์ชันเสริมของตัวอุปกรณ์

ในปัจจุบันมีตัวปล่อยสัญญาณ Wifi แบบพกพาหลายรุ่น ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นได้มากกว่าเพียงเครื่องกระจายสัญญาณ Wifi ด้วยการใส่ฟังก์ชันเสริมให้ตัวอุปกรณ์ใช้งานได้ในลักษณะที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มฟังก์ชันให้เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สาย หรือการเพิ่มช่องเสียบชาร์จให้สามารถใช้งานในรูปแบบของพาวเวอร์แบงค์ได้ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ตัวอุปกรณ์มีความคุ้มค่า และน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นด้วยกันทั้งสิ้นครับ

4. พิจารณาความจุแบตเตอรี่และระยะเวลาการใช้งาน

สิ่งสุดท้ายที่มีความสำคัญไม่แพ้กันกับเรื่องอื่น ๆ คือ ขนาดความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาการใช้งานของตัวเครื่อง ว่าจะสามารถใช้งานได้ด้วยจำนวนชั่วโมงที่เท่าใด เป็นผลให้หากคุณต้องการใช้งานให้เพียงพอตลอดวันโดยไม่จำเป็นต้องชาร์จเพิ่ม ก็ควรเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ใช้งานได้เพียงพอต่อความต้องการ แต่ก็ไม่ควรลืมพิจารณาในเรื่องของน้ำหนักควบคู่ไปด้วยเช่นกันครับ

บทสรุป

Pocket Wifi แบบพกพา นับเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ทั้งจากความสามารถหลักที่ตัวอุปกรณ์ทำได้ และฟังก์เสริมที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวอุปกรณ์มีอรรถประโยชน์มากมาย ที่ค่อนข้างคุ้มค่าหากเทียบกับ ราคา ที่จ่ายไป ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสม สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา หรือ นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว โดยหากคุณเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด เพื่อใช้ในการกระจาย Wifi ในสถานการณ์ต่าง ๆ อุปกรณ์ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์คุณได้ดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *